เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อินเดียเร่งลงทุนโซลาร์ เปิดช่องธุรกิจไทยขายอุปกรณ์-ระบบกักเก็บพลังงาน รุกงาน EPC–ร่วมทุน
Economic อินเดียเร่งลงทุนโซลาร์ เปิดช่องธุรกิจไทยขายอุปกรณ์-ระบบกักเก็บพลังงาน รุกงาน EPC–ร่วมทุน
3 บิ๊กค้าทองคำไทย แนะจุดลงทุน-โอกาสสู่ High SCB ดัน 17 ล้านรายเทรด USD
Finance 3 บิ๊กค้าทองคำไทย แนะจุดลงทุน-โอกาสสู่ High SCB ดัน 17 ล้านรายเทรด USD
เกษตรฯ ยกระดับ “THRASFF” เฝ้าระวังอาหารเชิงรุก พบแจ้งเตือน 526 รายการ
Economic เกษตรฯ ยกระดับ “THRASFF” เฝ้าระวังอาหารเชิงรุก พบแจ้งเตือน 526 รายการ
ครม. เคลียร์ปม ‘ทรงผมนักเรียน’ ไม่ต้องแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ศธ. วางกรอบโรงเรียนกำหนดได้ตามบริบท แต่ต้องเคารพสิทธิ
Politics ครม. เคลียร์ปม ‘ทรงผมนักเรียน’ ไม่ต้องแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ศธ. วางกรอบโรงเรียนกำหนดได้ตามบริบท แต่ต้องเคารพสิทธิ
ครม. ไฟเขียว ‘อ่างเก็บน้ำบ้านหนองกระทิง’ 2.8 พันล้าน รับการน้ำให้การเกษตร-EEC
Politics ครม. ไฟเขียว ‘อ่างเก็บน้ำบ้านหนองกระทิง’ 2.8 พันล้าน รับการน้ำให้การเกษตร-EEC
คุมเข้มลานรับซื้อข้าวโพดทั่วประเทศ เตือนกดราคาเกษตรกรโทษคุก 7 ปี
Economic คุมเข้มลานรับซื้อข้าวโพดทั่วประเทศ เตือนกดราคาเกษตรกรโทษคุก 7 ปี
ริชาร์ด เท็ง ตอบ Stablecoin-Tokenization ไทยมีโอกาสแค่ไหน?
Finance ริชาร์ด เท็ง ตอบ Stablecoin-Tokenization ไทยมีโอกาสแค่ไหน?
ต่างชาติลงทุนไทย 7 เดือนทะลุ 2.19 แสนล้าน โต 37% สิงคโปร์แชมป์เงินลงทุน 6.11 หมื่นล้าน
Economic ต่างชาติลงทุนไทย 7 เดือนทะลุ 2.19 แสนล้าน โต 37% สิงคโปร์แชมป์เงินลงทุน 6.11 หมื่นล้าน
‘เมย์แบงก์’ รุก Private Fund ลุยตลาดคนรวย ตั้งเป้า AUM 3 ปี แตะ 4 พันล้าน
Finance ‘เมย์แบงก์’ รุก Private Fund ลุยตลาดคนรวย ตั้งเป้า AUM 3 ปี แตะ 4 พันล้าน
พาณิชย์บุก “เกาะเต่า” ตรวจ 12 บริษัทนำเที่ยว พบผิด 2 ราย ลุยเช็กต่อปม “นอมินี”
Economic พาณิชย์บุก “เกาะเต่า” ตรวจ 12 บริษัทนำเที่ยว พบผิด 2 ราย ลุยเช็กต่อปม “นอมินี”
ดูทั้งหมด

โพล 80% ลุ้นเปลี่ยนผู้นำประเทศ “พิธา-เพื่อไทย” รัฐบาลใหม่

06 พ.ค. 2566 | 07:16น.
2คน

รศ.ดร.ประจักษ์-รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ 2 นักวิชาการดัง วิเคราะห์โพลเลือกตั้ง 66 “มติชน x เดลินิวส์” ฟันธงขั้วพรรคฝ่ายค้านปัจจุบัน นำโดยเพื่อไทย-ก้าวไกล ทะลุ 340-350 เสียง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลปัจจุบันตกที่นั่งลำบากได้ 150 ที่นั่ง นักวิชาการบีบ “ประยุทธ์-ประวิตร” ต้องมี spirit ยอมรับกติกาเลือกตั้ง อย่าบิดเบือนเจตจำนงประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานหลังจาก “มติชน X เดลินิวส์” เปิดโหวตเลือกตั้งผ่านช่องทางออนไลน์ 2 ครั้ง มีผู้ร่วมโหวตเกือบ 200,000 คน ผลออกมาสั่นสะเทือนวงการการเมือง และล่าสุดวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา สื่อทั้งสองค่ายได้ร่วมกันจัดเวที “ร่วมวิเคราะห์โพลเลือกตั้ง 66”

