เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (จบ)
Columns สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (จบ)
ชงแบตเตอรี่พาสปอร์ตเข้าบอร์ด ค่ายรถผลิตส่งออกยุโรปต้องมี QR Code
Automotive ชงแบตเตอรี่พาสปอร์ตเข้าบอร์ด ค่ายรถผลิตส่งออกยุโรปต้องมี QR Code
ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Finance ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (16 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 0.28% อยู่ที่ 63,045 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (16 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 0.28% อยู่ที่ 63,045 เหรียญสหรัฐ
ส่องไฮไลต์ Character Fest Thailand 2026 ‘Pop Star Party’
Business ส่องไฮไลต์ Character Fest Thailand 2026 ‘Pop Star Party’
EGAT Innovation ESG ปั้นต้นแบบสังคมคาร์บอนต่ำ
SD EGAT Innovation ESG ปั้นต้นแบบสังคมคาร์บอนต่ำ
สปส. ปลดล็อกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม  ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ยันเข้าคูหา 27 ก.ย.
Politics สปส. ปลดล็อกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ยันเข้าคูหา 27 ก.ย.
มิสยูนิเวิร์ส 2026 ม่วนซื่นวัฒนธรรมอีสาน
Biz Movement มิสยูนิเวิร์ส 2026 ม่วนซื่นวัฒนธรรมอีสาน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯทรงยกระดับหัตถศิลป์ผ้าไทยSCRAFT: Craftsmanship 2026
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯทรงยกระดับหัตถศิลป์ผ้าไทยSCRAFT: Craftsmanship 2026
แก้วิกฤตมันสำปะหลังไทย เก็บค่าต๋งตั้งกองทุนวิจัยท่อนพันธุ์
Economic แก้วิกฤตมันสำปะหลังไทย เก็บค่าต๋งตั้งกองทุนวิจัยท่อนพันธุ์
ดูทั้งหมด

5 ปีต่อจากนี้ เศรษฐกิจ APEC จะโตช้ากว่าทั้งโลก

20 พ.ย. 2567 | 19:45น.
เอเปค APEC

ในระหว่างการประชุมผู้นำชาติสมาชิกกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือประชุมสุดยอดเอเปค 2024 (APEC Summit 2024) มีการเผยแพร่รายงานอย่างเป็นทางการของเอเปคที่คาดการณ์ว่า ในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ เศรษฐกิจของกลุ่ม 21 ประเทศเอเปคจะเติบโตช้ากว่าเศรษฐกิจส่วนที่เหลือของโลกและภาพรวมของทั้งโลก

ในรายงาน “วิเคราะห์แนวโน้มภูมิภาคเอเปค” (APEC Regional Trends Analysis) ซึ่งจัดทำโดยหน่วยสนับสนุนนโยบายเอเปค (APEC Policy Support Unit) คาดการณ์ว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจเอเปคจะอยู่ที่ 3.5% ในปี 2024 แล้วจะชะลอลงเหลือ 3.1% ในปี 2025 จากนั้นจะชะลอลงเหลือ 3.0% ในปี 2026 และจะชะลอตัวลงอีกเหลือ 2.7% ในระยะกลาง (เฉลี่ยปี 2027-2029)

ขณะที่อัตราการเติบโตของส่วนที่เหลือของโลก (ไม่นับรวมเอเปค) จะอยู่ที่ 2.9% ในปี 2024 แล้วเร่งตัวขึ้นเป็น 3.4% ในปี 2025 ตามด้วย 3.6% ในปี 2026 และอยู่ที่ 3.6% ในระยะกลาง (เฉลี่ยปี 2027-2029)

ส่วนอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจรวมทั้งโลก (นับรวมเอเปค) จะอยู่ที่ 3.2% ในปี 2024 และ 2025 ก่อนจะเร่งตัวขึ้นเป็น 3.3% ในปี 2026 และเป็น 3.1% ในระยะกลาง (เฉลี่ยปี 2027-2029)

ความเสี่ยงสำคัญที่รายงานระบุว่าอาจเป็นปัจจัยจำกัดศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจเอเปคในระยะกลาง คือ หนี้ที่พุ่งสูงและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ประกอบกับความไม่แน่นอนที่เพิ่มมากขึ้น

เมื่อลงรายละเอียดปัจจัยด้านเงินเฟ้อรายงานระบุว่า อาจมีแรงกดดันด้านราคาจากการเพิ่มอัตราภาษีศุลกากรของประเทศต่าง ๆ ที่จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสูงเกินระดับปานกลาง แต่ไม่ได้ประเมินผลกระทบจากนโยบายการขึ้นภาษีศุลกากรของโดนัลด์ ทรัมป์โดยตรง

ด้านการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักของหลาย ๆ ประเทศ รายงานนี้คาดการณ์ว่า ในปี 2025 การค้าของเอเปคจะเติบโตอย่างไม่ทั่วถึง กล่าวคือบางประเทศค้าขายได้มากขึ้น แต่บางประเทศยังเท่าเดิมหรือน้อยลง แต่ในภาพรวมอาจขยายตัวได้ 4.4% หากไม่มีผลกระทบเชิงลบที่เหนือความคาดหมายเข้ามา

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมการค้าในเอเปคจะยังคงเปราะบางท่ามกลางการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้น และเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ทั่วโลก รวมถึงมาตรการจำกัดการค้า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่แข็งแกร่ง

“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกีดกันทางการค้า เป็นภัยคุกคามต่อแนวโน้มการค้าปัจจุบันและส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสมาชิกเอเปค”

ในรายงานบอกอีกว่า ข้อจำกัดทางการค้าและมาตรการเยียวยาทางการค้า (Trade Remedies) ซึ่งหมายความรวมถึงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด ในช่วงหลังโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2024 มาตรการจำกัดทางการค้ามีจำนวน 345 ฉบับ และมาตรการเยียวยาทางการค้ามีจำนวน 944 ฉบับ

อีกปัจจัยที่รายงานระบุว่าเป็นปัจจัยท้าทายเศรษฐกิจเอเปค คือ ประชากรสูงอายุ เนื่องจากประเทศสมาชิกเอเปคกว่าครึ่งหนึ่งกำลังเผชิญปัญหาประชากรสูงอายุอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2022 มากกว่าครึ่งของประเทศสมาชิกเอเปครายงานอัตราส่วนพึ่งพิงวัยสูงอายุ 20-51 คนต่อประชากรวัยทำงาน 100 คน เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 1990 ซึ่งอัตราส่วนสูงสุดอยู่ที่ 19 คนต่อประชากรวัยทำงาน 100 คน

รายงานเตือนว่า อัตราส่วนพึ่งพิงวัยสูงอายุที่เพิ่มขึ้นนี้ไฮไลต์ให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแรงกดดันด้านประชากรสูงอายุที่มีต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และความยั่งยืนของกำลังแรงงาน

“แรงงานหดตัว ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลและเงินบำนาญที่สูงขึ้น ฐานภาษีลดลง และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ช้าลง เป็นเพียงผลกระทบเชิงลบที่สำคัญบางประการจากประชากรสูงอายุ” รายงานของหน่วยนโยบายเอเปคระบุ และบอกอีกว่า จำเป็นที่จะต้องมีการตอบสนองเชิงนโยบายอย่างเหมาะสมในระยะเวลาอันใกล้นี้

ที่ว่ามาเป็นคาดการณ์อนาคตที่ไม่สดใส แต่คณะจัดทำรายงานก็มองถึงโอกาสในการเติบโตด้วยว่า โอกาสอาจมาจากการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) อัตราเงินเฟ้อในระดับปานกลางที่อาจส่งผลให้การบริโภคและกิจกรรมการลงทุนแข็งแกร่งขึ้น และการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อรับมือกับความท้าทายในระยะสั้นและระยะกลาง