เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิสริยะ ชี้ 4 ทางรอดยานยนต์ไทย เร่งเชื่อมซัพพลายเชน EV จีน-ต่อยอดไฮบริด
Economic อิสริยะ ชี้ 4 ทางรอดยานยนต์ไทย เร่งเชื่อมซัพพลายเชน EV จีน-ต่อยอดไฮบริด
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานสัมภาษณ์ 1 ปีที่ผ่านมา และการทำงาน
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานสัมภาษณ์ 1 ปีที่ผ่านมา และการทำงาน
บอร์ดกองทุนอ้อยฯ รื้อแผนงบปี 70 จี้ใช้เงินคุ้มค่า ดันวิจัยพันธุ์ใหม่-AI พยากรณ์ผลผลิต
Economic บอร์ดกองทุนอ้อยฯ รื้อแผนงบปี 70 จี้ใช้เงินคุ้มค่า ดันวิจัยพันธุ์ใหม่-AI พยากรณ์ผลผลิต
BAM กางแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง เร่งตั้ง JV AMC อีก 3 แห่ง ปักเป้าพอร์ตทะลุ 6 แสนล้าน
Finance BAM กางแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง เร่งตั้ง JV AMC อีก 3 แห่ง ปักเป้าพอร์ตทะลุ 6 แสนล้าน
พาณิชย์ปั้น “มันสำปะหลังไทย” ขึ้นสินค้ามูลค่าสูง เปิดเกม Health-Low Carbon เจาะตลาดโลก
Economic พาณิชย์ปั้น “มันสำปะหลังไทย” ขึ้นสินค้ามูลค่าสูง เปิดเกม Health-Low Carbon เจาะตลาดโลก
เปิดฉาก CP-CoEX ปั้น ‘ผู้นำแห่งอนาคต’ ก้าวทัน AI-เข้าใจการพัฒนานวัตกรรม
SD เปิดฉาก CP-CoEX ปั้น ‘ผู้นำแห่งอนาคต’ ก้าวทัน AI-เข้าใจการพัฒนานวัตกรรม
กรุงเทพประกันชีวิต โชว์ผลงานครึ่งทางปี’69 กวาดเบี้ยรับปีแรก 3,869 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,603 ล้าน พุ่ง 6%
Finance กรุงเทพประกันชีวิต โชว์ผลงานครึ่งทางปี’69 กวาดเบี้ยรับปีแรก 3,869 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,603 ล้าน พุ่ง 6%
‘ชีจรรย์ กอล์ฟ’ เปิดตัว Flinggolf แห่งแรกในเอเชีย มิติใหม่ Sport Tourism
Biz Movement ‘ชีจรรย์ กอล์ฟ’ เปิดตัว Flinggolf แห่งแรกในเอเชีย มิติใหม่ Sport Tourism
บิ๊กโตโยต้า ซัดรัฐบาลเร่งรื้อภาษีสรรพสามิตครั้งใหญ่ ลั่น ‘แฟร์เพลย์’ รถยนต์ผลิตในประเทศ-EV นำเข้าต้องเท่าเทียม
Automotive บิ๊กโตโยต้า ซัดรัฐบาลเร่งรื้อภาษีสรรพสามิตครั้งใหญ่ ลั่น ‘แฟร์เพลย์’ รถยนต์ผลิตในประเทศ-EV นำเข้าต้องเท่าเทียม
ตำนาน ‘เลสเตอร์ ซิตี้’ แชมป์ปาฏิหาริย์ ในมือ ‘ศรีวัฒนประภา’
ไฮไลท์ประชาชาติ ตำนาน ‘เลสเตอร์ ซิตี้’ แชมป์ปาฏิหาริย์ ในมือ ‘ศรีวัฒนประภา’
ดูทั้งหมด

IMF เตือนเศรษฐกิจโลกโตแบบค่อนข้างอ่อนแอ ความเสี่ยงทางการเงิน-การคลังยังมาก

06 ต.ค. 2566 | 15:47น.
IMF เศรษฐกิจโลก 2023

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เผยเศรษฐกิจโลกมีโอกาสรอดภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่การเติบโตของเศรษฐกิจยังค่อนข้างอ่อนแอ เงินเฟ้อในหลายประเทศยังจะสูงกว่าเป้าหมายต่อไป และดอกเบี้ยยังคงต้องสูงต่อไป ทำให้ความเสี่ยงทางการเงินและการคลังยังมีมาก

สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2023 คริสตาลินา จอร์เจียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่า อุปสงค์ที่แข็งแกร่งในภาคบริการ และความคืบหน้าในการลดอัตราเงินเฟ้อ ได้เพิ่มโอกาสที่เศรษฐกิจโลกจะสามารถหลีกหนีจากภาวะถดถอยได้ แต่ความเสี่ยงทางการคลังและการเงินก็ยังคงมีอยู่มาก  

จอร์เจียวาซึ่งกำลังเตรียมเวทีสำหรับการประชุมร่วมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (WorldBank) ในสัปดาห์หน้ากล่าวว่า ผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2020 ส่งผลให้ผลผลิตทั่วโลกลดลง 3.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ การเติบโตของเศรษฐกิจในปัจจุบันยังคงต่ำกว่าระดับก่อนเกิดโควิด-19 และแนวโน้มการเติบโตในระยะกลางก็อ่อนแรงลงไปอีก 

อัตราเงินเฟ้อที่ดื้อรั้น ซึ่งหมายถึงอัตราดอกเบี้ยจะต้อง “สูงต่อไปอีก” และการแตกแยกกระจายตัวทางเศรษฐกิจจะส่งผลกระทบต่อประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาอย่างหนักที่สุด 

