เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
Real Estate ‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
Biz Movement ‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
สามัญสำนึก จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
Tech เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
เริ่ม 28 ส.ค. เปิดวิ่งฟรี 2 ปี มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว แก้รถติดพระราม 2
Economic เริ่ม 28 ส.ค. เปิดวิ่งฟรี 2 ปี มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว แก้รถติดพระราม 2
Temasek เล็งเข้าลงทุน Samsung – SK Hynix ดันหุ้นชิปเกาหลีพุ่งแรง รับกระแส AI
World Temasek เล็งเข้าลงทุน Samsung – SK Hynix ดันหุ้นชิปเกาหลีพุ่งแรง รับกระแส AI
“ชามา” จัดเต็มเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ทำเลเด่นทั่วกรุง เจาะตลาดเทรนด์คนทำงานยุคใหม่
Real Estate “ชามา” จัดเต็มเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ทำเลเด่นทั่วกรุง เจาะตลาดเทรนด์คนทำงานยุคใหม่
ททท.ตราด ผุดแคมเปญ “ฟีลวิถีเล เสน่ห์คลองใหญ่” ชวนสัมผัสวิถีประมงพื้นบ้าน ส.ค.-ก.ย.นี้
เศรษฐกิจภูมิภาค ททท.ตราด ผุดแคมเปญ “ฟีลวิถีเล เสน่ห์คลองใหญ่” ชวนสัมผัสวิถีประมงพื้นบ้าน ส.ค.-ก.ย.นี้
ทองคำดีดกลับขาขึ้นแรง-เร็ว พักฐานจบ-ฟื้นมั่นคง-ลุ้น 75,000 บาทปีนี้
Finance ทองคำดีดกลับขาขึ้นแรง-เร็ว พักฐานจบ-ฟื้นมั่นคง-ลุ้น 75,000 บาทปีนี้
ดูทั้งหมด

ธุรกิจประกันวินาศภัย กำไรดิ่ง 8.2% “รถยนต์-ทรัพย์สิน-สุขภาพ” เคลมพุ่ง

20 ธ.ค. 2567 | 22:20น.
กำไร บจ.ครึ่งปีแรก ลดลง 26%

ธุรกิจประกันวินาศภัย 9 เดือนแรกปี 2567 กำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 16,224 ล้าน ลดลง 8.2% กำไรรับประกันภัยติดลบหนัก 28.9% เอฟเฟ็กต์ “รถยนต์-ทรัพย์สิน-สุขภาพ” เคลมพุ่ง เบี้ยทั้งระบบเหลือ 2.09 แสนล้าน ติดลบ 0.5% ลุ้นสิ้นปีพลิกบวก 0 – 1% คาดการณ์ปี 2568 เบี้ยโต 1.5 – 2.5% แตะ 2.91 – 2.94 แสนล้าน

ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย (TGIA) เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2567 (ม.ค.-ก.ย.) อุตสาหกรรมประกันวินาศภัยมีกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 16,224 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 8.2% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) มีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 7,271 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.3% แต่มีกำไรจากการรับประกันภัย 9,448 ล้านบาท ลดลง 28.9% โดยปรับตัวลดลงจากอัตราความเสียหายจากเคลมสินไหม (Loss Ratio) ที่เพิ่มขึ้นของประกันภัยรถยนต์ ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน และประกันภัยสุขภาพ

โดยประกันภัยรถยนต์มี Loss Ratio อยู่ที่ 61.7% มาจากประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ที่มีอัตราเคลมสินไหมปรับขึ้นเป็น 59.6% จาก 57.4% YOY และประกันรถภาคบังคับ ปรับขึ้นเป็น 76.5% จาก 72.2% ขณะที่ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน มีอัตราเคลมสินไหมปรับขึ้นเป็น 44% จาก 28.5% และประกันภัยสุขภาพ มีอัตราเคลมสินไหมปรับขึ้นเป็น 65.5% จาก 58.5%

ในปี 2567 ยอมรับว่าเป็นปีที่ธุรกิจประกันวินาศภัยต้องเผชิญกับความท้าทาย ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด ส่งผลให้ผู้คนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้เงินหมุนเวียนในระบบน้อยลง ประกอบกับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ เป็นอีกหนึ่ง “ระเบิดเวลา” ถ้าไม่มีการแก้ไขให้ทันท่วงที

 


นอกจากนี้ยังเผชิญกับภาวะ
การแข่งขันที่เพิ่มและเกรี้ยวกราดมากยิ่งขึ้น มีความท้าทายในการรับประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นความเสี่ยงอุบัติใหม่ของภาคธุรกิจประกันวินาศภัย และมีผลกระทบจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์

อีกทั้งในช่วงปลายปียังเผชิญกับระดับความความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่แทบจะเกิดในทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ที่ภาคธุรกิจประกันวินาศภัยต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น จากช่วงหลายปีก่อนเรื่องภัยน้ำท่วมแทบจะเป็นการแถมเข้าไปในกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย แต่ช่วงหลังภัยน้ำท่วมกลายเป็นส่วนที่สร้างความเสียหายหรือกดดันยอดการจ่ายเคลมสินไหมพุ่งสูง

แต่อย่างไรก็ตามธุรกิจประกันวินาศภัยยังคงทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการรองรับความเสี่ยง และสร้างเสถียรภาพให้กับระบบเศรษฐกิจไทย

เบี้ยรถยนต์ 1.16 แสนล้าน ติดลบ 1.3%

สำหรับภาพรวมเบี้ยประกันภัยรับรวมในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ ดร.สมพร กล่าวว่า ภาคธุรกิจมีเบี้ยรับรวมอยู่ที่ 209,060 ล้านบาท ติดลบ 0.5% YOY ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ๆ ที่ภาคธุรกิจเผชิญผลประกอบการติดลบ โดยแยกออกเป็น

  • ประกันภัยรถยนต์ มีเบี้ยรับรวม 116,909 ล้านบาท ลดลง 1.3%
  • ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน มีเบี้ยรับรวม 25,281 ล้านบาท ลดลง 2.3%
  • ประกันภัยอุบัติเหตุ มีเบี้ยรับรวม 23,900 ล้านบาท ลดลง 0.1%
  • ประกันภัยสุขภาพ มีเบี้ยรับรวม 12,218 ล้านบาท ลดลง 0.6%
  • ประกันอัคคีภัย มีเบี้ยรับรวม 8,329 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3%
  • ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง มีเบี้ยรับรวม 5,216 ล้านบาท ลดลง 2.1%
  • ประกันภัยความรับผิด มีเบี้ยรับรวม 3,003 ล้านบาท ลดลง 0.6%
  • ประกันภัยการเดินทาง มีเบี้ยรับรวม 1,939 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.2%
  • ประกันภัยอื่น ๆ มีเบี้ยรับรวม 12,266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4%

โดยเบี้ยประกันรถยนต์ที่หดตัว มีผลมาจากภาวะเศรษฐกิจทำให้ยอดขายรถใหม่หดตัว 26% YOY และเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยลดลงจากความนิยมในการซื้อกรมธรรม์ประเภท 1 น้อยลง ส่วนเบี้ยประกันภัยทางทะเลและขนส่งที่หดตัว มาจากปัญหาสินค้าส่งออกล้นตลาดจากประเทศจีน ส่งผลกระทบการส่งออกสินค้าไทย ประกอบกับเบี้ยประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเลและการขนส่งสินค้าทางรถบรรทุกหดตัว

ส่วนการเติบโตของเบี้ยประกันอัคคีภัยอย่างมีนัยสำคัญนั้น มาจากคนตระหนักความเสี่ยงเกี่ยวกับภัยน้ำท่วมมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากสถาบันการเงินที่มีการปล่อยกู้และชักชวนให้ทำประกันอัคคีภัย

“ปัจจุบันเบี้ยประกันภัยรถยนต์ (Motor) คิดเป็นสัดส่วนราว 56% แยกเป็นประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (49%) ประกันภัยภาคบังคับ (7%) และที่เหลือมาจากประกันภัยที่ไม่ใช่รถ (Non-motor) สัดส่วน 44%”

