เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘นายกฯ’ นำ 14 บิ๊กเอกชนไทย ไปขยายการค้า-ลงทุนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์
Politics ‘นายกฯ’ นำ 14 บิ๊กเอกชนไทย ไปขยายการค้า-ลงทุนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์
ผ่านการทดสอบแล้ว M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว “ทางหลวง” ยันปลอดภัย พร้อมเปิด 28 ส.ค.นี้
Real Estate ผ่านการทดสอบแล้ว M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว “ทางหลวง” ยันปลอดภัย พร้อมเปิด 28 ส.ค.นี้
แผ่นดินไหว ‘อินโดนีเซีย’ 7.7 แมกนิจูด อพยพ 5,000 คน ดับแล้วอย่างน้อย 53 ราย
World แผ่นดินไหว ‘อินโดนีเซีย’ 7.7 แมกนิจูด อพยพ 5,000 คน ดับแล้วอย่างน้อย 53 ราย
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯเปิด อาคารทศมบพิตร ทอดพระเนตร “นาวีเวชบริรักษ์“
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯเปิด อาคารทศมบพิตร ทอดพระเนตร “นาวีเวชบริรักษ์“
คุยกับเศรษฐา : สู้กับน้ำ หรือ อยู่กับน้ำ
คุยกับเศรษฐา คุยกับเศรษฐา : สู้กับน้ำ หรือ อยู่กับน้ำ
ดอลลาร์พัก บาทฟื้น แต่ความเสี่ยงยังรออยู่ปลายไตรมาส 3
Finance ดอลลาร์พัก บาทฟื้น แต่ความเสี่ยงยังรออยู่ปลายไตรมาส 3
คมนาคม ชง ครม.สัญจร สงขลา สร้างรถไฟทางคู่สายใต้ “แสนล้าน” เชื่อมถึงปาดังเบซาร์
Economic คมนาคม ชง ครม.สัญจร สงขลา สร้างรถไฟทางคู่สายใต้ “แสนล้าน” เชื่อมถึงปาดังเบซาร์
คลื่นสินค้าจีนลูกใหม่โถมอาเซียน กระเป๋าถือ-นาฬิกา-อัญมนีนำขบวน
Business คลื่นสินค้าจีนลูกใหม่โถมอาเซียน กระเป๋าถือ-นาฬิกา-อัญมนีนำขบวน
‘อนุทิน’ เตรียมดีลตัวต่อตัว ดึงนักธุรกิจออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ช่วงเยือน 17-22 ส.ค.
Economic ‘อนุทิน’ เตรียมดีลตัวต่อตัว ดึงนักธุรกิจออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ช่วงเยือน 17-22 ส.ค.
เมื่อความสุขสำคัญพอ ๆ กับอายุที่ยืนยาว
Columns เมื่อความสุขสำคัญพอ ๆ กับอายุที่ยืนยาว
ดูทั้งหมด

สำรวจคอนเทนต์ 3 ยักษ์ใหญ่ในศึกสตรีมมิ่ง จะตัดสินใจอยู่กับเจ้าไหนดี

09 ก.ย. 2562 | 18:41น.

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เดือนพฤศจิกายนนี้ ยักษ์ใหญ่ระดับโลก 2 รายจะเปิดตัวบริการวิดีโอสตรีมมิ่ง ดิสนีย์ประกาศชัดแล้วว่าจะเปิดตัว Disney+ ในวันที่ 12 พฤศจิกายน ขณะที่แอปเปิลบอกว่าจะเปิดตัว Apple TV+ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (ของอเมริกา) ก็น่าจะเปิดตัวในเวลาไล่เลี่ยกัน

ในแง่มุมทางธุรกิจย่อมเป็นเรื่องน่าจับตามองที่สมรภูมิวิดีโอสตรีมมิ่งจะเดือดขึ้นมากอีกหลายเท่าตัว เพราะมีผู้เล่นใหม่ระดับซูเปอร์ยักษ์ใหญ่ที่มีเงินและคอนเทนต์อยู่ล้นมือจะเข้ามาเขย่าบัลลังก์เจ้าเก่า

