เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ชงแบตเตอรี่พาสปอร์ตเข้าบอร์ด ค่ายรถผลิตส่งออกยุโรปต้องมี QR Code
Automotive ชงแบตเตอรี่พาสปอร์ตเข้าบอร์ด ค่ายรถผลิตส่งออกยุโรปต้องมี QR Code
ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Finance ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (16 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 0.28% อยู่ที่ 63,045 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (16 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 0.28% อยู่ที่ 63,045 เหรียญสหรัฐ
ส่องไฮไลต์ Character Fest Thailand 2026 ‘Pop Star Party’
Business ส่องไฮไลต์ Character Fest Thailand 2026 ‘Pop Star Party’
EGAT Innovation ESG ปั้นต้นแบบสังคมคาร์บอนต่ำ
SD EGAT Innovation ESG ปั้นต้นแบบสังคมคาร์บอนต่ำ
สปส. ปลดล็อกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม  ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ยันเข้าคูหา 27 ก.ย.
Politics สปส. ปลดล็อกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ยันเข้าคูหา 27 ก.ย.
มิสยูนิเวิร์ส 2026 ม่วนซื่นวัฒนธรรมอีสาน
Biz Movement มิสยูนิเวิร์ส 2026 ม่วนซื่นวัฒนธรรมอีสาน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯทรงยกระดับหัตถศิลป์ผ้าไทยSCRAFT: Craftsmanship 2026
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯทรงยกระดับหัตถศิลป์ผ้าไทยSCRAFT: Craftsmanship 2026
แก้วิกฤตมันสำปะหลังไทย เก็บค่าต๋งตั้งกองทุนวิจัยท่อนพันธุ์
Economic แก้วิกฤตมันสำปะหลังไทย เก็บค่าต๋งตั้งกองทุนวิจัยท่อนพันธุ์
Monomax ผสานคลาวด์ AWS โชว์ศักยภาพรองรับพรีเมียร์ลีก ชิงเค้กสตรีมมิ่งกีฬา
Biz Movement Monomax ผสานคลาวด์ AWS โชว์ศักยภาพรองรับพรีเมียร์ลีก ชิงเค้กสตรีมมิ่งกีฬา
ดูทั้งหมด

แก้วิกฤตมันสำปะหลังไทย เก็บค่าต๋งตั้งกองทุนวิจัยท่อนพันธุ์

15 ส.ค. 2569 | 17:48น.

อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยกำลังเผชิญปัญหาอย่างหนัก ถึงขั้น 4 สมาคมมันสำปะหลังเตือนว่าเป็น “วิกฤตขาดแคลนวัตถุดิบขั้นรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์” หลังผลสำรวจของภาคเอกชนพบผลผลิตฤดูกาลล่าสุดเหลือเพียง 18.7 ล้านตัน สวนทางกับความต้องการใช้ในประเทศระดับ 37-42 ล้านตัน ส่งผลกระทบต่อเนื่องจากลานมัน โรงงานแป้ง อุตสาหกรรมต่อเนื่อง จนถึงการส่งออก ขณะที่มูลค่าส่งออกปี 2569 ถูกประเมินว่าอาจลดเหลือตํ่ากว่า 70,000 ล้านบาท จากระดับสูงสุด 155,498 ล้านบาทในปี 2565 ทำให้ภาคเอกชนและนักวิชาการเสนอทั้งมาตรการเร่งด่วน การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การเร่งขยายพันธุ์ต้านทาน ตลอดจนการระดมเงินจากอุตสาหกรรมกลับมาลงทุนวิจัยและพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลังเอง

วัตถุดิบหาย 15 ล้านตัน

นายอำนาจ สุขประสงค์ผล นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทยกล่าวว่า 4 สมาคมออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยในระดับสูงสุด เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงความผันผวนด้านราคาตามกลไกตลาดชั่วคราว แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ จากผลสำรวจหัวมันของ 4 สมาคมพบว่า ปริมาณผลผลิตฤดูกาลล่าสุดลดลงเหลือเพียง 18.7 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการวัตถุดิบขั้นต่ำสำหรับการแปรรูปเป็นมันเส้น มันเม็ด แป้งมันสำปะหลัง และแป้งแปรรูปขั้นสูงอยู่ที่ 37-42 ล้านตัน ผลผลิตหายออกจากระบบเกือบ 15 ล้านตัน ส่งผลให้เกิดการแข่งขันแย่งซื้อวัตถุดิบและกดดันต้นทุนผู้ประกอบการอย่างรุนแรง ขณะที่ปัญหาลุกลามเข้าสู่ภาคการส่งออกด้วย มูลค่าส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเคยอยู่ที่ 120,797 ล้านบาทในปี 2564 และเพิ่มขึ้นสูงสุด 155,498 ล้านบาทในปี 2565 ก่อนลดลงต่อเนื่อง โดยปี 2569 ภาคเอกชนคาดว่ามูลค่าส่งออกทั้งปีอาจต่ำกว่า 70,000 ล้านบาท เท่ากับว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจอาจหายไปประมาณ 85,000 ล้านบาท

“นี่ไม่ใช่เพียงตัวเลขการส่งออกที่ลดลง แต่คือเม็ดเงินและรายได้ทางเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังสูญหาย รวมถึงความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลก”

นายอำนาจระบุด้วยว่า ลานมันหลายแห่งต้องเลิกกิจการหรือหยุดดำเนินงานชั่วคราว เพราะไม่มีหัวมันสดเข้าสู่ระบบ ขณะที่ราคามันเส้นรับซื้อในประเทศอยู่ที่ 7.50-7.75 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้การแปรรูปเพื่อส่งออกแข่งขันกับตลาดโลกได้ยากขึ้น ส่วนโรงงานแป้งจำนวนมากมีวัตถุดิบเข้าโรงงานเพียง 30-40% ของกำลังการผลิต ทำให้ต้นทุนคงที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

สำหรับต้นเหตุที่ทำให้ผลผลิตลดลงมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ โรคใบด่างมันสำปะหลังและปัญหาการควบคุมท่อนพันธุ์ สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม และเกษตรกรบางส่วนลดหรือเลิกปลูกหลังเผชิญราคาต่ำ ต้นทุนสูง และผลผลิตต่อไร่ลดลง

เลิกลานมันปลูกอ้อย-ยางแทน

นายสมชาย วราธนสิน นายกสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สะท้อนสถานการณ์ในพื้นที่ภาคตะวันออกว่า เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการขาดแคลนวัตถุดิบ ผู้ประกอบการลานมันหลายแห่งเลิกกิจการเพราะไม่มีหัวมันเข้าสู่ระบบ บางรายต้องออกไปทำอาชีพอื่น ขณะที่ภาคตะวันออกซึ่งเดิมเคยมีลานรับซื้อจำนวนมาก ปัจจุบันลดลงอย่างมาก ปัญหาคือปริมาณพันธุ์ต้านทานยังไม่เพียงพอ โดยมีพื้นที่ปลูกอยู่ประมาณ 25,000 ไร่ จึงเห็นว่าระหว่างที่พันธุ์ต้านทานยังขยายไม่ทันความต้องการ ควรนำพันธุ์ทนทานโรคเข้ามาเสริมด้วย ทั้งนี้พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังลดลงจากเดิม 8 ล้านไร่ เหลือกว่า 6 ล้านไร่ โดยเกษตรกรบางส่วนเปลี่ยนไปปลูกอ้อย ข้าวโพด หรือยางพาราแทน