ลุ้นสิ้นปีเบี้ยพลิกบวก 2.85-2.88 แสนล้าน

สำหรับประมาณการเบี้ยรับรวมทั้งระบบในช่วงสิ้นปี 2567 คาดว่าจะอยู่ที่ 285,790 – 288,650 ล้านบาท เติบโตระหว่าง 0 – 1% YOY เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของยอดขายรถใหม่ในช่วงปลายปีที่ได้รับแรงกระตุ้นและมาตรการสินเชื่อที่เริ่มผ่อนคลาย รวมถึงการท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศที่ฟื้นตัวเต็มที่ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจซบเซาอาจส่งผลให้คนผ่อนสินเชื่อที่อยู่อาศัยนานขึ้น ทำให้มีความจำเป็นต้องต่ออายุกรมธรรม์

ขณะเดียวกันเชื่อมั่นว่าประชาชนตระหนักและให้ความสนใจซื้อประกันสุขภาพ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพ ปริมณฑล และต่างจังหวัดในหัวเมืองใหญ่ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ประกอบกับเบี้ยประกันสุขภาพปรับตัวสูงขึ้นจากอัตราเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาล (Medical Inflation)

ปี 68 คาดเบี้ยโต 1.5-2.5%

ดร.สมพร กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มปี 2568 คาดการณ์การเติบโตของ GDP ที่ 2.3 – 3.3% และเบี้ยรับรวมเติบโต 1.5 – 2.5% มาอยู่ที่ 291,240 – 294,100 ล้านบาท โดยจากแนวโน้มการลงทุนของภาครัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ และการสร้างโอกาสในการแข่งขันของประเทศไทย ขณะเดียวกันเห็นการตอบรับจากภาคเอกชนที่จะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการผลักดันมาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาลที่จะทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนั้นมีปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งช่วยสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจประกันภัย ขณะที่การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล (InsurTech) เป็นปัจจัยหลักในการผลักดันธุรกิจประกันภัยไปข้างหน้า ทั้งการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และทำให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น

รวมถึงปัจจุบันประชาชนต่างตระหนักถึงความสำคัญของการประกันภัยและการเสี่ยงภัยธรรมชาติมากขึ้น ส่งผลให้ปี 2568 ประกันอัคคีภัยจึงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ด้านประกันภัยการเดินทางยังคงเติบโต ด้วยปัจจัยบวกจากการแข็งค่าของเงินบาทและการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล

และเชื่อว่ายอดขายรถใหม่จะฟื้นตัวจากเศรษฐกิจที่ได้รับการกระตุ้นและมาตรการสินเชื่อที่เริ่มผ่อนคลาย และเบี้ยประกันภัยอาจปรับตัวสูงขึ้นจาก Loss Ratio ที่เพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ในระยะยาวการประกันภัยความรับผิดตามกฎหมาย มีแนวโน้มความต้องการมากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากประชาชนรับรู้ถึงสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายเมื่อถูกละเมิด ทำให้ภาพรวมในปี 2568 ธุรกิจประกันภัยยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

“อย่างไรก็ตามในปี 2568 ยังมีความท้าทายอยู่ ทั้งภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี สงครามการค้าและการขึ้นกำแพงภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ การจัดการความเสี่ยงด้านไซเบอร์ ซึ่งส่งผลกระทบกับองค์กรทุกระดับ การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรม ทำให้ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ และแนวโน้มการซื้อความคุ้มครองที่น้อยลงของผู้บริโภคสำหรับการประกันภัยรถยนต์ โดยเปลี่ยนจากกรมธรรม์ประเภท 1 เป็น 2+ 3+ และ 3 อาจส่งผลให้เบี้ยประกันภัยเฉลี่ยลดลง

“อย่างไรก็ดีธุรกิจประกันวินาศภัย มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้บุคคลและธุรกิจสามารถก้าวผ่านความเสี่ยงต่าง ๆ ไปได้ ไม่เพียงแต่ให้ความคุ้มครองทางการเงินเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงในระยะยาว ธุรกิจประกันวินาศภัยถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การเข้าใจความเสี่ยงและบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ คือหัวใจสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมนี้ดำรงอยู่ และเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” นายกสมาคมฯ กล่าว