เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฮอนด้า อ้อนรัฐปรับฐานภาษีนำ-ยืดกรอบเวลาภาษีไฮบริด เพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้ค่ายญี่ปุ่น
Automotive ฮอนด้า อ้อนรัฐปรับฐานภาษีนำ-ยืดกรอบเวลาภาษีไฮบริด เพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้ค่ายญี่ปุ่น
BEM ทุบสถิติ Q2 กำไร 1,012 ล้าน พร้อมส่งรถไฟฟ้าสายสีส้มขบวนแรกถึงไทย ปลาย พ.ย.นี้
Business BEM ทุบสถิติ Q2 กำไร 1,012 ล้าน พร้อมส่งรถไฟฟ้าสายสีส้มขบวนแรกถึงไทย ปลาย พ.ย.นี้
PROPFINN เปิดแพลตฟอร์มตัวกลางเชื่อม SMEs อสังหาฯขาดสภาพคล่อง เข้าถึงแหล่งทุน ชูผลตอบแทน 10-15%
Real Estate PROPFINN เปิดแพลตฟอร์มตัวกลางเชื่อม SMEs อสังหาฯขาดสภาพคล่อง เข้าถึงแหล่งทุน ชูผลตอบแทน 10-15%
‘แอลจี’ ชู AI-Subscription ปั๊มยอดขาย 1.4 หมื่นล้าน
Business ‘แอลจี’ ชู AI-Subscription ปั๊มยอดขาย 1.4 หมื่นล้าน
เปิด 10 โมง 28 ส.ค. M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวอัมพวา-หัวหิน
Economic เปิด 10 โมง 28 ส.ค. M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวอัมพวา-หัวหิน
CPNREIT โชว์กำไรจากการลงทุนสุทธิ 1,073 ล้านบาท พุ่ง 7% เคาะจ่ายประโยชน์ตอบแทน 0.2800 บาทต่อหน่วย
Finance CPNREIT โชว์กำไรจากการลงทุนสุทธิ 1,073 ล้านบาท พุ่ง 7% เคาะจ่ายประโยชน์ตอบแทน 0.2800 บาทต่อหน่วย
‘ค่าเหยียบแผ่นดิน’ ลากยาว! กระทรวงท่องเที่ยวฯ เคาะอัตราใหม่เก็บ 450 บาท
Economic ‘ค่าเหยียบแผ่นดิน’ ลากยาว! กระทรวงท่องเที่ยวฯ เคาะอัตราใหม่เก็บ 450 บาท
เปิด 4 ไฮไลต์นิทรรศการภาพถ่ายศิลปะ ‘Between Sun and Moon’ จากศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง จัดแสดงในไทย
Biz Movement เปิด 4 ไฮไลต์นิทรรศการภาพถ่ายศิลปะ ‘Between Sun and Moon’ จากศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง จัดแสดงในไทย
เบญจรงค์ดอนไก่ดี สืบสานภูมิปัญญากว่า 50 ปี พร้อมต่อยอดสู่งานร่วมสมัย
Biz Movement เบญจรงค์ดอนไก่ดี สืบสานภูมิปัญญากว่า 50 ปี พร้อมต่อยอดสู่งานร่วมสมัย
‘เอกนิติ’ เผย Q2 เงินลงทุนผ่าน BOI โต 2.5 แสนล้าน เกาะกระแสเอไอ พยุงจีดีพีระยะสั้น
Finance ‘เอกนิติ’ เผย Q2 เงินลงทุนผ่าน BOI โต 2.5 แสนล้าน เกาะกระแสเอไอ พยุงจีดีพีระยะสั้น
ดูทั้งหมด

สุรชาติ : การเมือง 67 ทุลักทุเล แนวต้านทักษิณ จุดไม่ติด-สว.ขั้วอำนาจใหม่

30 ธ.ค. 2566 | 11:45น.
ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

ในปี 2567 รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ยังเผชิญโจทย์ใหญ่-โจทย์ยาก สารพันปัญหาเตรียมปะทุ

การเมืองในประเทศ เข้าสู่จุดสิ้นสุดของระบอบคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพราะ สว. 250 คน กำลังหมดอำนาจ

ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง ยังเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องฟันฝ่า การแจกเงินหมื่น ผ่านนโยบายดิจิทัลวอลเลตยังถูกจับตา ผสมผสานกับ วาระ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีพ้นโทษ

สถานการณ์ระหว่างประเทศ สงครามในหลายแนวรบยังไม่ยุติ กระทบปัจจัยเศรษฐกิจในประเทศหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งยังมีการเลือกตั้งใหญ่ของประเทศมหาอำนาจ หลายประเทศ

ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคง วิเคราะห์ผ่าน “NewsPulse” ว่าอะไร คือ โจทย์ร้อนปี 2567 ที่รัฐบาลเศรษฐาต้องระวัง

67 ยังทุลักทุเล

ศ.ดร.สุรชาติเริ่มต้นวิเคราะห์ว่า ถ้ามองโจทย์กรอบเล็ก ๆ 4 กรอบ การเมืองไทยปี 2567 ยังทุลักทุเล ถ้ามองเศรษฐกิจ กังวลว่ายังมีความผันผวน ส่วนความมั่นคงแกว่งไปแกว่งมาไม่จบ ส่วนมิติทางสังคมเราคุยกันน้อยมาก ยังเปราะบาง โดยมี 10 โจทย์ใหญ่

โจทย์ที่ 1 หลังเดือนพฤษภาคม จะเป็นการเมืองยุคหลัง คสช. ซึ่งมาถึงจุดสิ้นสุดจริง ๆ ยุคหลังประยุทธ์ เราเห็นการสิ้นสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ตอนนี้ สว. คือ จุดสุดท้าย คิดว่าหลังสงกรานต์ก็คงเห็นกระแสแล้ว แต่ทางวิชาการ การเมืองยุคหลัง คสช. จะจบ ณ เดือนพฤษภาคม และเลือก สว.ชุดใหม่ น่าติดตามว่าจะเห็นอะไร

โจทย์ที่ 2 ต้องยอมรับว่า 3 ป. ก็ปิดฉาก แม้มีคนโต้แย้งเยอะว่า ยังมีอิทธิพล ผมคิดว่าอิทธิพลที่มีอยู่เป็นเหมือนเงา เหมือนสุริยุปราคา ยังเห็นเงาอยู่ แต่เป็นเงามืด ๆ ส่วน พล.อ.ประวิตร บทบาทลดลงเยอะ พล.อ.อนุพงษ์ หายเข้ากลีบเมฆ เพื่อเก็บตัวสบาย ๆ กับสิ่งที่ได้มา พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีอีกสถานะหนึ่ง

เขย่า ครม.หลังเลือก สว.

โจทย์ที่ 3 ในอีกมุมหนึ่ง หลังเลือกตั้ง สว.เสร็จ การต่อสู้ในสภาจะเข้มข้นขึ้น ผมว่าตอบไม่ได้ทั้งหมด จนกว่าเราจะเห็นตัวละคร และองค์ประกอบใหม่ เพราะอำนาจบางส่วนใน สว.ยังมีอยู่ แต่น่าสนใจในระบบรัฐสภา หลังได้ สว.ชุดใหม่ การเมืองเข้มข้นแน่ ๆ แต่ยังบอกไม่ได้ ใครจะเป็นกลุ่มใหญ่ ฟันธงไม่ได้ จนกว่าจะเห็นตัวละครที่ลงมาแข่ง

โจทย์ที่ 4 พอองค์ประกอบ สว.ใหม่เข้ามา ซึ่ง สว.ตัดขาดจากพรรคการเมืองไม่ได้ แปลว่า ความเป็นรัฐบาลผสมในอนาคต โยงเข้ากับการเมืองในสภาสูง และส่งผลต่อการเมืองในสภาล่าง และส่งผลต่อตัวรัฐบาลเอง

ดังนั้น ความเป็นรัฐบาลผสม จะเห็นรูปร่างชัดอีกครั้งหนึ่งหลังจากเลือกตั้ง สว.แล้ว ดังนั้นถามว่า รัฐบาลผสมลงตัวหรือเข้าที่ไหม…ยัง เหมือนกับยังเขย่า ๆ กันอยู่ เสียงลือมาแล้ว หลังปีใหม่ปรับ ครม.ไหม หรือรอใครบางคนกลับมาอยู่บ้านปกติ แล้วถึงปรับ

หรือไปปรับ เมื่อรู้ฐานอำนาจในสภาสูง ผมคิดว่าจุดนี้คือจุดสุดท้ายของการเขย่า การปรับ ครม.ใหม่หลังปีใหม่ คิดว่าไม่มีผลอะไร แต่การปรับ ครม.ใหญ่ จะเกิดขึ้นต่อเมื่อเห็นหน้าตาของ สว. จะเป็นการจัดโครงสร้างอีกชุดหนึ่ง

ชิงฐานเสียงผ่านนโยบาย

โจทย์ที่ 5 การช่วงชิงฐานเสียงจะมากขึ้น พอเข้าสักกลางปี ก็จะต้องเห็นแล้วว่าอะไรเดินได้ เดินไม่ได้ เพราะเราไม่ใช่อยู่ในรัฐบาล 4 ปี ก่อนเลือกตั้ง เพราะเขาจะสัญญาอะไรก็ได้ และไม่ทำอะไรก็ได้ เพราะไม่มีใครทำอะไรเขาได้

แต่หลังเลือกตั้ง 66 แต่พอมาเป็นรัฐบาลเลือกตั้ง การทำอย่างนั้นมันล่อแหลม ขณะเดียวกันมีการช่วงชิงฐานเสียงในหมู่พรรครัฐบาล กับพรรคฝ่ายค้าน ดังนั้น โจทย์การชิงฐานเสียงโดยเฉพาะการผ่านมิติเชิงนโยบายปี 2567 กลางปีจะเห็นมากขึ้น อะไรจ่ายได้ อะไรทำได้

โจทย์ใหญ่กระจายอำนาจ

โจทย์ที่ 6 หลังตั้ง ครม. ผมคิดว่าผิดฝาผิดตัวแทบไปทุกกระทรวง กลางปีหน้า ครม.ต้องเข้าที่ เพราะถ้าจะผลักดันนโยบายให้สัมฤทธิผล ถ้า ครม.ไม่เข้าที่ ทำไม่ได้

โจทย์ที่ 7 การกระจายอำนาจจะมีแรงกดดันมากขึ้น หลังเลือกตั้ง 2562-2566 จะรวมอำนาจอย่างไรทำได้ แต่วันนี้กระทรวงรวมอำนาจใหญ่ที่สุด คือ กระทรวงมหาดไทย ก็เผชิญโจทย์หลายอย่าง เราเห็นการเติบโตในท้องถิ่นที่มากขึ้น และการปลดล็อกหลังโควิด-19 ท้องถิ่นก็โตในหลายจังหวัด

แรงกดดันกองทัพ-อนุรักษนิยม

โจทย์ที่ 8 เอาอย่างไรกับเรื่องทหาร เอาอย่างไรกับเรื่องปฏิรูปกองทัพ ผมคิดว่าปีหน้าแรงกดดันก็ม้วนกลับมา เพราะพอถึงวันที่ 1 เมษายน การเกณฑ์ทหารมาแล้วจะเกณฑ์อย่างไร จะลดจำนวนไหม

โจทย์ที่ 9 คนเริ่มกังวล หลัง ๆ ใครเชื่อว่าปีกอนุรักษนิยมหมดกำลัง ผมว่าไม่ใช่ ปีกอนุรักษนิยมไทย ผสมผสานกับปีกจารีตนิยม ผมอยากเห็นกลุ่มอนุรักษนิยมไทยเป็นอนุรักษนิยมกระแสหลัก เพราะถ้าสะวิงไปจารีตนิยมมาก ๆ ก็จะเป็นเหมือนอนุรักษนิยมที่ขวาสุดไปอีกทางหนึ่ง

เพราะโลกตะวันตกกำลังเห็นกลุ่มอนุรักษนิยม ที่เป็นขวา แต่ไม่ใช่ขวาแบบไทย เป็นประชานิยมปีกขวา เราเห็น เบรกซิตในอังกฤษ เห็นทรัมป์ เห็นมารีน เลอ แปน พรรคแนวร่วมแห่งชาติในฝรั่งเศส แต่วันนี้เราเห็นพรรคปีกขวาจัด ในเนเธอร์แลนด์ แต่ขวาไทยไม่มีลักษณะขวาประชานิยม แต่เป็นขวาจารีตนิยม

ศ.ดร.สุรชาติบอกว่า ปีกขวาไทยไม่ได้อ่อนแอ แต่ฝ่ายที่อ่อนแอ คือ ปีกประชาธิปไตย

โจทย์ที่ 10 ความแตกแยกทางการเมืองไม่หนีไปไหน โจทย์นี้ยังอยู่กับเรา เราจะเห็นการปิดฉาก คสช. จริง ๆ ด้วยการสิ้นสุดของ สว. ที่เหลือจะเป็นยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และกฎหมายบางเรื่อง เรียกร้องว่าให้ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จะเป็นการปิดฉากจริง ๆ รวมถึงอยากเห็นรัฐสภา ตั้งกรรมาธิการศึกษาคำสั่ง คสช. ฉบับไหนละเมิดสิทธิมนุษยชนควรยุบทิ้ง

เศรษฐา บนถนน 5 สาย

จากนักธุรกิจหมื่นล้าน “เศรษฐา” กลายมาเป็นนายกฯ คนที่ 30 บริหารประเทศไป 120 วัน เหยียบคันเร่งไปที่เศรษฐกิจการลงทุน แต่ “ศ.ดร.สุรชาติ” มองว่า งานด้านความมั่นคงเป็นแค่มิติเดียว ยังมีอีก 4 มิติ ที่ “เศรษฐา” กำกับให้ดี

“ถ้ามองอนาคต สิ่งที่รัฐบาลกำลังจะเห็น คือการขับรถบนถนน 5 เลน ในถนน 5 เลน คือ 1.ถนนของชีวิตคนในสังคม 2.ถนนสายการเมือง 3.ถนนสายเศรษฐกิจ 4.ถนนสายบทบาทไทยในการเมืองโลก 5.สายความมั่นคง ทั้ง 5 สาย รัฐบาลต้องฟื้นฟู”

“ส่วนถนนความมั่นคง ต้องทำเส้นทางใหม่ งานความมั่นคงจะเดินเหมือน 9 ปีที่แล้ว ไม่ได้ รัฐบาลเจอโจทย์ใหม่ ปัญหาใหม่ ด้วยรัฐบาลเองก็ใหม่ รัฐบาลจะพัฒนาเส้นทาง 5 สายนี้อย่างไร และจะขับรถ 5 คัน บนถนน 5 สาย ไปด้วยกันได้อย่างไร”

มองในเชิงนโยบายรัฐ 5 สายเชื่อมโยงกันทั้งหมด นายกฯเศรษฐาอาจไม่ใช่คนขับ แต่ต้องเป็นคุมการเดินรถ 5 คัน ให้เดิน ถ้าเมื่อไหร่คิดว่าเป็นคนขับจะยุ่ง นายกฯต้องเป็นคนคุมรถ ให้วิ่งไปข้างหน้า ไม่ให้ตกข้างทาง พลิกคว่ำกลางทาง ไม่ให้มีอุบัติเหตุ ให้รถเดินหน้าได้ในปี 2567 นายกฯต้องคิดภาพใหญ่ และต้องการ Vision 5 Vision

แปลว่าปีหน้า อยากแนะนำให้นายกฯ นั่งนิ่ง ๆ เพื่อดูเส้นทาง 5 สายที่เสนอ ไม่ได้ชวนเจริญสติภาวนา แต่นั่งนิ่ง ๆ เพื่อให้เห็นถนน 5 สาย แล้วต้องเริ่มทำความเข้าใจกับถนนทั้ง 5 รู้ว่านายกฯรู้เรื่องเศรษฐกิจ แต่อีก 4 สาย ไม่ง่าย

ที่มีข่าวว่านายกฯ จะค้างทำเนียบรัฐบาล ผมเชียร์ และนายกฯควรชวน “ผู้รู้” มานั่งทานดินเนอร์ที่ทำเนียบรัฐบาล ทำความเข้าใจถนนแต่ละสาย