จอร์เจียวาบอกว่า รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับใหม่ของ IMF ซึ่งจะเผยแพร่ออกมาในวันอังคารที่ 10 ตุลาคม จะฉายให้เห็นว่าเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวที่ช้าและไม่สม่ำเสมอ โดยมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

“เศรษฐกิจโลกแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรับมือวิกฤตและการฟื้นตัวจากวิกฤต (resilience) ได้อย่างน่าทึ่ง และครึ่งแรกของปี 2023 ก็มีข่าวดีด้วย โดยส่วนใหญ่เป็นเพราะอุปสงค์ที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ รวมถึงในภาคการบริการ และความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ” จอร์เจียวาระบุในคำกล่าวที่เตรียมไว้ 

“นี่เป็นการเพิ่มโอกาสที่เศรษฐกิจโลกจะลงจอดอย่างนุ่มนวล (soft landing) แต่เราก็ไม่สามารถลดการ์ดของเราลงได้” 

ถึงอย่างนั้น กรรมการผู้จัดการ IMF ก็บอกอีกว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน “ค่อนข้างอ่อนแอ” ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อนเกิดโควิด-19 ที่เติบโตเฉลี่ย 3.8% ส่วนอัตราเงินเฟ้อในบางประเทศน่าจะยังสูงกว่าเป้าหมายต่อไปถึงปี 2025

“การต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง” จอร์เจียวากล่าว และบอกอีกว่า ราคาสินค้าและบริการที่สูงจะบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน และส่งผลกระทบอย่างลำบากที่สุดต่อกลุ่มคนที่ยากจนที่สุดในสังคม

“การจะเอาชนะอัตราเงินเฟ้อได้นั้น จะต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปอีกนาน” 

“ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ การหลีกเลี่ยงการผ่อนคลายนโยบาย (การเงิน) ก่อนเวลาอันควร เนื่องจากมีความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้อจะฟื้นขึ้นอีก” 

จอร์เจียวาเตือนว่า ความคาดหวังว่าจะสามารถนำเศรษฐกิจลงจอดอย่างนุ่มนวลได้นั้น ช่วยเพิ่มราคาสินทรัพย์ต่าง ๆ แต่การฟื้นตัวกลับอย่างรวดเร็วของอัตราเงินเฟ้ออาจนำไปสู่ภาวะทางการเงินที่เข้มงวดยิ่งขึ้นอีก 

ข้อความบอกสภาวะเศรษฐกิจโลกที่อึมครึมของกรรมการผู้จัดการ IMF มีขึ้นไม่กี่วันก่อนที่รัฐมนตรีกระทรวงการคลังและผู้บริหารสูงสุดของธนาคารกลางจาก 190 ประเทศจะไปมารวมตัวกันในการประชุมร่วมประจำปี 2023 ของธนาคารโลกและ IMF ที่เมืองมาร์ราเกช ประเทศโมร็อกโก ในระหว่างวันที่ 9-15 ตุลาคม 2023 เพื่อหารือเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญ 

จอร์เจียวาเน้นย้ำถึงความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงของพลวัตการเติบโต โดยตั้งข้อสังเกตว่าสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศเศรษฐกิจหลักเพียงประเทศเดียวที่ได้เห็นผลผลิตกลับมาสู่ระดับก่อนโควิด-19 ขณะที่มีอินเดียและไอวอรีโคสต์เป็นจุดสว่างอีกเพียงไม่กี่แห่ง  

ส่วนประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่กำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กิจกรรมทางเศรษฐกิจในจีนซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกยังคงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่อีกหลายประเทศกำลังดิ้นรนกับภาวะการเติบโตอย่างเบา ๆ จาง ๆ 

การแตกแยกกระจายตัวทางเศรษฐกิจจะบ่อนทำลายโอกาสการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสำหรับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา

ตอนนี้หลายประเทศยังเผชิญกับความเสี่ยงในทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ และมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องสร้าง buffer ป้องกันความเสี่ยงทางการเงินขึ้นมาใหม่ ขณะที่แอฟริกาและภูมิภาคอื่น ๆ ก็กำลังเผชิญกับภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นอีก  

จอร์เจียวากล่าวอีกว่า ธนาคารต่าง ๆ กำลังเผชิญกับแรงกดดันและเสียงเรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อเสริมสร้างโครงข่ายความมั่นคงทางการเงิน (financial safety net) ซึ่งการวิเคราะห์ของ IMF แสดงให้เห็นว่าประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และมีรายได้น้อยจำนวน 100 ประเทศ รวมถึงประเทศในแอฟริกาส่วนใหญ่ขาดทรัพยากรที่เพียงพอและขาดการเข้าถึง Swap Line ทำให้ประเทศเหล่านั้นตกอยู่ในความเสี่ยงในกรณีที่เกิดวิกฤตทางการเงิน  

ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งได้จัดหาเงินทุนประมาณ 320,000 ล้านดอลลาร์ให้กับ 96 ประเทศนับตั้งแต่เกิดโรคระบาดโควิด-19 ยังจำเป็นต้องเพิ่มความสามารถในการกู้ยืมให้แก่ประเทศเหล่านั้นด้วย ซึ่งจอร์เจียวาเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกดำเนินการเพื่อเพิ่มทรัพยากรสำหรับการให้กู้ยืมเพิ่มเติม 

นอกจากนี้ กรรมการผู้จัดการ IMF ยังเรียกร้องให้สมาชิกกองทุน “Poverty Reduction and Growth Trust” และกองทุน “Resilience and Sustainability Trust” ที่มีความแข็งแกร่งจัดหาเงินทุนเข้ากองทุนเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้ประเทศยากจนเข้าถึงเงินทุน