เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม.ไฟเขียวต่ออายุ ‘เลขาฯ สลค.-บีโอไอ’ อีก 1 ปี
Politics ครม.ไฟเขียวต่ออายุ ‘เลขาฯ สลค.-บีโอไอ’ อีก 1 ปี
นายกฯ สั่งคุมอาวุธปืนทั้งระบบ ปรับปรุง กม.ควบคุมใน 60 วัน
Politics นายกฯ สั่งคุมอาวุธปืนทั้งระบบ ปรับปรุง กม.ควบคุมใน 60 วัน
‘เรียล สมาร์ท’ คว้ารางวัลอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ดีเด่น ประจำปี 2568
Uncategorized ‘เรียล สมาร์ท’ คว้ารางวัลอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ดีเด่น ประจำปี 2568
โอมานเร่งคุมน้ำมันรั่วจากเรือบรรทุกน้ำมัน ลามพื้นที่ 400 ตารางกิโลเมตร
World โอมานเร่งคุมน้ำมันรั่วจากเรือบรรทุกน้ำมัน ลามพื้นที่ 400 ตารางกิโลเมตร
พาณิชย์บุกหัวหินเช็กบิล ‘นอมินีอสังหาฯ’ ค้น 15 จุด พบเสียหายกว่า 300 ล้าน
Economic พาณิชย์บุกหัวหินเช็กบิล ‘นอมินีอสังหาฯ’ ค้น 15 จุด พบเสียหายกว่า 300 ล้าน
ไอคอนสยาม ชู “THE BEST MUM DESERVES THE BEST” จัดเต็มกิจกรรมวันแม่
Biz Movement ไอคอนสยาม ชู “THE BEST MUM DESERVES THE BEST” จัดเต็มกิจกรรมวันแม่
ปกรณ์​ ยัน ‘หมอสรณ​’ หลุดประธาน​ กสทช.​ ไม่กระทบงาน เหตุมี​กฎหมายรองรับ​
Politics ปกรณ์​ ยัน ‘หมอสรณ​’ หลุดประธาน​ กสทช.​ ไม่กระทบงาน เหตุมี​กฎหมายรองรับ​
ครม.รับทราบ คุมเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้เพิ่มแล้ว ทยอยยุบหน่วยงานส่วนกลางตามภูมิภาค
Politics ครม.รับทราบ คุมเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้เพิ่มแล้ว ทยอยยุบหน่วยงานส่วนกลางตามภูมิภาค
ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,250 บาท
หอการค้าไทย-KADIN Indonesia ผนึกตลาดคาร์บอน ดันลงทุนสีเขียว เชื่อมธุรกิจ
Economic หอการค้าไทย-KADIN Indonesia ผนึกตลาดคาร์บอน ดันลงทุนสีเขียว เชื่อมธุรกิจ
ดูทั้งหมด

2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน

02 ส.ค. 2569 | 11:07น.

รัฐบาลเผย 2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน ปชช.ร่วมโครงการ 26 ล้านราย ร้านค้า 1.1 ล้านร้าน ส่วนใหญ่ 96.9% ใช้จ่ายผ่านร้านค้า

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ติดตามผลการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและประคับประคองกำลังซื้อ

โดยล่าสุดข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.00 น. ซึ่งเป็นการดำเนินโครงการครบ 2 เดือนเต็ม พบว่าโครงการได้รับการตอบรับจากประชาชนและผู้ประกอบการเป็นอย่างดี มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากแล้ว 86,442.6 ล้านบาท

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ปัจจุบันมีประชาชนเข้าร่วมโครงการแล้ว 26,040,623 ราย และมีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 1,192,636 ร้าน แบ่งเป็นร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส และยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” จำนวน 977,059 ร้าน และร้านค้าใหม่ที่ลงทะเบียนผ่านธนาคารกรุงไทย 215,577 ร้าน หรือคิดเป็นประมาณ ร้อยละ 18.1 ของร้านค้าทั้งหมด สะท้อนว่ามาตรการของรัฐบาลช่วยดึงผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ระบบการชำระเงินและการค้าแบบดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในด้านการใช้จ่าย มียอดใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 86,442.6 ล้านบาท โดยเป็นเงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 49,601.6 ล้านบาท และประชาชนร่วมจ่าย 36,841.0 ล้านบาท ขณะที่การใช้จ่ายผ่านร้านค้าปกติยังเป็นช่องทางหลัก คิดเป็นประมาณ ร้อยละ 96.6 ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด ส่วนการใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) คิดเป็นประมาณ ร้อยละ 3.4

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนว่าเม็ดเงินจากโครงการได้กระจายลงสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะร้านอาหาร ร้านค้าปลีกรายย่อย หาบเร่ แผงลอย และผู้ประกอบการรายเล็ก ซึ่งได้รับประโยชน์จากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รูปแบบการร่วมจ่ายในสัดส่วน รัฐร้อยละ 60 และประชาชนร้อยละ 40 ยังช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจมากกว่างบประมาณที่ภาครัฐสนับสนุน และช่วยรักษาระดับการบริโภคภาคเอกชนในช่วงที่กำลังซื้อชะลอตัว

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการรายย่อยในระยะยาว โดยร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการสามารถใช้แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ซึ่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ ทั้งด้านต้นทุน สินค้าคงคลัง สภาพคล่อง และยอดขาย เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกิจการ รวมถึงสร้างข้อมูลทางการเงินที่เป็นประโยชน์ต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในอนาคต

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวย้ำว่า ประชาชนสามารถใช้สิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ได้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยภาครัฐร่วมจ่าย ร้อยละ 60 ของค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่ร่วมรายการ ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน

ทั้งนี้ วงเงินที่เหลือในแต่ละเดือนจะไม่สามารถนำไปใช้ในเดือนถัดไปได้ จึงขอเชิญชวนประชาชนวางแผนการใช้สิทธิให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของครัวเรือน พร้อมร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไทยช่วยไทย ไทยช่วยไทยพลัส