โอนเงินเพื่อบริจาค ทำอย่างไรไม่ให้ตกเป็นเหยื่อโจร ?
ในหลาย ๆ ครั้งที่ผู้คนเผชิญสาธารณภัย โดยเฉพาะน้ำท่วม “การบริจาค” เป็นหนึ่งในช่องทางการระดมความช่วยเหลือ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ หรือองค์กรการกุศลที่เกี่ยวข้องกับด้านการช่วยเหลือสาธารณภัย นำไปใช้เพื่อให้การช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ประชาชนต่างเผชิญกับปัญหามิจฉาชีพออนไลน์ สบโอกาสที่ผู้คนต่างสงสารและอยากช่วยเหลือผู้ประสบภัย เป็นโอกาสในการหลอกลวงประชาชนให้โอนเงินเข้าบัญชีของกลุ่มมิจฉาชีพเอง
“NewsPulse” ชวนรู้เท่าทัน ทำอย่างไรให้การโอนเงินบริจาค ถึงมือองค์กรการกุศลอย่างแท้จริง และไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
กลลวงเด่น ๆ ที่มิจฉาชีพมักชอบใช้
วิธีการที่มิจฉาชีพมักชอบใช้ เพื่อหลอกลวงเหยื่อ มีอยู่หลากหลายวิธี แต่วิธีการแรกที่พบได้บ่อย คือ การใช้เพจปลอม บัญชีปลอม แอบอ้างเป็นองค์กรต่าง ๆ โดยใช้โลโก้ ชื่อองค์กรการกุศล ภาพเหตุการณ์จริง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แต่แปะช่องทางการบริจาค โดยใช้เลขบัญชีของเหล่ามิจฉาชีพ แล้วอ้างว่าโอนเงินเข้าองค์กรการกุศลนั้น ๆ หรือเข้าบัญชีของอาสาสมัคร ผู้เดือดร้อนโดยตรง
วิธีการต่อมา คือ การที่มิจฉาชีพ ติดต่อผ่านทางข้อความ โดยแชตไปทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว เพื่อขอรับบริจาคแบบเร่งด่วน
ยังไม่รวมอีกสารพัดวิธี เช่น การโพสต์สลิปโอนเงินปลอม สร้างแรงจูงใจให้ผู้คนบริจาค หรือการใช้ภาพเหตุการณ์จริง ผูกเรื่องราว เพื่อสร้างความน่าสงสาร
ไม่อยากบริจาคเข้ากระเป๋าโจร ต้องทำอย่างไร ?
ท่ามกลางปัญหามิจฉาชีพที่พร้อมแฝงตัวเพื่อหลอกประชาชน แม้กระทั่งยามเหตุการณ์สาธารณภัย ตำรวจสอบสวนกลาง มีคำแนะนำในการป้องกัน ดังนี้
ตรวจสอบเลขบัญชี หรือ QR Code และความน่าเชื่อถือของเพจก่อนการโอน
ตรวจสอบข้อมูลการรับบริจาคจากหน่วยงานรัฐ หรือมูลนิธิที่ถูกกล่าวถึงโดยตรง เพื่อความปลอดภัย
ตรวจสอบชื่อบัญชีที่รับบริจาคควรเป็นชื่อขององค์กร มูลนิธิ ไม่ควรเป็นบัญชีบุคคล
บริจาคผ่านช่องทางที่เป็นทางการ ไม่ควรบริจาคผ่านคนกลาง
ตรวจสอบเครื่องหมายยืนยันตัวตน เพจเฟซบุ๊กที่เป็นทางการของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งจะมีเครื่องหมาย ✓ สีฟ้า หรือสีเทา ซึ่งแสดงถึงการยืนยันตัวตนแล้ว
ระวังลิงก์ปลอม อย่าคลิกลิงก์ที่ไม่น่าเชื่อถือที่ส่งมาทางข้อความ หรือโซเชียลมีเดีย เพราะอาจเป็นลิงก์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวของคุณ
หากเป็นบัญชีบุคคลเปิดรับบริจาค โปรดตรวจสอบข้อมูลก่อนการโอนเงิน
หนึ่งในวิธีที่สามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือและความถูกต้องก่อนโอนเงิน คือ เว็บไซต์บริการเช็กข้อมูล และแจ้งบัญชีต้องสงสัย https://checkgon.go.th/ ซึ่งสามารถตรวจสอบบัญชีที่ต้องสงสัย และมีความเสี่ยงต่อการโดนโกง
หลอกรับบริจาค เจอโทษหนัก
การหลอกลวงรับบริจาค ใครว่าไม่มีความผิด ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ผู้หลอกลวงรับบริจาคเข้าข่าย “ฉ้อโกงประชาชน” (มาตรา 343) โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 จากการนำเข้าข้อมูลเท็จเพื่อหลอกลวง
กรณีพบเห็นการหลอกลวง แจ้งเบาะแสได้ที่ 191 หรือ 1599 หรือกรณีที่ตกเป็นเหยื่อ สามารถแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.go.th หรือโทร ศูนย์ AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อมูลจาก , , , , ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย