เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ลุยต่อ “ท่าอวกาศยาน” แห่งแรก ดันแผนอวกาศไทยประกบไทม์ไลน์โครงการ Artemis สหรัฐฯ ไปดวงจันทร์
Tech ลุยต่อ “ท่าอวกาศยาน” แห่งแรก ดันแผนอวกาศไทยประกบไทม์ไลน์โครงการ Artemis สหรัฐฯ ไปดวงจันทร์
ผลสำรวจ Lloyds ชี้ AI เริ่มสร้างงานในอังกฤษ สะท้อน Two-Speed Economy
World ผลสำรวจ Lloyds ชี้ AI เริ่มสร้างงานในอังกฤษ สะท้อน Two-Speed Economy
InnovestX เปิดตัว ‘DR23’ ลอตใหญ่ หนุนทะลุ 100 หลักทรัพย์ เปิดโอกาสลงทุน AI-ชิป-พลังงาน-อวกาศ-ควอนตัมทั่วโลก
Finance InnovestX เปิดตัว ‘DR23’ ลอตใหญ่ หนุนทะลุ 100 หลักทรัพย์ เปิดโอกาสลงทุน AI-ชิป-พลังงาน-อวกาศ-ควอนตัมทั่วโลก
เปิดประวัติ ‘ฉันทานนท์ วรรณเขจร’ ปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่
Politics เปิดประวัติ ‘ฉันทานนท์ วรรณเขจร’ ปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่
ครม. ไฟเขียวกฎหมายแรงงาน 4 ฉบับ ยกระดับสวัสดิการ
Politics ครม. ไฟเขียวกฎหมายแรงงาน 4 ฉบับ ยกระดับสวัสดิการ
กสิกรไทย เปิดตัว ‘K Virtual Account’ ช่วยธุรกิจรับเงินได้หลายบัญชี ภายใต้ Master Account เดียว
Finance กสิกรไทย เปิดตัว ‘K Virtual Account’ ช่วยธุรกิจรับเงินได้หลายบัญชี ภายใต้ Master Account เดียว
‘เอกนัฏ’ ดัน ‘โซลาร์ล้านหลังคา’ ติดฟรี-ผ่อนผ่านบิล ประชาชนเป็น ‘นายทุนพลังงาน’
Economic ‘เอกนัฏ’ ดัน ‘โซลาร์ล้านหลังคา’ ติดฟรี-ผ่อนผ่านบิล ประชาชนเป็น ‘นายทุนพลังงาน’
สั่งหยุดปรับพื้นที่ WHA ESIE 5 หลังพบหลักฐานระเบิดหิน จี้พิสูจน์ข้อเท็จจริงภายใน 3 วัน
Economic สั่งหยุดปรับพื้นที่ WHA ESIE 5 หลังพบหลักฐานระเบิดหิน จี้พิสูจน์ข้อเท็จจริงภายใน 3 วัน
รฟท. จับมือ ม.มหิดล วิจัยระบบราง ลุยศึกษาสายสีแดงส่วนต่อขยาย
News รฟท. จับมือ ม.มหิดล วิจัยระบบราง ลุยศึกษาสายสีแดงส่วนต่อขยาย
‘ฉันทานนท์ วรรณเขจร’ ปลัดพลังงาน คนใหม่ อายุราชการ 5 ปี เกษียณ 2574
Politics ‘ฉันทานนท์ วรรณเขจร’ ปลัดพลังงาน คนใหม่ อายุราชการ 5 ปี เกษียณ 2574
ดูทั้งหมด

เรืองไกร นำหลักฐานยื่น กกต. เช็กบิลพิธา ถือครองหุ้นสื่อ ระวังซ้ำ ธนาธร

10 พ.ค. 2566 | 12:50น.
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ

เรืองไกร หอบหลักฐานยื่น กกต. เช็กบิลพิธา ถือครองหุ้น ITV ระวังซ้ำรอยธนาธร

วันที่ 10 พฤษภาคม 2566 มติชนรายงาน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นคำร้องต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบว่าการที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล (ก.ก.) มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) หรือไม่

เนื่องจากมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) 42,000 หุ้น ว่าตนเองใช้เวลาตรวจสอบเรื่องนี้ 5 วัน เสียเงินไปหลายพันบาทเพื่อคัดเอกสารจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หลังจากได้ข้อมูลมาจากบุคคล ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของ บมจ.ไอทีวีแล้วก็ได้พบหลักฐานตามเอกสาร บมจ.6 ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าส่งมาว่า ณ วันที่ 27 เมษายน 2565 นายพิธายังเป็นผู้มีชื่อถือหุ้นจำนวนดังกล่าวอยู่

และ บมจ.ไอทีวี เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจสื่อ และมีรายงานการประชุมล่าสุดที่มีผู้ถือหุ้นถามผู้บริหารว่า บมจ.ไอทีวีเป็นสื่อหรือไม่ ซึ่งผู้บริหารก็ได้ตอบว่าเป็นบริษัทสื่อ จึงจำเป็นต้องร้องให้ กกต.ตรวจสอบ

นายเรืองไกรกล่าวว่า การที่นายพิธาออกมาระบุว่าได้ชี้แจงต่อ ป.ป.ช.ก็ขอบคุณ เพราะถือว่าเป็นการยอมรับแบบแบ่งรับแบ่งสู้ เป็นเรื่องที่ดี แม้จะระบุว่าหุ้นดังกล่าวไม่ใช่ของตนเอง เป็นกองมรดก และตัวเองเป็นผู้จัดการเท่านั้น แต่อยากให้ดูรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) เขียนเพียงว่าผู้จะลงสมัคร ส.ส.ต้องไม่เป็นผู้ถือครองหุ้นสื่อ

ส่วนที่นายพิธาอ้างว่าได้มีการหารือและชี้แจงกับ ป.ป.ช.แล้ว นายเรืองไกรกล่าวว่า เป็นกฎหมายคนละฉบับกัน เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติการลงสมัคร ส.ส. สิ่งที่นายพิธาอ้างน่าจะเป็นเรื่องการถือครองหุ้นและแจ้งบัญชีทรัพย์สิน

โดยตนได้ไปตรวจสอบการแจ้งบัญชีทรัพย์สินของนายพิธาระหว่างดำรงตำแหน่ง ส.ส.ก็ไม่พบว่ามีการแจ้งหุ้นดังกล่าวต่อ ป.ป.ช. ช่วงเช้าที่ผ่านมาจึงได้ไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบว่านายพิธาแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จหรือไม่

“เรื่องนี้อยากให้ กกต.ดำเนินการโดยเร็ว เพราะผลที่ออกมาก่อนและหลังเลือกตั้งจะแตกต่างกัน ถ้าทำเสร็จหลังการเลือกตั้งต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญ จะเหมือนกับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ศาลวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติเนื่องจากถือหุ้นวีลัค มีเดีย จะทำให้ความเป็น ส.ส.สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ไม่มีผลถึงเรื่องยุบพรรค” นายเรืองไกรกล่าว

นายเรืองไกรกล่าวด้วยว่า ขอให้ กกต.ทำหน้าที่ให้เร็ว เมื่อมีความปรากฏต้องใช้ดุลพินิจให้เป็นธรรมและพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะการดำเนินการก่อน หรือหลังเลือกตั้งมีผลต่างกัน แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นความผิดเฉพาะตัว แต่ถ้าศาลตัดสินเรื่องใหญ่มาก ตนมีข้อกฎหมายอีกส่วนหนึ่ง แต่ขอรอให้ศาลตัดสินก่อน บอกได้ว่าจะมีผลกระทบมหาศาล

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่มีคนมองว่ายื่นเรื่องนี้เพื่อสกัดนายพิธา นายเรืองไกรกล่าวว่า นายพิธาก็โพสต์แล้ว ก็แล้วแต่ใครจะมอง แต่ตนพบเหตุก็มาร้อง ส่วนอีกด้านหนึ่งจะได้ประโยชน์หรือไม่นั้นไม่เกี่ยว และไม่กังวลว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้

เมื่อถามว่าหากนายพิธาขาดคุณสมบัติจากกรณีดังกล่าวจะมีผลอย่างไร เพราะได้ถือหุ้นนี้มาก่อนการเลือกตั้งปี 2562 นายเรืองไกรกล่าวว่า จะเหมือนกับกรณี นายสิระ เจนจาคะ ที่จะต้องเลือกคืนสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ซึ่งอยากให้ กกต.มีหนังสือสอบถามไปยังตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะกรณีนี้เป็นลักษณะต้องห้ามเฉพาะของผู้สมัคร ส.ส. ไม่ได้เกี่ยวกับคู่สมรส ส่วนที่ก่อนหน้านี้ กกต.ตรวจสอบไม่พบชื่อนายพิธา ตนไม่ทราบ