แต่ในแง่มุมของผู้บริโภค คนทั่วไปที่ไม่ได้ฐานะร่ำรวยนักย่อมมีการจำกัดงบฯใช้จ่ายสำหรับความบันเทิงเหล่านี้ว่าจะจ่ายได้มากที่สุดเดือนละเท่าไหร่ และนอกจากเรื่องเงินก็ยังมีเรื่องเวลาที่คนเรามีเวลาว่างจำกัด เมื่อมีตัวเลือกเยอะขนาดนี้ ต่อให้มีเงินจ่ายทุกเจ้าก็ไม่มีเวลาดูจนครบอยู่ดี แล้วจะเลือกอยู่กับเจ้าไหนดีล่ะ ก็ต้องดูว่าเจ้าไหนมีจุดเด่นตรงไหน และความชอบของตัวเองตรงกับแนวทางคอนเทนต์ของเจ้าไหนมากที่สุด ซึ่งผู้เล่นหลัก ๆ ที่จะมีบทบาทในเมืองไทยมากที่สุดก็ไม่น่าจะผิดจาก 3 เจ้าที่กำลังจะพูดถึงนี้

Netflix

เจ้าที่ครองอันดับ 1 ของตลาดอย่าง Netflix มีจุดขายตรงที่ออริจินอลคอนเทนต์ หรือคอนเทนต์ที่สร้างเฉพาะของตัวเอง ทั้งซีรีส์ ภาพยนตร์ และสารคดี ซึ่งโดนใจกลุ่มผู้ใช้บริการที่เป็นคนช่วงวัยรุ่นตอนปลายและวัยทำงานตอนต้น (19-29 ปี) มากที่สุด รองลงมาคือวัยทำงาน (30-44 ปี)

จุดขายในจุดขายคือ Netflix ไม่ได้เอาโลกตะวันตกเป็นศูนย์กลางของคอนเทนต์ แต่มีการสร้างคอนเทนต์ท้องถิ่นของภูมิภาคต่าง ๆ ด้วย อย่างเช่น มีการจับมือกับโปรดักชั่นเฮาส์และผู้กำกับภาพยนตร์-ซีรีส์ในเอเชีย อย่างเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน อินเดีย รวมถึงไทย สร้างสรรค์คอนเทนต์ใหม่ร่วมกัน

การสร้างคอนเทนต์ระดับภูมิภาคเป็นกลยุทธ์การตลาดที่สามารถดึงลูกค้าใหม่ ๆ ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลกได้เป็นอย่างดี และผลพลอยได้อีกแง่หนึ่งคือ Netflix ทำให้การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไปได้ไกลกว่าที่วงการภาพยนตร์เคยทำ เพราะ Netflix หนึ่งจอสามารถเปิดดูด้วยกันได้ทั้งครอบครัว ซึ่งบางคนที่ไม่ได้ตั้งใจดูก็อาจจะได้ดูเพราะมีคนในบ้านเปิด เทียบกับภาพยนตร์ที่จะได้เห็นเฉพาะคนที่ตั้งใจเข้าไปดูในโรงภายนตร์เท่านั้น

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ Netflix ที่อยากชื่นชมคือการออกแบบ user interface ที่ใช้งานง่าย เอื้ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการมาก ๆ

สรุปเลย Netflix มีคอนเทนต์หลากหลาย ทั้งหลากหลายทางช่วงวัย หลากหลายทางความสนใจ หลากหลายทางวัฒนธรรมที่นำเสนอในคอนเทนต์ น่าจะเหมาะกับคนที่ไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้ของสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว ต้องการคอนเทนต์ที่หลากหลายให้ explore ได้ไม่รู้จบ

(Photo by NOAH BERGER / AFP)


Apple TV+

แอปเปิลเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทุนหนา สามารถดึงบุคลากรแถวหน้าของวงการมาร่วมงานได้ไม่อั้น แต่ตามข่าวที่แอปเปิลบอกว่าจะใช้เงิน 2-3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2018-2019 สำหรับสร้างคอนเทนต์ลง Apple TV+ นั้นก็ถือว่ายังน้อยถ้าเทียบกับที่ Netflix ใช้ไป 1.2 หมื่นล้านสำหรับสร้างคอนเทนต์ในปี 2018 เพียงปีเดียว

แอปเปิลประกาศแนวทางไว้ว่า Apple TV+ จะสร้างสรรค์ภาพยนตร์และรายการทีวีหลากหลายแนว โดยนักสร้างสรรค์ระดับแถวหน้าของวงการทีวีและภาพยนตร์ เท่าที่ประกาศรายชื่อระดับบิ๊กเนมออกมาแล้วก็มี สตีเว่น สปีลเบิร์ก ที่สร้างความว้าวในฝั่งภาพยนตร์ ขณะที่ฝั่งรายการทีวีมีชื่อ โอปราห์ วินฟรีย์ ให้ว้าวเช่นกัน

รายชื่อหนังและซีรีส์ที่เปิดเผยออกมาแล้ว ก็อย่างเช่น Amazing Story ผลงานของสตีเว่น สปีลเบิร์ก, The Morning Show นำแสดงโดย เจนนิเฟอร์ อนิสตัน และรีส วิทเธอร์สพูน, See นำแสดงโดย เจสัน โมโมอา, For All Mankind นำแสดงโดย โจแอล คินนาแมน, Are You Sleeping นำแสดงโดย ออคตาเวีย สเปนเซอร์, Little America ซีรีส์ที่พูดเรื่องผู้อพยพในอเมริกา, Little Voice ซีรีส์คอเมดี้-ดราม่า ที่ เจ.เจ. เอบรามส์ เป็นโปรดิวเซอร์ร่วมกับซาร่า บาเรลลีส และ Time Bandits ที่ไทก้า ไวตีตี้ ผู้กำกับ Thor : Ragnarok มาร่วมเขียนบทด้วย

นอกจากนั้นยังมีข่าวจากแหล่งข่าวในฮอลลีวูดที่ว่า Apple TV+ ตั้งเป้าจะทำหนังทุนต่ำ-ทุนกลางแต่คุณภาพระดับเข้าชิงรางวัลออสการ์ให้ได้มากถึงปีละ 6 เรื่องเลยทีเดียว

ถ้าคาดการณ์จากข้อมูลที่เปิดเผยออกมา คอนเทนต์ของ Apple TV+ น่าจะเหมาะกับคนที่ชอบหนังฮอลลีวูดที่เป็นหนังคนแสดง สไตล์หนังชีวิต หรือไม่ก็สไตล์หนังฟอร์มยักษ์ไปเลย รวมถึงคนที่ชอบรายการทีวีสไตล์อเมริกันด้วย

Photo by Robyn Beck / AFP)

Disney+

ขึ้นชื่อว่าดิสนีย์ก็แน่นอนว่ามีต้นทุนดีกว่าเจ้าอื่นมากทั้งในแง่ทุนและคอนเทนต์ เฉพาะคอนเทนต์เก่าในอดีต ก็มีแฟน ๆ หลายร้อยล้านคนพร้อมจะจ่ายเงินแล้ว ส่วนในแง่การสร้างคอนเทนต์ใหม่ ดิสนีย์ก็มีประสบการณ์การสร้างคอนเทนต์ที่ทิ้งห่างเจ้าอื่นอยู่หลายช่วงตัว

ดิสนีย์เป็นเจ้าของสตูดิโอภาพยนตร์มากมาย ซึ่งคอนเทนต์ทั้งหมดจะมารวมกันอยู่ใน Disney+ และจะดึงดูดลูกค้าได้ทั่วโลกแน่นอน เฉพาะแฟนของภาพยนตร์แอนิเมชั่นดิสนีย์ กับแฟนซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล ก็กุมจำนวนแฟนคลับทั่วโลกไปแล้วกว่า 200 ล้านคนเห็นจะได้ ไหนจะมีพิกซาร์ สตาร์วอร์ส และเนชั่นแนลจีโอกราฟิก ยังไม่นับการที่ดิสนีย์ถอดคอนเทนต์ของตัวเองออกจากแพลตฟอร์มของเจ้าอื่นทั้งหมด หลังจากนั้นคู่แข่งจะได้รับผลกระทบขนาดไหน คาดการณ์ได้เลยว่า ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า Disney+ ก็จะเป็นผู้นำตลาดวิดีโอสตรีมมิ่งได้ในที่สุด เหมือนที่ดิสนีย์ครองตลาดภาพยนตร์ไว้อย่างเหนียวแน่น

(Photo by Robyn Beck / AFP)

คอนเทนต์ของ Disney+ ชัดเจนมาก ถ้าใครเป็นแฟนดิสนีย์ แฟนพิกซาร์ แฟนมาร์เวล แฟนสตาร์วอร์ส ก็คงต้องมากองรวมกันอยู่กับเจ้านี้และการที่มีเนชั่นแนลจีโอกราฟิกมาเสริมด้วย ก็ทำให้ Disney+ เป็นบริการที่ตอบโจทย์ทั้งครอบครัวตั้งแต่เด็กถึงผู้อาวุโสเลย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Disney+ netflix สตรีมมิ่ง