โดยช่วงแรกเป็นการเสวนาหัวข้อ “สรุป-วิเคราะห์ ผลการจัดทำ มติชน-เดลินิวส์ โพล” โดย นายปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์, นายปราปต์ บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการสายดิจิทัลมีเดีย บริษัท มติชน จำกัด มหาชน, ผศ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ คณบดี วิทยาลัยนานาชาติปรีดีพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นายปราปต์กล่าวว่า ต้องย้ำ position ของโพลนี้ว่า เป้าประสงค์แรกที่ชัดเจน เราเป็นสื่อและไม่ต้องการทำโพลทางการเหมือนสำนักโพลมืออาชีพ แต่สิ่งที่เรากำลังทำ คือกระตุ้นให้ผู้อ่านและคนดูของ 2 สื่อสำนักใหญ่ มีความสนใจและอยากมีความส่วนร่วมกับการเลือกตั้ง และจะได้รับทราบเจตจำนงทางการเมืองของคนอ่านเหล่านั้นด้วย เมื่อเทคโนโลยีเปิดช่องให้เราทำโพลออนไลน์ ซึ่งเท่ากับสามารถรับฟังความคิดเห็นของคนอ่านด้วย และอยากจะผลิตคอนเทนต์เลือกตั้งใหม่ ๆ แต่ผลลัพธ์นำมาสู่เครื่องมือวิเคราะห์เลือกตั้งอีกชนิดหนึ่งคือผลโพล

“ผลโพล” ไม่ใช่ “ผลลัพธ์”

ผศ.อัครพงษ์กล่าวว่า โพลปกติจะมีการตั้งคำถาม และมีสูตรคำนวณต่าง ๆ ซึ่งแล้วแต่วิธีการของแต่ละคน สิ่งที่มติชนกับเดลินิวส์ทำคือการนำกลุ่มตัวอย่างมาก่อน และหลังจากนั้นถึงมาวิเคราะห์เหตุผลของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งพบว่าวิธีการดังกล่าวสามารถสะท้อนความเชื่อมั่นของผลโพลได้ถึง 95%

ส่วนกระแสที่เกิดขึ้นในโซเชียล ผลโพลสามารถเป็นคะแนนในโลกความเป็นจริงได้หรือไม่ ผศ.อัครพงษ์กล่าวว่า “ผลโพลคือความนิยมไม่ใช่ผลลัพธ์” แต่สามารถให้ข้อคิดแก่นักการเมือง และพรรคการเมืองได้ว่าทำพลาดตรงส่วนไหน และต้องปรับแก้ส่วนใด ดังนั้นการมีโพลเป็นการกระตุ้นพรรคการเมือง และนักการเมืองได้เป็นอย่างดี

อย่างกรณีของอาจารย์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และ โจ ไบเดน ก็พิสูจน์แล้วว่าดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งมาจริง และทำให้หลายบริษัทปิดตัวไปแล้ว ถ้าท่านไม่เปลี่ยนก็แล้วแต่ ไม่ว่ากัน รอดูวันที่ 14 พ.ค. ว่าจะเป็นอย่างนั้นไหม การเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนว่าดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งมีผลต่อคะแนนความนิยมของนักการเมืองโดยแท้จริง สามารถบอกได้ว่าหากสื่อไหนไม่ตามกระแสก็อาจจะเจ๊ง พรรคการเมืองไหน สถาบันไหนไม่ตามกระแสออนไลน์มีโอกาสไม่รอด

“สิ่งสำคัญในการทำโพลครั้งนี้ คือการกระตุ้นความรู้สึกอยากจะออกมามีส่วนร่วมทางการเมือง ทุกคนรู้สึกว่าเรามีจิตใจเป็นเจ้าของชาติ เพราะฉะนั้นโพลบอกว่า นี่คือบ้านเมืองของเรา เราจะกำหนดอนาคตของเราวันที่ 14 พฤษภาคมครับ และผู้มีอำนาจอย่าดูเบา ไม่สามารถครองอำนาจอย่างยาวนานได้โดยไม่แบ่งปันให้คนอื่นเลย จะถูกจัดการโดยสิ้นซาก” ผศ.อัครพงษ์กล่าว

