เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรุงเทพประกันชีวิต โชว์ผลงานครึ่งทางปี’69 กวาดเบี้ยรับปีแรก 3,869 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,603 ล้าน พุ่ง 6%
Finance กรุงเทพประกันชีวิต โชว์ผลงานครึ่งทางปี’69 กวาดเบี้ยรับปีแรก 3,869 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,603 ล้าน พุ่ง 6%
‘ชีจรรย์ กอล์ฟ’ เปิดตัว Flinggolf แห่งแรกในเอเชีย มิติใหม่ Sport Tourism
Biz Movement ‘ชีจรรย์ กอล์ฟ’ เปิดตัว Flinggolf แห่งแรกในเอเชีย มิติใหม่ Sport Tourism
บิ๊กโตโยต้า ซัดรัฐบาลเร่งรื้อภาษีสรรพสามิตครั้งใหญ่ ลั่น ‘แฟร์เพลย์’ รถยนต์ผลิตในประเทศ-EV นำเข้าต้องเท่าเทียม
Automotive บิ๊กโตโยต้า ซัดรัฐบาลเร่งรื้อภาษีสรรพสามิตครั้งใหญ่ ลั่น ‘แฟร์เพลย์’ รถยนต์ผลิตในประเทศ-EV นำเข้าต้องเท่าเทียม
ตำนาน ‘เลสเตอร์ ซิตี้’ แชมป์ปาฏิหาริย์ ในมือ ‘ศรีวัฒนประภา’
ไฮไลท์ประชาชาติ ตำนาน ‘เลสเตอร์ ซิตี้’ แชมป์ปาฏิหาริย์ ในมือ ‘ศรีวัฒนประภา’
นายกฯ พบทูตนิวซีแลนด์ ก่อนบินเยือนเปิดตลาดการค้าลงทุน 20-22 ส.ค.นี้
Politics นายกฯ พบทูตนิวซีแลนด์ ก่อนบินเยือนเปิดตลาดการค้าลงทุน 20-22 ส.ค.นี้
‘อนุทิน’ คุย ‘ปลัดกลาโหมสหรัฐ’ ย้ำไทยไม่ใช้ความร่วมมือทหาร ต่อรอง ‘ภาษีทรัมป์’
Politics ‘อนุทิน’ คุย ‘ปลัดกลาโหมสหรัฐ’ ย้ำไทยไม่ใช้ความร่วมมือทหาร ต่อรอง ‘ภาษีทรัมป์’
DIP เตือนสายทำเพลง Cover ใช้ AI เจนเพลงไม่ขออนุญาต เสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์
News DIP เตือนสายทำเพลง Cover ใช้ AI เจนเพลงไม่ขออนุญาต เสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์
บาร์บีคิวพลาซ่า เปิด GON BUFFET ครึ่งปีหลัง 2569 จัด 5 ราคา เริ่ม 399 บาท
Biz Movement บาร์บีคิวพลาซ่า เปิด GON BUFFET ครึ่งปีหลัง 2569 จัด 5 ราคา เริ่ม 399 บาท
ราคาทองวันนี้ (13 ส.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ส.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,550 บาท
กระแส Hyrox บุกเอเชีย ไทย-ญี่ปุ่นคึกคัก ปลุกท่องเที่ยวเชิงกีฬา
World กระแส Hyrox บุกเอเชีย ไทย-ญี่ปุ่นคึกคัก ปลุกท่องเที่ยวเชิงกีฬา
ดูทั้งหมด

ถอดบทเรียนเมย์แบงก์-หยวนต้า วัฏจักรสงครามแย่งชิงมาร์เก็ตติ้ง

12 ก.ค. 2560 | 22:00น.

