นายกฯ คิกออฟ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” วงเงิน 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง ลดพึ่งหนี้นอกระบบ
นายกฯ คิกออฟ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” วงเงินกว่า 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจมปลักกู้หนี้นอกระบบเสียดอกเบี้ยโหด
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” โดยมีนางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองแหงชาติ เข้าร่วมด้วย
นายกฯ กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยเพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่งในกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองในวันนี้ เห็นว่าไทยช่วยไทยไม่ใช่แค่ 60:40 ไม่ใช่เป็นเรื่องของไทยช่วยไทย แต่คำว่าพลัส คือ เราพยายามจะทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ต้นทุนในการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อยู่ทั่วไปในประเทศของเราได้มีต้นทุนชีวิตที่ลดลง และเราพยายามจะหาโครงการต่าง ๆ และวิธีการต่าง ๆ มาทำให้ท่านได้สามารถสร้างโอกาสสร้างรายได้เรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน และการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากนั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ
รัฐบาลจึงมีนโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายแก้ไขปัญหาหนี้สิน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วประเทศอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบที่เป็นธรรมและมีต้นทุนที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาศักยภาพในการประกอบอาชีพเพิ่มรายได้และเสริมความเข้มแข็งของทุกครัวเรือน และทุกชุมชนอันเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว
นายกฯ กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนให้โครงการดี ๆ เช่นนี้ไปถึงมือของพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด และถ้าเป็นไปได้ให้ครอบคลุมให้มากที่สุด วันนี้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านได้ดำเนินโครงการไทยช่วยไทยเพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่งด้วยวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 4,452 ล้านบาท จัดสรรให้กับกองทุนหมู่บ้านกองทุนชุมชนเมืองและกองทุนชุมชนทหาร 79,610 กองทุน ในการเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับประชาชนทั่วประเทศให้เงินทุนหมุนเวียน สำหรับการประกอบอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิต
อนุทิน ย้ำว่า โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มเงินทุน แต่เป็นนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อในระบบให้มากที่สุดจะได้ไม่ต้องไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ และเสียดอกเบี้ยสูงๆแพงๆ เราทนสภาพนั้นไม่ได้ เพราะต้องเสียไร่ เสียนา เสียบ้านโครงการนี้จะสร้างโอกาสให้ประชาชนได้สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมือง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคงซึ่งการจะประสบความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่
นายกฯ กล่าวอีกว่า ผมให้อำนาจในการตัดสินใจอำนาจในการจัดตั้งนโยบายกับนางสุขสำรวยอย่างเต็มที่ เพื่อให้ไปทำงานร่วมกับสำนักงานกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองแห่งชาติ เพื่อทำให้สิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดเกิดขึ้นกับประชาชนทั้งหลาย
ฉะนั้น ความร่วมมือทั้งหลายที่จะเกิดขึ้น ขอให้ข้าราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะเราจัดงบประมาณไว้แล้วและจัดโครงการจัดหลักการการให้การช่วยเหลือประชาชนให้เขามีต้นทุนในการลงทุนต่างๆได้ดีขึ้น ซึ่งเงินกองทุนหมู่บ้านได้สร้างหมอลำที่มีชื่อเสียงมาแล้ว อย่าคิดว่าเงินนี้เป็นเงินเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าเราสามารถจับหลักของธุรกิจสามารถเปลี่ยนให้เป็นโอกาสของการสร้างรายได้
นี่เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เราจะช่วยให้ท่านไม่ต้องไปจมปลักอยู่กับเงินกู้นอกระบบที่มีต้นทุนแพงอย่างมหาศาลและยังต้องเซ็นสัญญาทาสต่างๆทำให้เราเสียโอกาสทั้งหมดในชีวิตที่เรามีอยู่และความเดือดร้อนนี้มันก็ไปถึงครอบครัวเราด้วย ถึงแม้ว่าวันนี้เราจะเริ่มด้วยเงินงบประมาณประมาณ 4.4 พันล้านบาท แต่ถ้าท่านทำแล้วแล้วมันเกิดประโยชน์เกิดผลสำเร็จเกิดประสิทธิภาพ สร้างรายได้สู่เศรษฐกิจ
ฉะนั้น รัฐบาลต้องถือว่าท่านคือ เฟืองจักรตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวหลัก เพราะท่านเป็นกลุ่มคนที่มากที่สุดในประเทศของเราการสนับสนุนการไว้วางใจความมุ่งมั่นที่อยากจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะผลสำเร็จเหล่านี้เกิดขึ้นรัฐบาลก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างให้กับท่านอย่างเต็มที่
“ผมอยากจะเซ็นเพิ่มงบให้พวกท่านใจจะขาด ขอให้พวกเราช่วยกันทำให้บรรลุผลสำเร็จ” นายกฯ กล่าว