เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายละเอียด ลงทะเบียน TH-AI Passport ฟรี 5 ล้านสิทธิ์
Tech เช็กรายละเอียด ลงทะเบียน TH-AI Passport ฟรี 5 ล้านสิทธิ์
TH-AI Passport เปิดลงทะเบียนล่วงหน้า เริ่ม 19 ส.ค. 69 ก่อนรันระบบจริง สิ้นเดือนนี้
Tech TH-AI Passport เปิดลงทะเบียนล่วงหน้า เริ่ม 19 ส.ค. 69 ก่อนรันระบบจริง สิ้นเดือนนี้
30 ปี SomapaIT: ‘ทักษิณ‘ ชี้ AI-โดรน-ไซเบอร์ ภัยคุกคามยุคใหม่
Tech 30 ปี SomapaIT: ‘ทักษิณ‘ ชี้ AI-โดรน-ไซเบอร์ ภัยคุกคามยุคใหม่
ก.ล.ต.กล่าวโทษ “ยิม เลียก” ปมรายงานขายหุ้น MVP ล่าช้ากว่า 3 ปี
Finance ก.ล.ต.กล่าวโทษ “ยิม เลียก” ปมรายงานขายหุ้น MVP ล่าช้ากว่า 3 ปี
CAAT สอบสายการบินปฏิเสธผู้โดยสาร เหตุ Overbooking เที่ยวบินตรัง-ดอนเมือง
News CAAT สอบสายการบินปฏิเสธผู้โดยสาร เหตุ Overbooking เที่ยวบินตรัง-ดอนเมือง
นายกฯ ชี้เกณฑ์ตั้ง ‘ปลัดพลังงาน’ วางตัวขับเคลื่อนพลังงานใหม่ ไร้การเมือง
Politics นายกฯ ชี้เกณฑ์ตั้ง ‘ปลัดพลังงาน’ วางตัวขับเคลื่อนพลังงานใหม่ ไร้การเมือง
กูรูโลจิสติกส์ ชงรัฐรื้อใหญ่โครงสร้าง ‘ภาษีรถยนต์’ จัดทัพ FTA รั้งฐานผลิต EV-เครื่องยนต์ในไทย
Economic กูรูโลจิสติกส์ ชงรัฐรื้อใหญ่โครงสร้าง ‘ภาษีรถยนต์’ จัดทัพ FTA รั้งฐานผลิต EV-เครื่องยนต์ในไทย
จาก “เสือกระดาษ” สู่กฎจริง กขค.สกัดรายใหญ่ดึงเครดิตเทอมยาวถึง 180 วัน
Economic จาก “เสือกระดาษ” สู่กฎจริง กขค.สกัดรายใหญ่ดึงเครดิตเทอมยาวถึง 180 วัน
XPENG เผยศึกษาแผนตั้งโรงงาน แม้รัฐบาลไทยทบทวน ‘ภาษีใหม่’
Automotive XPENG เผยศึกษาแผนตั้งโรงงาน แม้รัฐบาลไทยทบทวน ‘ภาษีใหม่’
AOT ลุ้นเปิดดิวตี้ฟรีขาเข้า โบรกฯ ชี้หนุนกำไร 8%
Finance AOT ลุ้นเปิดดิวตี้ฟรีขาเข้า โบรกฯ ชี้หนุนกำไร 8%
ดูทั้งหมด

หอการค้า จี้เร่งเคลียร์กติกาไทย-สหรัฐ ชูหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เชื่อมซัพพลายเชนอาเซียน

18 ส.ค. 2569 | 15:28น.

หอการค้าไทยชี้ความสัมพันธ์เศรษฐกิจไทย-สหรัฐกำลังเข้าสู่จุดสำคัญ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานโลก หนุนรัฐบาลเร่งสร้างความชัดเจนเรื่องกติกาและภาษี พร้อมเดินหน้าเจรจา ART เพื่อให้เอกชนวางแผนระยะยาว เสนอขยับสถานะจาก “คู่ค้า” สู่ “Strategic Economic Partnership” ใช้จุดแข็งไทยเชื่อม Supply Chain สหรัฐกับอาเซียน เปิดทางลงทุนใหม่ใน AI เซมิคอนดักเตอร์ คลาวด์ Data Center พลังงาน และเกษตรอาหาร