คนที่อยู่ในแวดวงการลงทุนมานานต่างก็รู้ดีว่า ประเด็น “การแย่งตัวมาร์เก็ตติ้ง” หรือที่ถูกบัญญัติในชื่อใหม่ว่า “ผู้แนะนำการลงทุน” ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยมาก โดยเฉพาะในช่วงที่มีการ “เปิดตัวโบรกเกอร์น้องใหม่” ขึ้นในอุตสาหกรรม ! ทำไมเหตุการณ์แบบนี้ถึงเกิดขึ้นเป็นวัฏจักรอย่างซ้ำซาก ?

ย้อนอดีตไปเมื่อไม่นานมานี้ ประมาณปี 2557 หลายคนคงยังพอจำได้ว่า ช่วงนั้นมีบริษัทหลักทรัพย์น้องใหม่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน 3 แห่ง คือ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) แอพเพิล เวลธ์ จำกัด (มหาชน) หรือ “APPLE” บล.เออีซี จำกัด (มหาชน) หรือ “AEC” และ บล.เอเชีย เวลท์ จำกัด หรือ “AWS” ซึ่งสถานการณ์ตอนนั้นก็เป็นอย่างที่ทุกคนได้รับทราบ คือเกิดภาวะแย่งตัวมาร์เก็ตติ้งอย่างมาก

โดยนับจากที่ 3 โบรกฯน้องใหม่ได้เริ่มทำธุรกิจเพียงแค่ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2557 ก็มียอดมาร์เก็ตติ้งพุ่งขึ้นสูงสุด 3 อันดับแรกของอุตสาหกรรมทันที หลังจากนั้นก็มีโบรกฯใหม่ทยอยเปิดตัวมาอีกระลอก ช่วงปลายปี 2557-2558 คือ บล.เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ จำกัด “SBITO” และ บล.เอเอสแอล จำกัด “ASL” แต่เนื่องจากทั้งสองโบรกฯเน้นทำธุรกิจแบบ “ดิสเคานต์โบรกเกอร์” ซึ่งเน้นให้นักลงทุนเทรดออนไลน์ผ่านโปรแกรม โดยคิดค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้นระดับต่ำ จึงทำให้ไม่ได้มีปัญหาการแย่งตัวมาร์เก็ตติ้งจวบจนกระทั่งล่าสุดปมร้อนการเปิดศึกแย่งชิงมาร์เก็ตติ้งกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง เนื่องจากโบรกเกอร์น้องใหม่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่เพิ่งเปิดตัว โดยมี “บุญพร บริบูรณ์ส่งศิลป์” เข้าไปเป็นแม่ทัพ รับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารนั้น มีลูกน้องมาร์เก็ตติ้ง

จากที่ทำงานเดิมใน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ติดสอยห้อยตามมาเป็นจำนวนกว่า 200 คน ทำให้ บล.เมย์แบงก์ฯเสียหลัก ต้องปิดบางสาขาลงไป และมากไปกว่านั้นคือ จะต้องเสียส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) จากลูกค้าที่ย้ายตามไปด้วย

ต้นเหตุแย่งชิงมาร์เก็ตติ้ง

จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ชี้ว่าแม้ปัจจุบันเจ้าหน้าที่การตลาดในระบบ (ที่มีใบอนุญาต) จะมีทั้งสิ้น 68,090 คน และในจำนวนดังกล่าวมีการแจ้งปฏิบัติหน้าที่แล้วถึง 54,741 คน

แต่ทั้งหมดที่ปฏิบัติหน้าที่เฉพาะในโบรกเกอร์มีจำนวนเพียง 10,456 คน (ไม่รวมธนาคารและบริษัทประกัน) ดังนั้นด้วยจำนวนมาร์เก็ตติ้งที่มีประสบการณ์ยังมีอยู่อย่างจำกัด สวนทางกับภาวะที่นักลงทุนที่เพิ่มขึ้น จำนวนโบรกฯที่เพิ่มขึ้น จึงไม่แปลกที่จะเกิดสงครามการแย่งชิงมาร์เก็ตติ้งมาโดยตลอด

