เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิสริยะ ชี้ 4 ทางรอดยานยนต์ไทย เร่งเชื่อมซัพพลายเชน EV จีน-ต่อยอดไฮบริด
Economic อิสริยะ ชี้ 4 ทางรอดยานยนต์ไทย เร่งเชื่อมซัพพลายเชน EV จีน-ต่อยอดไฮบริด
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานสัมภาษณ์ 1 ปีที่ผ่านมา และการทำงาน
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานสัมภาษณ์ 1 ปีที่ผ่านมา และการทำงาน
บอร์ดกองทุนอ้อยฯ รื้อแผนงบปี 70 จี้ใช้เงินคุ้มค่า ดันวิจัยพันธุ์ใหม่-AI พยากรณ์ผลผลิต
Economic บอร์ดกองทุนอ้อยฯ รื้อแผนงบปี 70 จี้ใช้เงินคุ้มค่า ดันวิจัยพันธุ์ใหม่-AI พยากรณ์ผลผลิต
BAM กางแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง เร่งตั้ง JV AMC อีก 3 แห่ง ปักเป้าพอร์ตทะลุ 6 แสนล้าน
Finance BAM กางแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง เร่งตั้ง JV AMC อีก 3 แห่ง ปักเป้าพอร์ตทะลุ 6 แสนล้าน
พาณิชย์ปั้น “มันสำปะหลังไทย” ขึ้นสินค้ามูลค่าสูง เปิดเกม Health-Low Carbon เจาะตลาดโลก
Economic พาณิชย์ปั้น “มันสำปะหลังไทย” ขึ้นสินค้ามูลค่าสูง เปิดเกม Health-Low Carbon เจาะตลาดโลก
เปิดฉาก CP-CoEX ปั้น ‘ผู้นำแห่งอนาคต’ ก้าวทัน AI-เข้าใจการพัฒนานวัตกรรม
SD เปิดฉาก CP-CoEX ปั้น ‘ผู้นำแห่งอนาคต’ ก้าวทัน AI-เข้าใจการพัฒนานวัตกรรม
กรุงเทพประกันชีวิต โชว์ผลงานครึ่งทางปี’69 กวาดเบี้ยรับปีแรก 3,869 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,603 ล้าน พุ่ง 6%
Finance กรุงเทพประกันชีวิต โชว์ผลงานครึ่งทางปี’69 กวาดเบี้ยรับปีแรก 3,869 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,603 ล้าน พุ่ง 6%
‘ชีจรรย์ กอล์ฟ’ เปิดตัว Flinggolf แห่งแรกในเอเชีย มิติใหม่ Sport Tourism
Biz Movement ‘ชีจรรย์ กอล์ฟ’ เปิดตัว Flinggolf แห่งแรกในเอเชีย มิติใหม่ Sport Tourism
บิ๊กโตโยต้า ซัดรัฐบาลเร่งรื้อภาษีสรรพสามิตครั้งใหญ่ ลั่น ‘แฟร์เพลย์’ รถยนต์ผลิตในประเทศ-EV นำเข้าต้องเท่าเทียม
Automotive บิ๊กโตโยต้า ซัดรัฐบาลเร่งรื้อภาษีสรรพสามิตครั้งใหญ่ ลั่น ‘แฟร์เพลย์’ รถยนต์ผลิตในประเทศ-EV นำเข้าต้องเท่าเทียม
ตำนาน ‘เลสเตอร์ ซิตี้’ แชมป์ปาฏิหาริย์ ในมือ ‘ศรีวัฒนประภา’
ไฮไลท์ประชาชาติ ตำนาน ‘เลสเตอร์ ซิตี้’ แชมป์ปาฏิหาริย์ ในมือ ‘ศรีวัฒนประภา’
ดูทั้งหมด

ภูมิใจไทย จัดแถวผู้ว่าฯ ‘สิงห์น้ำเงิน’ ยึดมหาดไทย คุมกลไกอำนาจรัฐ

05 ส.ค. 2569 | 09:15น.
คอลัมน์ : Politics policy people forum

ระบอบการเมืองสีนํ้าเงินแข็งแกร่งทั่วทั้งแผงอำนาจ 

หลังจากพรรคภูมิใจไทยเข้าสู่อำนาจเมื่อช่วงตุลาคม 2568 เป็นรัฐบาลอนุทิน 1จากดีล MOA กับพรรคประชาชน 

กลายมาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง คุม สส.มากที่สุด 192 ที่นั่ง หลังการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีเสียงเด็ดขาดที่สุด นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2560 บังคับใช้ สามารถตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 ที่มีเสียงข้างมาก 291 เสียง จาก 13 พรรค

แต่อีกด้านหนึ่งของฝ่ายนิติบัญญัติ สว.สีน้ำเงินกว่า 150 เสียง ยังคงทำงานอย่างแข็งขัน เป็นฟันเฟืองสำคัญของระบอบการเมืองสีน้ำเงิน ทั้งการประทับตรากฎหมาย รับรององค์กรอิสระ และก่อนหน้านี้ก็เป็นมือปั้นเกม ที่ทำให้ “แพทองธาร ชินวัตร” ต้องพ้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรี จากพิษคลิปอังเคิล 

ชิงจัดทัพนักปกครอง

และปฏิเสธไม่ได้ว่า ภายหลังกลุ่มน้ำเงินเข้ามาคุมกลไกองค์กรอิสระผ่านตัวละคร สว. การจัดทัพอำนาจองค์กรอิสระเป็นขั้นเป็นตอน ทั้ง ป.ป.ช. และ กกต. รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญ 

ฉากถัดไปคือการจัดทัพ “นักปกครอง” เพื่อเสริมดุลอำนาจทางการเมือง ดังนั้นในช่วงสิงหาคม-กันยายน จะถึงฤดูแต่งตั้งโยกย้ายใหญ่ภายในกระทรวงมหาดไทย โดยที่ในสิ้นปีงบประมาณ 2568 จะมีข้าราชการบริหารระดับสูงเกษียณอายุราชการรวม 18 ราย 

แบ่งเป็น รองปลัดกระทรวง 1 คน “สันติธร ยิ้มละมัย” ระดับอธิบดี 2 คนคือ “พรพจน์ เพ็ญพาส” อธิบดีกรมที่ดิน และ “พงษ์นรา เย็นยิ่ง” อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และในกรุผู้ตรวจราชการอีก 2 รายคือ “ณัฐวัชร์ วิริยานภาพรณ์” “สมภพ สมิตะสิริ” 

ผู้ว่าราชการจังหวัด 13 เก้าอี้ ประกอบด้วย “ขจรเกียรติ รักพานิชมณี” ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น “ชูศักดิ์รู้ยิ่ง” ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก “ชุติพร เสชัง” ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ “สิทธิชัย สวัสดิ์แสน” ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ “วีระพันธ์ ดีอ่อน”ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี “พาตีเมาะ สะดียามู” ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี “สมชัย เลิศประสิทธิพันธ์” ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่  

“ชาญชัย ศรศรีวิชัย” ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร “ก้องสกุล จันทราช” ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา “ปริญญา โพธิสัตย์” ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว “นที มนตรีวัต” ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง “ราชันย์ ซุ้นหั้ว” ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี “สมบัติ ไตรศักดิ์” ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี

ใน 18 จังหวัดที่เก้าอี้ “พ่อเมือง” ว่างลง เป็นพื้นที่ทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย เช่น จ.อุทัยธานี พื้นที่บ้านใหญ่ “ไทยเศรษฐ์” จ.อ่างทอง พื้นที่ตระกูล “ปริศนานันทกุล” ขณะที่ จ.ยะลา จ.ปัตตานี อยู่ในความดูแลของพิพัฒน์ รัชกิจประการ ส่วนพื้นที่สู้รบที่ต้องแย่งชิงกับพรรคเพื่อไทย-พรรคกล้าธรรม-พรรคประชาชน อาทิ จ.สระแก้ว จ.ยโสธร จ.นครสวรรค์ จ.ขอนแก่น ดังนั้นจะต้องมีการวางคน วางเครือข่ายนักปกครอง หมุนสลับตำแหน่งเพื่อทำพื้นที่ 

แต่ตำแหน่งใหญ่ที่สุดที่น่าจับตาการโยกย้ายภายในกระทรวงมหาดไทยคือ ตำแหน่งปลัดกระทรวงที่มี “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัฐ” มือขวาของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย จะรักษาเก้าอี้ตัวนี้ไว้ได้หรือไม่ หลังจากมีปฏิบัติการ “เลื่อยขาเก้าอี้” มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากคนในพรรคภูมิใจไทยด้วยกันเอง รวมถึงเครือข่าย “สิงห์แดง” รัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ที่มีลูกพี่ใหญ่อยู่เมืองบุรีรัมย์คอยเป็น “แบ็กอัพ” 

โดยคู่แข่งของ “อรรษิษฐ์” คือ “นฤชา โฆษาศิวิไลซ์” อธิบดีกรมการปกครอง อดีตผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ จากสิงห์แดง เป็นคู่แข่งที่จะมาชิงตำแหน่ง ซึ่งไม่เร็วก็ช้าเก้าอี้ของ “นฤชา” ต้องขยับขึ้น เพื่อเปิดทางให้ผู้ว่าฯ ในสายสีน้ำเงิน สายสิงห์แดง และสิงห์ทอง (จบรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง) เข้าสู่ตำแหน่งอธิบดี

เช่น “ปิยะ ปิจนำ” ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ และ “อนุพงศ์ สุขสมนิตย์” ผู้ว่าฯ นครราชสีมา ซึ่งทั้ง 2 เคยนั่งเป็นคณะทำงานของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ต้องมีอย่างน้อยคนใดคนหนึ่งขึ้นสู่เก้าอี้อธิบดี ซึ่งโยงมาสู่เก้าอี้ที่ต้องมีคนมาแทน คืออธิบดีกรมที่ดินอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ขณะนี้ “นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดมหาดไทย” นั่งรักษาราชการแทนอธิบดี 

หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่โหมดขยับเก้าอี้รองผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ตามมาด้วยโยกย้ายนายอำเภอ เพื่อขยับกลไกนักปกครองให้ “ลงล็อก” ในยามที่มีอำนาจ 

จับตาเปลี่ยนตัว DSI

ขณะที่อีกขาหนึ่ง คือกลไกยุติธรรม หลังจากเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา “พ.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์” รมว.ยุติธรรม สายตรงบุรีรัมย์ ชงชื่อ “ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร” เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงยุติธรรม แทน “พงษ์สวาท นีละโยธิน” ที่ถูกย้ายไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี 

จากนี้ถึงคิวจัดทัพในตำแหน่งอธิบดี ซึ่งเก้าอี้ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ ตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อันเป็นเครื่องมือ-ต้นทางในการทำคดีสำคัญ ๆ ที่เชื่อมกับการเมือง

ปัจจุบันมี “พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ” นั่งเป็นอธิบดี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 โดยเป็นมือสำคัญทำคดี “ฮั้ว” สว.ในยุครัฐบาลเพื่อไทย จึงทำให้มีชนักติดหลัง เพราะกลุ่ม สว.สีน้ำเงินยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีรับคดีฮั้วเลือก สว.เป็นคดีพิเศษ ในความผิดฐานฟอกเงิน  

อย่างไรก็ตาม เมื่อการเมืองเปลี่ยนขั้ว พ.ต.ต.ยุทธนาอาจถูกสลับย้ายตำแหน่ง ซึ่งแนวโน้มคนที่จะมาเสียบแทนคือ “พ.ต.ท.ปิยะ รักสกุล” อธิบดีกรมคุมประพฤติ เพราะถือเป็น “คีย์แมน” สำคัญ คือ 1 ใน 7 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 อันเป็นคณะที่กลับความเห็นของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 ด้วยมติ 5 ต่อ 2 เสียง ว่าข้อกล่าวหาผู้ต้องหารวม 229 คน ซึ่งรวมแกนนำพรรคภูมิใจไทย ในคดีฮั้วเลือก สว. ไม่มีมูลความผิด 

เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอ ซึ่งขณะนี้คดีฮั้ว สว.กำลังอยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะตัดสินไม่เกินสิงหาคม หรือช้ากว่านั้นไม่เกิน 1 สัปดาห์ 

แม้ว่ารัฐบาลอนุทิน 2 จะมี “กำลังทางการเมือง” มหาศาล แต่ความที่เป็นรัฐบาลผสม เสถียรภาพย่อมไม่แน่นอน 

เมื่อรัฐบาลยังมีอำนาจเต็มไม้เต็มมือ ต้องปรับทัพวางทุกกลไกให้พร้อมทุกสถานการณ์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงมหาดไทย ภูมิใจไทย