พึ่งนำเข้าจากเพื่อนบ้านไม่ได้

ด้านนายดุสิต พิทยาธิคุณ นายกสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย กล่าวว่า สถานการณ์ขาดแคลนวัตถุดิบส่งผลให้ค่าเฉลี่ยการใช้กำลังการผลิต (Capacity) ของอุตสาหกรรมอยู่ในระดับไม่ถึง 30% ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงขึ้น และกระทบความสามารถในการแข่งขันกับประเทศรอบข้างโดยตรง ที่ผ่านมาภาคอุตสาหกรรมสามารถชดเชยวัตถุดิบที่ผลิตในประเทศไม่พอด้วยการนำเข้าจากเพื่อนบ้าน แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ทั้งลาวและประเทศเพื่อนบ้านต่างต้องใช้วัตถุดิบเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศของตัวเองมากขึ้น ไทยจึงต้องพึ่งพาตนเอง ปัจจุบันไทยมีพื้นที่ปลูกประมาณ 7 ล้านไร่หากสามารถเพิ่มผลผลิตเฉลี่ยเป็น 5-6 ตันต่อไร่ ก็มีศักยภาพผลิตวัตถุดิบให้เพียงพอต่อความต้องการที่อยู่ประมาณ 40 ล้านตันต่อปีได้ ดังนั้น ภาครัฐต้องพิจารณาลดข้อจำกัดด้านระเบียบที่ทำให้มาตรการแก้ไขปัญหาล่าช้า พร้อมกับการขยายพันธุ์ต้านทานจากพื้นที่ประมาณ 25,000 ไร่ แม้ยังถือว่าน้อย แต่หากใช้ตัวคูณขยายพันธุ์ประมาณ 6 เท่า สามารถเพิ่มเป็นมากกว่า 100,000 ไร่ในรอบต่อไป และขยายไปสู่ประมาณ 1 ล้านไร่ ก่อนเพิ่มขึ้นในระยะต่อมาได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสัดส่วนพื้นที่ที่ใช้พันธุ์ต้านทานในอนาคต

TDRI เสนอเก็บค่าต๋งตั้งทุนวิจัย

รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เสนอว่า อุตสาหกรรมมันสำปะหลังจำเป็นต้อง “ช่วยตัวเอง” มากขึ้น ไม่สามารถรอเพียงงบประมาณและมาตรการจากภาครัฐ ข้อเสนอสำคัญคือ ให้สมาคมที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ค้า ผู้ผลิตแป้ง และผู้ส่งออก หารือและตกลงร่วมกันเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้จัดเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ผลิตและผู้ส่งออก แล้วนำเงินดังกล่าวไปใช้เร่งวิจัยและพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลัง อีกข้อเสนอคือ พิจารณานำเงินต้นจากมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทยที่มีอยู่ 600-700 ล้านบาท มาใช้ฟื้นฟูอุตสาหกรรมและช่วยเหลือเกษตรกร จากเดิมที่ใช้เพียงผลตอบแทนจากการลงทุน 

รศ.ดร.นิพนธ์ยังตั้งประเด็นเรื่องผลิตภาพของภาคเกษตร โดยมองว่าไทยกำลังสูญเสียจุดแข็งด้านพันธุ์พืช และจำเป็นต้องเร่งยกระดับงานวิจัยและพัฒนาพันธุ์ เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่และรับมือโรคใบด่าง

อีกประเด็นที่เสนอให้เร่งปฏิรูปคือ ระบบข้อมูลภาคเกษตร เนื่องจากตัวเลขประมาณการผลผลิตของภาครัฐและผลสำรวจของภาคเอกชนแตกต่างกัน จนสมาคมต้องลงทุนสำรวจข้อมูลเอง จึงเสนอให้กระบวนการจัดทำข้อมูลมีความเป็นอิสระจากการเมืองมากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อข้อมูลที่ใช้วางแผนการผลิตและตลาด

เป้าสำคัญดันผลผลิต 35 ล้านตัน 

จากข้อเสนอของผู้แทนทั้ง 4 สมาคมและนักวิชาการ มีจุดร่วมสำคัญคือ การเพิ่มปริมาณวัตถุดิบกลับเข้าสู่ระบบ ตั้งแต่การเร่งขยายพันธุ์ การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ระบบน้ำ การลดข้อจำกัดในการดำเนินงาน ไปจนถึงการระดมเงินของอุตสาหกรรมมาสนับสนุนการวิจัย เพราะภายใต้ผลผลิตที่เหลือเพียง 18.7 ล้านตัน เทียบกับความต้องการ 37-42 ล้านตัน ภาคอุตสาหกรรมกำหนดเป้าหมายดันผลผลิตกลับสู่ระดับประมาณ 35 ล้านตัน เพื่อให้เพียงพอต่อการรักษาฐานการผลิตและการแปรรูปของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทุนวิจัย มันสำปะหลัง