จุดตัดหยวนต้า-เมย์แบงก์

กระบวนการนับจากนี้ ผู้บริหารของ บล.เมย์แบงก์ได้เคยระบุไว้ว่า จะดำเนินการฟ้องศาลแพ่ง ศาลแรงงาน กับอดีตผู้บริหาร และอดีตพนักงาน ซึ่งทำผิดตามหลักเกณฑ์ของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (สมาคมโบรกฯ) ในเรื่องการย้ายจำนวนมาร์เก็ตติ้ง และให้ผลตอบแทนสูงกว่าที่เกณฑ์กำหนด ขณะที่ฝั่ง บล.หยวนต้า แม้ขณะนี้จะยังเก็บตัว โดยไม่ขอให้ข้อมูลใด ๆ แต่ก็เคยได้ชี้แจงผ่านอีเมล์ไปยังสื่อสำนักต่าง ๆ ในทำนองที่ว่า “ผู้บริหารของ บล.หยวนต้าทุกคน พร้อมที่จะนำข้อเท็จจริงต่อสู้คดีอย่างแน่นอน”

ดังนั้นหากไม่มีใครยอมถอย สมาคมโบรกฯไม่สามารถเป็นกาวใจได้ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมาไกลเกินกว่าจะประสานรอยร้าว ในที่สุดทั้งสองโบรกฯนี้จะต้องต่อสู้และปวดหัวกับประเด็นนี้ จนกว่ากระบวนการศาลจะพิจารณาเสร็จ

ดีบีเอสฯม้ามืดชิงมาร์เก็ตแชร์

จากภาวะฝุ่บตลบที่เกิดขึ้น “NewsPulse” พบว่า สัดส่วนมาร์เก็ตแชร์ของ บล.ได้เริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น โดยบล.เมย์แบงก์ฯ ที่เคยครองแชมป์อันดับ 1 มาหลายยุคหลายสมัย ได้เริ่มเพลี่ยงพล้ำ เห็นได้จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่เปิดเผยรายชื่อแชมป์ใหม่ อย่าง “บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย)” ซึ่งเบียด บล.เมย์แบงก์ฯร่วงลงตั้งแต่เดือน เม.ย. 2560 แล้ว และปัจจุบัน (5 ก.ค. 2560)บล.ดีบีเอสฯมีมาร์เก็ตแชร์ที่ 7.46% ขณะที่ บล.บัวหลวง ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 โดยมีมาร์เก็ตแชร์ 6.25% และ บล.เมย์แบงก์ฯ 5.62%

โดย “ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ดีบีเอสฯ อธิบายว่าการที่มาร์เก็ตแชร์ของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการนำ Algorithmic Trading (Algo Trading) ซึ่งเป็นการสร้างระบบคำสั่งซื้อขายแบบอัตโนมัติผ่านอินเทอร์เน็ต ที่นักลงทุนสามารถกำหนดได้ว่าจะซื้อหรือขาย ในราคา,จำนวนเท่าไหร่ และระยะเวลาใดมาให้บริการตั้งแต่ปลายปี 2559 ทำให้นักลงทุนสถาบันต่างประเทศเข้ามาใช้บริการสูงขึ้นอย่างมาก และหนุนมาร์เก็ตแชร์เกินกว่าที่คาดหมาย

แน่นอนว่าหากวัดกันในระยะครึ่งแรกของปี 2560 บล.เมย์แบงก์ฯอาจจะยังมีมาร์เก็ตแชร์สูงเป็นอันดับ 1 อยู่ แต่หลังจากนี้สถานการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างถาวรหรือไม่ คงต้องจับตาดูเพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องมาร์เก็ตติ้งที่จะต้องต่อสู้กัน แต่ภาวะตลาดที่แกว่งแคบ ปริมาณซื้อขายลดลงต่างหาก ที่เป็นปัจจัยที่น่ากลัวในสถานีถัดไป