80% ต้องการเปลี่ยนผู้นำ

ขณะที่ รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมเสวนาหัวข้อ “จากผลโพลสู่ผลเลือกตั้ง ฟันธงโค้งสุดท้าย” โดยมีนายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ คอลัมนิสต์ มติชนสุดสัปดาห์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

รศ.ดร.ธำรงศักดิ์กล่าวถึงแนวโน้มทางการเมืองไทยว่า จากโพลมติชน x เดลินิวส์ ทำให้ย้อนกลับไปดูว่าโครงสร้างสังคมไทยตอนนี้ปรากฏว่า ข้อมูลผู้ร่วมโหวตอยู่ในภาคเกษตร 40% อยู่นอกภาคการเกษตร 60% และนอกภาคเกษตรคือคนที่อยู่ในเขตเทศบาลเป็นหลัก สะท้อนเป็นโพลของคนที่อยู่ในเมือง

หมายความว่าคนในเมืองเป็นคนที่ไม่เอารัฐบาลที่สืบทอดอำนาจ คสช. จากข้อมูลโพลเห็นชัดเจน พรรคร่วมรัฐบาลคะแนนตกต่ำมาก สะท้อนให้เห็นว่า คนกำลังบอกว่าไม่เอารัฐบาลเพราะอัดอั้นเต็มที่

และถ้าไปดูตามโพล คนจะไปเลือกตั้งสูงมาก ตีความว่าคนจะไปเลือกตั้ง 75-80% หรือ 39-42 ล้านคน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 52 ล้านคน และเสียงจากโพล 80% อยู่ฝ่ายที่ต้องการเปลี่ยนผู้นำประเทศ คะแนนนิยมพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายเศรษฐา ทวีสิน รวมกัน 80-85% หมายความว่าเขาไม่เอากลุ่มเดิมอีกแล้ว ฉากทัศน์ต่อไปคือการเป็นรัฐบาลแล้ว

ขั้วอำนาจปัจจุบันตกที่นั่งลำบาก

ด้าน รศ.ดร.ประจักษ์กล่าวว่า สิ่งที่เห็นชัดเจนว่าทุกโพลที่ออกมาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตัวเลขต่างกันนิดหน่อย คือ พรรคฝ่ายค้านทั้งหมดรวมกันต่ำที่สุด ตอนนี้บางโพลให้ 70% มติชนกับเดลินิวส์ไปถึง 83% ส่วนพรรคฝ่ายร่วมรัฐบาลตอนนี้รวมกันสูงสุดไม่เกิน 30% บางโพลต่ำไปถึง 15% ถ้าดูปาร์ตี้ลิสต์ของมติชนกับเดลินิวส์ จะเห็นว่า ก้าวไกล เพื่อไทยรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกนายกฯ หรือเลือกพรรคในระบบบัญชีรายชื่อ 80% กว่า ๆ

ถ้าตีมาเป็นตัวเลขพรรคฝ่ายค้านรวมกันได้ 70% แล้ว ก็หมายความว่า 350 ที่นั่ง ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลรวมกัน 150 ที่นั่ง ส่วน ส.ส.เขต ยังต้องว่ากันอีกทีเพราะในการแข่งขันไม่ว่าเปอร์เซ็นต์จะเท่าไหร่ แต่ผู้ชนะอันดับ 1 เท่านั้นถึงจะได้เป็น ส.ส. แต่ก็เห็นแนวโน้มจากการประเมินเชิงพื้นที่ของนักวิชาการ นักวิเคราะห์ ก็มีทิศทางเป็นทางเดียวกันว่า พรรคร่วมรัฐบาลรวมกันแล้วจะได้ ส.ส.เขตค่อนข้างน้อย

“ฝ่ายรัฐบาลตกอยู่ในสถานะที่ลำบาก เพราะคะแนนห่างกันค่อนข้างมาก ที่นั่ง ส.ส.ห่างกันค่อนข้างมาก ขณะเดียวกันพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลกลับมีการแข่งขันกันเอง เช่น ภาคใต้ 60 ที่นั่ง มีรวมไทยสร้างชาติ ประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ที่แข่งกันเอง ขณะที่ เพื่อไทย ก้าวไกล ก็สามารถแทรกได้ในเชิงของปาร์ตี้ลิสต์ได้ ซึ่งคนภาคใต้เปิดใจมากขึ้นแล้ว คะแนนที่นั่งพรรคร่วมรัฐบาลแย่งกันเอง ขณะที่มีแค่ 60 ที่นั่ง ก็ต้องมาแบ่งกันเอง” รศ.ดร.ประจักษ์กล่าว

