เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯเปิด อาคารทศมบพิตร ทอดพระเนตร “นาวีเวชบริรักษ์“
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯเปิด อาคารทศมบพิตร ทอดพระเนตร “นาวีเวชบริรักษ์“
คุยกับเศรษฐา : สู้กับน้ำ หรือ อยู่กับน้ำ
คุยกับเศรษฐา คุยกับเศรษฐา : สู้กับน้ำ หรือ อยู่กับน้ำ
ดอลลาร์พัก บาทฟื้น แต่ความเสี่ยงยังรออยู่ปลายไตรมาส 3
Finance ดอลลาร์พัก บาทฟื้น แต่ความเสี่ยงยังรออยู่ปลายไตรมาส 3
คมนาคม ชง ครม.สัญจร สงขลา สร้างรถไฟทางคู่สายใต้ “แสนล้าน” เชื่อมถึงปาดังเบซาร์
Economic คมนาคม ชง ครม.สัญจร สงขลา สร้างรถไฟทางคู่สายใต้ “แสนล้าน” เชื่อมถึงปาดังเบซาร์
คลื่นสินค้าจีนลูกใหม่โถมอาเซียน กระเป๋าถือ-นาฬิกา-อัญมนีนำขบวน
Business คลื่นสินค้าจีนลูกใหม่โถมอาเซียน กระเป๋าถือ-นาฬิกา-อัญมนีนำขบวน
‘อนุทิน’ เตรียมดีลตัวต่อตัว ดึงนักธุรกิจออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ช่วงเยือน 17-22 ส.ค.
Economic ‘อนุทิน’ เตรียมดีลตัวต่อตัว ดึงนักธุรกิจออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ช่วงเยือน 17-22 ส.ค.
เมื่อความสุขสำคัญพอ ๆ กับอายุที่ยืนยาว
Columns เมื่อความสุขสำคัญพอ ๆ กับอายุที่ยืนยาว
หาจุดสมดุล-สนับสนุนรถ EV
Columns หาจุดสมดุล-สนับสนุนรถ EV
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ส.ค. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ส.ค. 2569
สหรัฐไล่ล่า ‘สินค้าสวมสิทธิ์’ ไทยติด Tier 2 จับตา 8 อุตฯ ส่งออก 1.7-3.4 แสนล้านเสี่ยงถูกตรวจเข้ม
Economic สหรัฐไล่ล่า ‘สินค้าสวมสิทธิ์’ ไทยติด Tier 2 จับตา 8 อุตฯ ส่งออก 1.7-3.4 แสนล้านเสี่ยงถูกตรวจเข้ม
ดูทั้งหมด

“ชัยเกษม” ชี้สั่งย้าย พ.ต.ท.เพราะไม่ยอมดำเนินคดี “โอ๊ค” ทำไม่ได้

07 ก.ย. 2560 | 16:31น.

“ชัยเกษม” ชี้ให้ พ.ต.ท.ดำเนินฟ้อง “โอ๊ค” ตามกฎหมายแล้วทำไม่ได้ หากเขาไม่ยอมโดนย้าย อาจถูกดำเนินคดี พร้อมระบุ ห่วงกระบวนการยุติธรรมจะจมอยู่ในกระบวนการที่ไม่ถูกต้อง

เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการปรากฎเอกสารร้องเรียนของ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ ที่ยื่นต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) เพื่อร้องทุกข์คำสั่งกระทรวงยุติธรรมที่สั่งย้าย พ.ต.ท.สมบูรณ์ ไปเป็นผู้ตรวจการพิเศษ โดยระบุถึงสาเหตุในการสั่งย้ายว่า เพราะมีความขัดแย้งกับ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และที่ปรึกษากรมสอบสวนคดีพิเศษท่านหนึ่ง ที่สั่งการให้ พ.ต.ท.สมบูรณ์ แจ้งข้อกล่าวหาฐานร่วมกันฟอกเงินและรับของโจรกับกลุ่มพยานในคดีพิเศษที่ 36/2550 ซึ่งมีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ รวมอยู่ด้วย ว่า ในเรื่องของการร้องเรียนเรื่องการถูกย้ายโดยไม่เป็นธรรมนั้น ตนคงไม่เข้าไปยุ่ง เพราะเป็นเรื่องภายใน เพียงแต่ว่าหากเป็นจริงดังที่ว่าตามที่เขาร้องเรียน ว่าเขาถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ควรจะทำ ก็จะตรงกับแถลงการณ์ที่เพื่อไทยเพิ่งออกไปคือการไปก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรม หรือการใช้กระบวนการยุติธรรมในทางที่ทำลายล้างฝ่ายตรงกันข้าม หรือในทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งไม่ดีอย่างยิ่ง เพราะนี่คือกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น ทั้งนี้ มีจุดหนึ่งในคำร้องเรียนของเขาว่า ขอสั่งให้มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ซึ่งใครสั่งไม่รู้ เพราะในนั้นเห็นทั้ง พ.ต.ท พ.ต.อ. ฯลฯ เข้าไปยุ่งเต็มไปหมด ซึ่งตนไม่รู้รายละเอียดในส่วนนั้น แต่เห็นว่ามีข้อหารับของโจร ซึ่งทางตัวเจ้าของสำนวนออกมาระบุว่ามันขาดอายุความไปแล้ว จะให้เขาแจ้งดำเนินการไม่ได้เพราะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ก็มีคนบอกว่าไม่เป็นไรเพราะเป็นระบบไต่สวน ดังนั้นให้ผู้ต้องหาเขามาแก้ตัวเอาเอง ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าหากมองตามข้อกฎหมายแล้วชัดเจนว่าเมื่อคดีขาดอายุความแล้วจะไปทำอะไรเขาไม่ได้ ส่วนกรณีฟอกเงิน เขาก็พูดคล้ายๆ กับว่ายังไม่มีอะไรที่ชัดเจน รู้สึกว่าที่ประชุมเขาจะมีมติให้ไปหาหลักฐานเพิ่มเติมมา

นายชัยเกษมกล่าวว่า หลักในการแจ้งข้อหานั้นมีอยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความคดีอาญาอยู่แล้ว ว่าการแจ้งข้อหาจะต้องมีหลักฐานตามสมควรว่าผู้นั้นจะได้กระทำความผิดตามข้อหานั้น นั่นก็หมายความว่าจะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้ตามสมควรก่อน และจำเป็นก็ต้องเรียกเขามาสอบสวน ชี้แจง และเมื่อเห็นว่ามีพยานหลักฐานตามสมควรแล้วจึงจะแจ้งข้อกล่าวหาได้ ไม่ใช่ว่ามีใครมากล่าวหาอะไรแล้วไปแจ้งข้อหาได้เลยโดยที่ไม่ได้สอบสวนว่ามีมูลหรือมีความผิดตามกฏหมายหรือไม่ ดังนั้นตรงนี้ก็แสดงให้เห็นว่าคนที่เขารับผิดชอบเรื่องนี้อยู่ ไม่ว่าจะกระทำไปด้วยตนเอง หรือจะเอาใจผู้มีอำนาจ หรือถูกสั่งมาก็แล้วแต่ กำลังดำเนินการอย่างไม่เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมตามที่สมควรจะเป็น ซึ่งสุ่มเสี่ยง หากเจ้าตัวไม่ยอมถูกย้ายแล้วไปทำตามที่ถูกให้ทำเขาก็อาจจะถูกดำเนินคดีได้ เพราะคดีขาดอายุความแล้วไปฝืนแจ้งข้อหาเขา

“ในยุคที่อยู่ใต้รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร จะเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าในชั้นต้น หรือชั้นสอบสวน ไม่ว่าจะเป็นดีเอสไอ ฯลฯ ไปถึงชั้นอัยการ ก็มีความรู้สึกว่ามีความไม่ถูกต้องในบางส่วนค่อนข้างเยอะ ซึ่งน่าเป็นห่วงว่า แม้ว่าต่อไปจะหมดยุคนี้ไปแล้ว แต่คนที่ทำจนเคยชิน หรือทำจนติดนิสัยก็คงจะเบี่ยงเบนการทำงานตามกระบวนการยุติธรรมที่ควรจะทำ แล้วจะแก้ยาก และบ้านเมืองก็จะจมอยู่ในการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ตนก็ขอแสดงความเป็นห่วงตรงนี้ ซึ่งรวมถึงองค์กรอิสระด้วย” นายชัยเกษมกล่าว

 

ที่มา : มติชนออนไลน์