เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิสริยะ ชี้ 4 ทางรอดยานยนต์ไทย เร่งเชื่อมซัพพลายเชน EV จีน-ต่อยอดไฮบริด
Economic อิสริยะ ชี้ 4 ทางรอดยานยนต์ไทย เร่งเชื่อมซัพพลายเชน EV จีน-ต่อยอดไฮบริด
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานสัมภาษณ์ 1 ปีที่ผ่านมา และการทำงาน
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานสัมภาษณ์ 1 ปีที่ผ่านมา และการทำงาน
บอร์ดกองทุนอ้อยฯ รื้อแผนงบปี 70 จี้ใช้เงินคุ้มค่า ดันวิจัยพันธุ์ใหม่-AI พยากรณ์ผลผลิต
Economic บอร์ดกองทุนอ้อยฯ รื้อแผนงบปี 70 จี้ใช้เงินคุ้มค่า ดันวิจัยพันธุ์ใหม่-AI พยากรณ์ผลผลิต
BAM กางแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง เร่งตั้ง JV AMC อีก 3 แห่ง ปักเป้าพอร์ตทะลุ 6 แสนล้าน
Finance BAM กางแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง เร่งตั้ง JV AMC อีก 3 แห่ง ปักเป้าพอร์ตทะลุ 6 แสนล้าน
พาณิชย์ปั้น “มันสำปะหลังไทย” ขึ้นสินค้ามูลค่าสูง เปิดเกม Health-Low Carbon เจาะตลาดโลก
Economic พาณิชย์ปั้น “มันสำปะหลังไทย” ขึ้นสินค้ามูลค่าสูง เปิดเกม Health-Low Carbon เจาะตลาดโลก
เปิดฉาก CP-CoEX ปั้น ‘ผู้นำแห่งอนาคต’ ก้าวทัน AI-เข้าใจการพัฒนานวัตกรรม
SD เปิดฉาก CP-CoEX ปั้น ‘ผู้นำแห่งอนาคต’ ก้าวทัน AI-เข้าใจการพัฒนานวัตกรรม
กรุงเทพประกันชีวิต โชว์ผลงานครึ่งทางปี’69 กวาดเบี้ยรับปีแรก 3,869 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,603 ล้าน พุ่ง 6%
Finance กรุงเทพประกันชีวิต โชว์ผลงานครึ่งทางปี’69 กวาดเบี้ยรับปีแรก 3,869 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,603 ล้าน พุ่ง 6%
‘ชีจรรย์ กอล์ฟ’ เปิดตัว Flinggolf แห่งแรกในเอเชีย มิติใหม่ Sport Tourism
Biz Movement ‘ชีจรรย์ กอล์ฟ’ เปิดตัว Flinggolf แห่งแรกในเอเชีย มิติใหม่ Sport Tourism
บิ๊กโตโยต้า ซัดรัฐบาลเร่งรื้อภาษีสรรพสามิตครั้งใหญ่ ลั่น ‘แฟร์เพลย์’ รถยนต์ผลิตในประเทศ-EV นำเข้าต้องเท่าเทียม
Automotive บิ๊กโตโยต้า ซัดรัฐบาลเร่งรื้อภาษีสรรพสามิตครั้งใหญ่ ลั่น ‘แฟร์เพลย์’ รถยนต์ผลิตในประเทศ-EV นำเข้าต้องเท่าเทียม
ตำนาน ‘เลสเตอร์ ซิตี้’ แชมป์ปาฏิหาริย์ ในมือ ‘ศรีวัฒนประภา’
ไฮไลท์ประชาชาติ ตำนาน ‘เลสเตอร์ ซิตี้’ แชมป์ปาฏิหาริย์ ในมือ ‘ศรีวัฒนประภา’
ดูทั้งหมด

อัพเดต ผลเจรจาการค้าสหรัฐและจีน แยกตามหมวด-จับตา ‘ศาลสูงสุด’ ไต่สวนคดีภาษี

03 พ.ย. 2568 | 13:11น.

ทำเนียบขาวเผยแพร่รายละเอียดการเจรจาการค้ากับจีน ขณะที่นานาชาติจับตาวันที่ 5 พฤศจิกายน ศาลสูงสุด (Supreme Court) ของสหรัฐจะเริ่มพิจารณาคดีภาษีแบบต่างตอบโต้หรือตอบแทน (Reciprocal Tariff) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ 

เว็บไซต์ทำเนียบขาวเผยแพร่เอกสารข้อเท็จจริงเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2025 หัวข้อ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากับจีน

สหรัฐถือว่าเป็นการปรับสมดุลการค้ากับจีน เอกสารระบุว่า ทรัมป์บรรลุข้อตกลงทางการค้าและเศรษฐกิจกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่ช่วยปกป้องความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติสหรัฐควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับแรงงาน เกษตรกร และครอบครัวชาวอเมริกันเป็นอันดับแรก

โดยสรุป “ข้อตกลงประวัติศาสตร์ฉบับนี้” ประกอบด้วยพันธสัญญาของจีนที่จะ :
•หยุดยั้งการไหลเวียนของสารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตเฟนทานิลเข้าสู่สหรัฐ
•ยกเลิกการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายากและแร่ธาตุสำคัญอื่น ๆ ทั้งในปัจจุบันและที่ยังเป็นแผนของจีน
•ยุติการตอบโต้ของจีนต่อผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และบริษัทยักษ์ใหญ่อื่น ๆ ของสหรัฐ
•เปิดตลาดจีนให้ถั่วเหลืองและสินค้าเกษตรอื่น ๆ ของสหรัฐ

สามารถแบ่งประเด็นได้ดังนี้ 

ภาษี

•จีนจะระงับภาษีตอบโต้ทั้งหมดที่ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2025 ซึ่งรวมถึงภาษีศุลกากรต่อสินค้าเกษตรของสหรัฐจำนวนมาก ได้แก่ ไก่ ข้าวสาลี ข้าวโพด ฝ้าย ข้าวฟ่าง ถั่วเหลือง เนื้อหมู เนื้อวัว ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ ผลไม้ ผัก และผลิตภัณฑ์นม

•สหรัฐจะลดภาษีนำเข้าจากจีนที่กำหนดขึ้นเพื่อควบคุมการไหลเวียนของเฟนทานิล โดยการลดอัตราภาษีลง 10 เปอร์เซ็นต์ มีผลตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2025 และจะยังคงระงับภาษีศุลกากรแบบต่างตอบแทนหรือตอบโต้ที่สูงขึ้นสำหรับสินค้านำเข้าจากจีนจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2026 (ภาษีศุลกากรแบบตอบแทน 10% ในปัจจุบันจะยังคงมีผลบังคับใช้ในช่วงระยะเวลาการระงับนี้)

อุปสรรคการค้าที่มิใช่ภาษีและการขึ้นบัญชีดำ

•จีนจะระงับหรือยกเลิกมาตรการตอบโต้ที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากรทั้งหมดที่ใช้กับสหรัฐ ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2025 รวมถึงการที่จีนขึ้นบัญชีบริษัทอเมริกันบางแห่งเป็นนิติบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ

•จีนจะใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้แน่ใจว่าการค้าจากโรงงานของ Nexperia ในจีนจะกลับมาดำเนินการอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้การผลิตชิปเก่า (Legacy Chips) ที่สำคัญสามารถส่งออกไปยังส่วนอื่น ๆ ของโลกได้

•สหรัฐจะระงับการบังคับใช้กฎเกณฑ์ที่มีชื่อว่า การขยายการควบคุมผู้ใช้ปลายทางให้ครอบคลุมถึงบริษัทในเครือของนิติบุคคลจดทะเบียนบางแห่ง (Expansion of End-User Controls to Cover Affiliates of Certain Listed Entities) เป็นเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2025 (กฎนี้เพิ่มการควบคุมการส่งออกอย่างมาก)

มาตรา 301

•จีนจะยกเลิกมาตรการตอบโต้ต่อการประกาศของสหรัฐเกี่ยวกับการสอบสวนตามมาตรา 301 ในภาคการเดินเรือรวมถึงโลจิสติกส์ และการต่อเรือ

•สหรัฐจะต่ออายุการยกเว้นภาษีศุลกากรตามมาตรา 301 บางส่วน ซึ่งปัจจุบันจะสิ้นสุดในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2025 ออกไปจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2026 และจะระงับการตอบโต้ภายใต้มาตรา 301 ในภาคการเดินเรือรวมถึงโลจิสติกส์ และการต่อเรือเป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2025 เป็นต้นไป และในระหว่างนี้ สหรัฐจะเจรจากับจีนตามมาตรา 301 ควบคู่ไปกับการสานต่อความร่วมมือกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่นในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการต่อเรือของอเมริกา

แร่หายากและแร่ธาตุสำคัญ

•จีนจะระงับการบังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากฉบับใหม่ที่ครอบคลุมทั่วโลก รวมถึงมาตรการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2025 และจะออกใบอนุญาตทั่วไปสำหรับการส่งออกแร่หายาก แกลเลียม เจอร์เมเนียม แอนติโมนี และกราไฟต์ เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้ปลายทางและซัพพลายเออร์ของสหรัฐทั่วโลก ซึ่งใบอนุญาตทั่วไปนี้หมายถึงการยกเลิกมาตรการควบคุมที่จีนบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2025 และตุลาคม 2022 โดยพฤตินัย

สินค้าเกษตรและการเข้าถึงตลาด

•จีนจะซื้อถั่วเหลืองสหรัฐอย่างน้อย 12 ล้านตันในช่วงสองเดือนสุดท้ายที่เหลือของปี 2025 และจะซื้อถั่วเหลืองสหรัฐอย่างน้อย 25 ล้านตันต่อปี ซึ่งครอบคลุมปี 2026 2027 และ 2028 นอกจากนี้ จีนจะกลับมาซื้อท่อนซุง ข้าวฟ่างและไม้เนื้อแข็งของสหรัฐอีกครั้ง และจะต่ออายุข้อยกเว้นภาษีศุลกากรที่อิงตามกลไกตลาดสำหรับการนำเข้าจากสหรัฐออกไปอีก โดยมีผลจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2026

เฟนทานิล

•จีนจะใช้มาตรการสำคัญเพื่อยุติการขนส่งเฟนทานิลไปยังสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จีนจะระงับการขนส่งสารเคมีบางชนิดไปยังอเมริกาเหนือ และควบคุมการส่งออกสารเคมีอื่น ๆ บางชนิดที่ส่งไปทุกจุดหมายปลายทางทั่วโลกอย่างเข้มงวด

•สหรัฐจะลดภาษีนำเข้าจากจีนที่กำหนดขึ้นเพื่อควบคุมการหลั่งไหลของเฟนทานิลในสหรัฐ โดยการลดอัตราภาษีลง 10 เปอร์เซ็นต์ มีผลตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2025

 

สัปดาห์หน้า ศาลสูงสุดสหรัฐเตรียมพิจารณาคดีเกี่ยวกับภาษีศุลกากรแบบต่างตอบแทนที่ทรัมป์ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act : IEEPA 1997) บังคับใช้ ซึ่งที่ผ่านมา ศาลชั้นต้นตัดสินว่า ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขต

โดยการพิจารณาคดีเริ่มครั้งแรกในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ โจทก์และจำเลยให้การโต้แย้งด้วยวาจา

คำตัดสิน ซึ่งอาจเร็วที่สุดในปีนี้ หรือช้าที่สุดในมิถุนายนหรือกรกฎาคมปี 2026 อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อยุทธ์ศาสตร์ภาษีศุลกากรของทรัมป์ รวมถึงผลกระทบสำคัญต่ออนาคตของเศรษฐกิจและนโยบายการบริหาร

ภาษีศุลกากรดังกล่าวสร้างรายได้มหาศาลให้กับรัฐบาลสหรัฐ โดยนำเงินเข้าประเทศ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (9.7 แสนล้านบาท) ในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าสี่เท่าของยอดที่เก็บได้ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งช่วยปรับปรุงแนวโน้มการคลังของประเทศอย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง