ลุยต่อ “ท่าอวกาศยาน” แห่งแรก ดันแผนอวกาศไทยประกบไทม์ไลน์โครงการ Artemis สหรัฐฯ ไปดวงจันทร์
บอร์ดอวกาศ ยกระดับกิจการอวกาศ หนุนใช้ช่องสัญญาณดาวเทียม เพื่อประโยชน์สาธารณะ พร้อมเดินหน้ากฎหมายอวกาศ เดินหน้าศึกษาเพื่อจัดตั้ง “ท่าอวกาศยาน” แห่งแรกของไทย ขับเคลื่อน Space Economy
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ (บอร์ดอวกาศ) ครั้งที่ 1/2569 กล่าวว่า ปัจจุบันกิจการอวกาศไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ได้สรุปความคืบหน้าการดำเนินงานใน 3 มิติหลัก ซึ่งล้วนมีความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์และสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
1.ด้านเศรษฐกิจอวกาศ มุ่งขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจอวกาศด้วยการจัดทำ (ร่าง) นโยบายการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ (Landing Rights) เพื่อกลั่นกรองและอนุญาตดาวเทียมต่างชาติที่จะเข้ามาให้บริการในไทย
รวมถึงการคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนกำหนดแนวทางการบริหารจัดการช่องสัญญาณดาวเทียมสื่อสารที่รัฐจะได้รับจากผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม สำหรับการให้บริการสาธารณะและประโยชน์ของรัฐ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสของประชาชน
2.ด้านกิจการอวกาศเพื่อความมั่นคง มุ่งเน้นการเฝ้าระวังและการบริหารจัดการจราจรทางอวกาศ เพื่อปกป้องและป้องกันภัยคุกคามในมิติดิจิทัล ไซเบอร์ และห้วงอวกาศ อันเป็นการสร้างความปลอดภัยเชิงพื้นที่และรักษาเสถียรภาพในภาพรวมของประเทศ
3.ด้านเทคโนโลยีอวกาศและการประยุกต์ใช้ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาระบบดาวเทียมสำรวจโลกของไทย การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งท่าอวกาศยานแห่งแรกของประเทศไทย เพื่อเป็นการพึ่งพาตนเองและลดการเป็นผู้ซื้อเทคโนโลยีอวกาศในอนาคต
พร้อมทั้งประยุกต์ใช้ข้อมูลจากกลุ่มดาวเทียมสำรวจโลกเพื่อสนับสนุนภารกิจสำคัญของประเทศ เช่น การเกษตรแม่นยำ การจัดการภัยพิบัติ และการประเมินมลพิษทางอากาศ (PM 2.5) ควบคู่กับการยกระดับทักษะบุคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอวกาศแห่งอนาคต
นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ กำลังเร่งรัดการจัดทำ (ร่าง) พระราชบัญญัติกิจการอวกาศ พ.ศ. … และ (ร่าง) แผนแม่บทอวกาศแห่งชาติ พ.ศ. 2566 – 2580 เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการวางรากฐานทางกฎหมายและกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ระยะยาว มุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้ให้แก่ประเทศ พร้อมเป็นรากฐานที่จะช่วยยกระดับความมั่นคงและคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยทุกคนอย่างยั่งยืน ตามเป้าหมายสูงสุดของรัฐบาล ที่ต้องการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
ด้านนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาวาระเพื่อขับเคลื่อนกิจการอวกาศของไทยในหลายประเด็นสำคัญ อาทิ การบริหารจัดการช่องสัญญาณดาวเทียมสื่อสารที่รัฐจะได้รับจากผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย สำหรับให้บริการสาธารณะและประโยชน์ของรัฐ (State Use and Public Services) ที่สอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานของรัฐภาคพลเรือน และหน่วยงานด้านความมั่นคง
ภายใต้นโยบายการดำเนินงานดาวเทียมสื่อสารแห่งชาติ การยก (ร่าง) นโยบายการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ (Landing Rights) และ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ในระดับรัฐเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ พ.ศ. …. เพื่อเป็นกลไกส่งเสริมการแข่งขันในอุตสาหกรรมดาวเทียม ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนและภาคธุรกิจมีทางเลือกในการเข้าถึงบริการสื่อสารคุณภาพสูง ควบคู่กับการกำหนดหลักเกณฑ์ควบคุมที่ชัดเจน เพื่อรักษาความสมดุลทางการค้า ความเป็นธรรม และความมั่นคงของประเทศ
รวมทั้งได้เห็นชอบให้โครงการอาร์เทมิส ซึ่งเป็นโครงการสำรวจดวงจันทร์ของสหรัฐอเมริกา ดำเนินการโดยองค์การ NASA เป็นโครงการด้านอวกาศที่สำคัญของไทยซึ่งจำเป็นต้องเร่งดำเนินการให้สอดคล้องกับแผนและช่วงเวลาดำเนินการของสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรนานาชาติ
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นพิจารณาให้มีการทบทวนการจัดทำ (ร่าง) พระราชบัญญัติกิจการอวกาศ พ.ศ. ….. และ (ร่าง) แผนแม่บทอวกาศแห่งชาติ พ.ศ. 2566 – 2580 เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบันของประเทศที่ได้เปลี่ยนแปลงไปในหลาย ๆ ด้าน อาทิ ด้านเทคโนโลยี ด้านปัจจัยการผลิต ด้านการลงทุน มูลค่าทางเศรษฐกิจ และด้านความมั่นคง
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบถึงภาพรวมการดำเนินงานด้านกิจการอวกาศของประเทศไทยในปัจจุบันมีความคืบหน้าเพิ่มขึ้นทั้งด้านนโยบาย กฎ ระเบียบต่าง ๆ เทคโนโลยีดาวเทียม การผลิตส่วนประกอบ ภารกิจด้านอวกาศเพื่อความมั่นคง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศเพื่อประโยชน์ของประเทศ การพัฒนาบุคลากรด้านอวกาศ ความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีดาราศาสตร์
รวมถึงการเตรียมการเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความรับผิดระหว่างประเทศต่อความเสียหายอันเนื่องจากวัตถุอวกาศ ค.ศ. 1972 การศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างท่าอวกาศยานในประเทศไทย (Thailand Spaceport) และการดำเนินงานเกี่ยวกับนโยบายและแผนการดำเนินการเฝ้าระวังและบริหารจัดการการจราจรทางอวกาศ ให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า เทคโนโลยีอวกาศคือ โอกาสในปัจจุบันของประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยมีบุคลากรที่มีศักยภาพ มีโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังเติบโต และมีพันธมิตรจากทั่วโลกที่พร้อมพัฒนาไปกับเรา เป้าหมายสูงสุดของไทย ไม่ใช่เพียงแค่การส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร แต่คือการใช้เทคโนโลยีอวกาศเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูง (New Space Economy) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ และปักหมุดประเทศไทยให้ยืนได้อย่างสง่างามในเวทีอวกาศในระดับโลก