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการจัดงาน “Thailand–U.S. Trade and Investment Summit 2026: Building on a Longstanding Partnership” ว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-สหรัฐกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงสำคัญ โดยภาคธุรกิจสนับสนุนให้ทั้งสองประเทศเร่งสร้างความชัดเจนด้านกติกาการค้าและกรอบอัตราภาษี รวมถึงเดินหน้าการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย-สหรัฐ หรือ ART เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการผลิต การลงทุน และบริหาร Supply Chain ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

พร้อมเสนอให้ยกระดับความสัมพันธ์จากการเป็นเพียง “คู่ค้า” ไปสู่ “หุ้นส่วนเศรษฐกิจเชิงยุทธศาสตร์” หรือ Strategic Economic Partnership โดยต่อยอดความร่วมมือไปสู่การลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน เกษตรอาหาร และเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงใช้จุดแข็งของไทยในฐานการผลิตและตำแหน่งที่เชื่อมโยงอาเซียนและเอเชีย เข้ากับเทคโนโลยี เงินทุน และนวัตกรรมของสหรัฐ

“วันนี้โจทย์ของไทยและสหรัฐฯ ไม่ควรหยุดอยู่เพียงว่าเราจะซื้อขายกันเพิ่มขึ้นเท่าไร แต่ต้องมองว่าเราจะใช้จุดแข็งของทั้งสองประเทศสร้าง Supply Chain ใหม่ที่แข็งแกร่งและแข่งขันได้อย่างไร สหรัฐฯ มีเทคโนโลยี เงินทุน และนวัตกรรม ขณะที่ไทยมีฐานการผลิต ภาคเกษตรและอาหารที่เข้มแข็ง และมีตำแหน่งยุทธศาสตร์เชื่อมโยงอาเซียนและเอเชีย นี่คือโอกาสที่ทั้งสองประเทศจะเติบโตไปด้วยกัน” ดร.พจน์กล่าว

ภาคธุรกิจมองว่า ภายใต้ภาวะการค้าโลกที่ผันผวน ความชัดเจนและความแน่นอนของกติกาการค้าเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุน จึงสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลทั้งสองฝ่ายในการสร้างกรอบอัตราภาษีที่เป็นธรรมและสามารถแข่งขันได้ พร้อมเร่งกระบวนการเจรจา ART

ขณะเดียวกัน การปรับสมดุลทางการค้าระหว่างสองประเทศไม่ควรพิจารณาเฉพาะตัวเลขขาดดุลหรือเกินดุล แต่ควรมองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจทั้งระบบ ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการจ้างงาน โดยปัจจุบันภาคเอกชนไทยมีการลงทุนในสหรัฐแล้วกว่า 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างงานกว่า 65,000 ตำแหน่ง สะท้อนว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหรัฐเป็นความสัมพันธ์สองทางที่สร้างประโยชน์ให้ทั้งสองฝ่าย

ดร.พจน์กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนภายใต้ “Team Thailand Plus” ที่มุ่งเชื่อมโยงการค้าและการลงทุนของไทยกับตลาดสหรัฐอย่างเป็นระบบ โดยการจัดประชุมครั้งนี้เป็นการสานต่อความร่วมมือหลังการนำคณะผู้แทนภาคเอกชนไทยเข้าร่วม SelectUSA Investment Summit ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อขยายการลงทุนของธุรกิจไทยในสหรัฐ และสร้างเครือข่ายภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ

สำหรับงาน Thailand–U.S. Trade and Investment Summit 2026 หอการค้าไทยจัดร่วมกับหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (AMCHAM) และหอการค้าสหรัฐอเมริกา (U.S. Chamber of Commerce) ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท มีผู้แทนระดับสูงจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรชั้นนำของไทยและสหรัฐเข้าร่วมกว่า 200 คน

หนึ่งในประเด็นสำคัญของงานคือเวที “9-9-9 Session” ซึ่งเปิดให้ผู้แทนภาครัฐและเอกชนแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสความร่วมมือใน 9 สาขา ได้แก่ การค้า เศรษฐกิจมหภาค การท่องเที่ยวและบริการ เกษตรธุรกิจ เศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ความยั่งยืน สุขภาพ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

สาระจากเวทีสะท้อนว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-สหรัฐกำลังขยายจากการค้าสินค้า ไปสู่ความร่วมมือด้านการลงทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยไทยมีโอกาสดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น AI, Semiconductor, Cloud และ Data Center แต่ต้องเร่งพัฒนาความพร้อมด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ และบุคลากร เพื่อให้การลงทุนสร้างมูลค่าเพิ่มและเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี

ด้านเกษตรและอาหารยังถูกมองเป็นอีกพื้นที่สำคัญของความร่วมมือแบบ Win-Win ตั้งแต่การพัฒนาวัตถุดิบ เทคโนโลยีการเกษตร Smart Farming และ AI ไปจนถึงการสร้างห่วงโซ่อุปทานอาหารที่มีความมั่นคง และสามารถรองรับความผันผวนด้านภูมิอากาศ ตลาดโลก และภูมิรัฐศาสตร์

การหารือช่วงบ่ายยังต่อยอดไปสู่ข้อเสนอเชิงปฏิบัติ 2 ด้าน ได้แก่ “Powering Growth with a Trusted Digital Ecosystem” มุ่งสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ ครอบคลุม AI, Cloud, Data Center พลังงานสะอาด และการพัฒนาบุคลากร และ “Partnering for Resilient Food–Agri Supply Chains” เพื่อเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานอาหารและภาคเกษตร โดยใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลิตภาพและรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษว่า ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะเป็น “Part of the Solution” ของห่วงโซ่อุปทานโลก และเดินหน้าสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ผ่านความร่วมมือในรูปแบบ Partnership and Co-creation

พร้อมทั้งมีแนวทางปรับสมดุลทางการค้าด้วยการเพิ่มการนำเข้าพลังงานและเทคโนโลยีจากสหรัฐ ควบคู่กับการผลักดันการเจรจา ART เพื่อสร้างผลประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน

H.E. Sean O’Neill เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐมีมายาวนานกว่า 200 ปี และทั้งสองประเทศควรแสวงหา “จุดร่วม” เพื่อสร้างความมั่งคั่งร่วมกัน โดยสหรัฐพร้อมสนับสนุนเทคโนโลยีขั้นสูงและพลังงาน รวมถึงก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานของไทย ขณะที่การลงทุนของภาคธุรกิจไทยในสหรัฐมีส่วนช่วยสร้างงานและเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน

ขณะที่ Hon. Michael DeSombre ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวีดิทัศน์ว่า มูลค่าการค้าระหว่างไทย-สหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 111,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และสหรัฐยังคงเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทย พร้อมมองเห็นโอกาสความร่วมมือใหม่ในด้านพลังงาน ห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ และการสนับสนุนไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านปัญญาประดิษฐ์

นายเกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนไทยและสหรัฐที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้สร้างเพียงโอกาสด้านการค้าและการลงทุน แต่ยังช่วยสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ

“งาน Thailand–U.S. Trade and Investment Summit ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนไทยและสหรัฐฯ ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ความร่วมมือดังกล่าวไม่ได้ช่วยเพียงเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน และที่สำคัญคือสร้างความไว้วางใจ (Trust) ระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในระยะยาว” นายเกษมสิทธิ์กล่าว

ดร.พจน์กล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายต่อจากนี้คือการเปลี่ยนความสัมพันธ์ที่มีอยู่ให้เกิดโครงการ การลงทุน และผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม

“ความสัมพันธ์ไทย–สหรัฐฯ มีรากฐานที่แข็งแรงมาเกือบสองศตวรรษ แต่สิ่งสำคัญกว่าประวัติศาสตร์ คือเราจะร่วมกันสร้างอนาคตต่อจากนี้อย่างไร ภาคเอกชนต้องช่วยกันเปลี่ยน Partnership ให้เป็น Project เปลี่ยน Dialogue ให้เป็น Deal และเปลี่ยนโอกาสให้เป็นการลงทุนและการเติบโตที่เกิดขึ้นจริงกับทั้งสองประเทศ”

หอการค้าไทยมองว่า การสร้างความชัดเจนด้านกติกาการค้า ควบคู่กับการต่อยอดการลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน และเกษตรอาหาร จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐสู่ Strategic Economic Partnership และเสริมบทบาทไทยในฐานะ Strategic Gateway เชื่อมโยงสหรัฐกับอาเซียนและเอเชียในระยะยาว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หอการค้าไทย ไทย-สหรัฐ