ติงขั้วฝ่ายค้านอย่าบาดหมาง

รศ.ดร.ประจักษ์กล่าวอีกว่า ในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้านจริง ๆ สมการมันง่าย แต่กลับไปทำให้มันยากในตอนนี้ มีการทะเลาะถกเถียงกันรุนแรงมาก แต่ถ้าเห็นผลการเลือกตั้งแล้วมันชัด พรรคเพื่อไทยก็เก่ง แง่ของเขต โดยจะเห็นว่าส่งเท่าไหร่ก็จะได้ประมาณ 50% เมื่อบวกกับปาร์ตี้ลิสต์ 250 แน่ ๆ

แต่พรรคก้าวไกลก็มาแรง เห็นจากช่วงแรก ๆ ทุกสำนักโพลให้น้อย ประมาณ 40% แต่ตอนนี้ไม่มีใครกล้าพนันแล้ว เพราะผลโพลและกระแสก้าวไกลเกินจากตรงนี้ไปแล้ว ปาร์ตี้ลิสต์ประมาณ 30-35 ที่นั่ง กทม.อีก 10 กว่าเขต ดังนั้นเกิน 60 ที่นั่งแน่ รวมกับประชาชาติซึ่งมีฐานเสียงชัดเจนภาคใต้ 6-7 ที่นั่งเป็นอย่างน้อย

“เพื่อไทย ก้าวไกลรวมกัน ชนะขาดฝ่ายรัฐบาลปัจจุบันแล้ว รวมประชาชาติ เสรีรวมไทย ไทยสร้างไทย น่าจะไปแตะ 340 อยู่แล้ว ทะเลาะกันไปบาดหมางกันเปล่า อย่าแข่งไปถึงจุดที่ร่วมมือกันไม่ได้ ถ้าผลการเลือกตั้งไม่ได้พลิกมาก”

บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม ต้องยอมรับกติกา

รศ.ดร.ประจักษ์กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ฝ่ายรัฐบาลปัจจุบันจะตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้หรือไม่นั้น ในโลกนี้ รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่มีที่ไหนอยู่ได้ เพราะผ่านกฎหมายไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ ไม่มีศักยภาพในการผลักดันนโยบาย และที่สำคัญคือเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชน จะทำให้เกิดความไม่พอใจอย่างมาก อันตรายมาก

“ประเด็นคือการยอมรับกติกาประชาธิปไตย ในเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร ลงทุนเดินหาเสียง มาเป็นนักการเมืองแล้วก็ต้องมีสปิริตของนักการเมือง ต้องลืมภาพของทหาร การรัฐประหาร แล้วเดินหาเสียงตามกติกา ถ้าแพ้เยอะ แพ้ชัดเจนก็ต้องยอมรับ ถ้าได้เสียงข้างมากก็จัดตั้งรัฐบาล แบบนี้จะสง่างามกว่า” รศ.ดร.ประจักษ์กล่าว

รศ.ดร.ประจักษ์กล่าวว่า มีบางกลุ่มตอบแบบสอบถามเกินกว่าสัดส่วนประชากรที่มีอยู่จริง สะท้อนเสียงของคนบางกลุ่มดังขึ้นมา เช่น ในความเป็นจริงเพศชายกับเพศหญิงในสังคมไทยไม่ได้ห่างกันขนาดนี้ แต่โพลกลายเป็นว่า เพศชายมาตอบ 62% เพศหญิง 34% ดังนั้นเสียงของผู้หญิงอาจจะไม่ถูกสะท้อนเท่าความเป็นจริง แง่การศึกษาซึ่งคนไม่จบปริญญาตรีเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ

และการศึกษาคนไม่จบปริญญาตรีคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ในโพลมีคนต่ำกว่าปริญญาตรีตอบแค่ 28% ดังนั้นเสียงของคนปริญญาตรีก็จะดังที่สุด ขณะที่อาชีพพนักงานบริษัทตอบมากสุดถึง 1 ใน 4 ของแบบสำรวจนี้ เกษตรกรที่มาตอบแค่ 3% กว่า ๆ ทั้ง ๆ ที่สัดส่วนชาวนามีประมาณ 20% และคนมีรายได้สูงเกิน 50,000 บาทขึ้นไปมาตอบถึง 23% ซึ่งไม่ใช่คนส่วนใหญ่ของประเทศ

แต่สิ่งที่ค่อนข้างสะท้อนจริง คืออายุผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อีกอันหนึ่งที่ต้องตั้งข้อสังเกตคือคนกรุงเทพฯ เสียงค่อนข้างดัง ตอบเยอะถึง 27% แต่ประชากรในกรุงเทพฯยังไม่ถึงขนาดนั้น