“จำได้ว่า ยุคนายกฯทักษิณ 1 ตัดสินใจถอดสูท ปลดไท แล้วทำเวทีคุย ผมว่าเป็นตัวอย่างที่เคยเห็นในการทำนโยบาย และสำคัญ ต้องยอมที่จะเปิดใจฟัง และใน 5 สาย ยุ่งทั้ง 5 เพราะแต่ละสายมีหลุม มีบ่อ มีตะปูเรือใบ ถนนความมั่นคงหนักกว่านั้น มีพวกถือปืนรออยู่ข้างหน้า ต้องยอม อย่าคิดว่านายกฯเดินสายได้อย่างเดียว”

ต้าน “ทักษิณ” จุดไม่ติด

เคสคุณทักษิณ ต้องชี้แจงกันไป ตอบได้อย่างหนึ่งว่า มีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ไม่ได้สะท้อนอะไรมากกว่าความแตกแยกในการเมืองไทยที่ยังไม่จบ และบังเอิญคุณทักษิณเป็นตัวละครใหญ่ในปัญหาความแตกแยกชุดนี้ ฝ่ายต่อต้านก็คงไม่ยอม เพียงแต่กระแสต้านคงไม่กลายเป็นกระแสเหมือนกรณีเสื้อเหลือง หรือกรณีนกหวีดได้จริงจัง

เพราะกระแสชุดนี้ในปัจจุบันอ่อนลงไปมาก เพราะมีปัญหาอื่น ๆ ในการเมืองไทยเข้ามา คงเหลือแต่กลุ่มเดียว หน้าเดิม ที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ ไม่มีอะไรผิดคาด เพียงแต่พลังไม่มี

แม้จะมีการปลุกคำว่า “นักโทษเทวดา” ขึ้นมาโจมตี แต่ “ศ.ดร.สุรชาติ” เชื่อว่าปลุกไม่ขึ้น

“เพียงแต่เกิดภาพเปรียบเทียบ แต่อีกด้านหนึ่ง คนสนับสนุนคุณทักษิณเองก็เยอะ และถ้าถอยกลับไปดูข้อเท็จจริงทางการเมือง คดีนายกฯทักษิณ เป็นคดีการเมืองในตัวเอง เหมือนกับคดีของนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เรื่องการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี”

“คดีพวกนี้ใช้ข้อกฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ เพราะนัยของคดีเป็นวัตถุประสงค์เพื่อจัดการทางการเมืองกับฝ่ายตรงข้าม”

ปัญหาทะเลแดงไม่ลุกลาม

ในโจทย์ความมั่นคงด้านต่างประเทศ เป็นสิ่งที่ “เศรษฐา” ไม่อาจมองข้าม เมื่อสงครามในอิสราเอล ขยายผลไปถึงการที่กลุ่มกบฏฮูตี โจมตีการเดินเรือในทะเลแดง สะเทือนเศรษฐกิจโลก

“ศ.ดร.สุรชาติ” อ่านสถานการณ์ว่า กรณีที่ฮูตีโจมตีเรือสินค้าพาณิชย์ ควบคุมเรือสัญชาติญี่ปุ่น แต่เกินกว่านั้นเรายังไม่เห็น ถามว่าการโจมตีของฮูตี หนักหน่วงจนควบคุมไม่ได้ไหม…คำตอบคือไม่จริง และที่คาดว่าทะเลแดงจะกลายเป็นพื้นที่การรบใหม่หรือไม่ คำตอบคือ ไม่เกิดขนาดนั้น

เพราะฮูตีไม่มีความสามารถทางทหารมาก ขณะเดียวกันขีดความสามารถของฝ่ายตะวันตกที่จัดตั้งกองเรือผสมในการควบคุมสถานการณ์ เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นว่าพื้นที่แถวนั้นมีกองเรือผสมอยู่แล้ว

ดังนั้น สัญญาณที่ทำให้เห็นว่าสถานการณ์ในทะเลแดงกำลังกลับสู่ภาวะปกติ คือ บริษัทเมอส์ก ซึ่งเป็นบริษัทเดินเรือขนาดใหญ่ ประกาศกลับมาใช้เส้นทางเดิม แปลว่าอยู่ในภาวะควบคุมได้ เว้นแต่อิหร่านตัดสินใจเปิดสงครามใหญ่และผลักดันให้ฮูตีเปิดสงครามใหญ่ในทะเลแดง ก็คงไม่น่าเกิดขึ้น

ส่วนสงครามในอิสราเอล-ฮามาส ในปี’67 คงยังรบกันต่อ และต้องคิดต่อในเรื่องการปกครองและครอบครองในฉนวนกาซา จะเริ่มเป็นโจทย์ใหญ่และการฟื้นฟูในอนาคต

กำหนดท่าทีปมเมียนมา

ขณะที่สถานการณ์ในเมียนมา ในปี 2567 เป็นสถานการณ์ที่ต้องตามดูว่า การสูญเสียพื้นที่ของกองทัพพม่าที่เห็นมาตั้งแต่ 27 ตุลาคม จะนำไปสู่สถานการณ์ที่มากขึ้นอย่างไร หลายฝ่ายกังวลว่าสงครามอาจเข้าไปถึงกรุงเนย์ปิดอว์ ซึ่งมีความเป็นไปได้หากกองทัพทหารพม่าถอยร่นต่อเนื่อง

อาจเป็นไปได้อย่างหนึ่ง ถ้าการถอยร่นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แปลว่าในปี 2567 อาจต้องเปิดเวทีคุยเพื่อยุติศึก แต่ขึ้นอยู่กับผู้นำทหารในพม่า เพราะกองทัพพม่ามีขนาดใหญ่และทำการรบต่อได้ เพียงแต่พื้นที่การควบคุมของกองทัพพม่าก็จะลดลงไปเรื่อย ๆ

ส่วนท่าทีของไทย คงต้องกำหนดนโยบายเพื่อรองรับสถานการณ์ เนื่องจากไทยมีพรมแดนขนาดใหญ่ติดต่อกับเมียนมา จะกระทบไทยโดยตรง

หลังปี 2567 รัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงไทย กระทรวงการต่างประเทศของไทย ควรคุยเรื่องนี้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อกำหนดทิศทางของไทยควรมีบทบาทมากน้อยเพียงใด หากเกิดสถานการณ์พลิกผันในพม่า

นายกฯเซลส์แมนไม่พอ

เมื่อนายกฯรับบท “เซลส์แมน” ดึงนักลงทุนโลก-ลงทุนไทย บทบาทแค่นี้เพียงพอหรือไม่ในเวทีโลก ปี 2567 “ศ.ดร.สุรชาติ” ตอบว่า โดยพื้นเพนายกฯ ที่มาจากภาคธุรกิจ คงเห็นความสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจในเวทีระหว่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ขณะเดียวกันอาจต้องใช้กระทรวงการต่างประเทศทำงานด้านความมั่นคง และการเมืองระหว่างประเทศมากขึ้น ขณะเดียวกันการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างนี้ เป็นบทบาท ผู้นำต่างประเทศหลายประเทศก็เคยเล่น

เพียงแต่ต้องมีส่วนสำคัญ คือ กระทรวงการต่างประเทศ ต้องรับบทบาทหลักในการเมือง ความมั่นคง คำถามคือหลังปีใหม่จะมีทิศทางการจัดการความมั่นคง กับเศรษฐกิจในเวทีระหว่างประเทศอย่างไร ต้องคิดต่อ

และยังมีผลที่เกิดจากปัญหาด้านความมั่นคงในหลายเรื่อง รัฐบาลต้องนำมาเป็นประเด็นในการกำหนดนโยบาย คิดแต่เรื่องเศรษฐกิจด้านเดียวไม่พอ เพราะเวทีโลก ปี 2567 การแข่งขันระหว่างรัฐมหาอำนาจใหญ่ ในเวทีโลกและเวทีตะวันออกเฉียงใต้ น่าจะเข้มข้นขึ้น

ส่วนนโยบายเป็นมิตร ไม่เป็นศัตรูใคร ยังใช้ได้หรือไม่ “ศ.ดร.สุรชาติ” กล่าวว่า พูดได้ในเชิงหลักการ สิ่งที่ต้องคิดต่อ คือจะกำหนดความสัมพันธ์ในภาพรวม ซึ่งไทยไม่สามารถมีข้อขัดแย้งกับรัฐมหาอำนาจใหญ่ ๆ ได้ เพราะมีโจทย์ที่เป็นผลประโยชน์ของไทยในแต่ละเรื่อง

ต้องคิดต่อว่าไทยจะกำหนดท่าทีแต่ละเรื่องอย่างไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทักษิณ ชินวัตร รัฐบาล สว.