เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แสนสิริ JV โนมุระ 4.5 พันล้าน ผุด ‘เดอะ โมนูเมนต์ สาทร’
Real Estate แสนสิริ JV โนมุระ 4.5 พันล้าน ผุด ‘เดอะ โมนูเมนต์ สาทร’
ดวงรายสัปดาห์ 16-22 สิงหาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 16-22 สิงหาคม 2569
‘นายกฯ’ นำ 14 บิ๊กเอกชนไทย ไปขยายการค้า-ลงทุนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์
Politics ‘นายกฯ’ นำ 14 บิ๊กเอกชนไทย ไปขยายการค้า-ลงทุนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์
ผ่านการทดสอบแล้ว M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว “ทางหลวง” ยันปลอดภัย พร้อมเปิด 28 ส.ค.นี้
Real Estate ผ่านการทดสอบแล้ว M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว “ทางหลวง” ยันปลอดภัย พร้อมเปิด 28 ส.ค.นี้
แผ่นดินไหว ‘อินโดนีเซีย’ 7.7 แมกนิจูด อพยพ 5,000 คน ดับแล้วอย่างน้อย 53 ราย
World แผ่นดินไหว ‘อินโดนีเซีย’ 7.7 แมกนิจูด อพยพ 5,000 คน ดับแล้วอย่างน้อย 53 ราย
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯเปิด อาคารทศมบพิตร ทอดพระเนตร “นาวีเวชบริรักษ์“
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯเปิด อาคารทศมบพิตร ทอดพระเนตร “นาวีเวชบริรักษ์“
คุยกับเศรษฐา : สู้กับน้ำ หรือ อยู่กับน้ำ
คุยกับเศรษฐา คุยกับเศรษฐา : สู้กับน้ำ หรือ อยู่กับน้ำ
ดอลลาร์พัก บาทฟื้น แต่ความเสี่ยงยังรออยู่ปลายไตรมาส 3
Finance ดอลลาร์พัก บาทฟื้น แต่ความเสี่ยงยังรออยู่ปลายไตรมาส 3
คมนาคม ชง ครม.สัญจร สงขลา สร้างรถไฟทางคู่สายใต้ “แสนล้าน” เชื่อมถึงปาดังเบซาร์
Economic คมนาคม ชง ครม.สัญจร สงขลา สร้างรถไฟทางคู่สายใต้ “แสนล้าน” เชื่อมถึงปาดังเบซาร์
คลื่นสินค้าจีนลูกใหม่โถมอาเซียน กระเป๋าถือ-นาฬิกา-อัญมนีนำขบวน
Business คลื่นสินค้าจีนลูกใหม่โถมอาเซียน กระเป๋าถือ-นาฬิกา-อัญมนีนำขบวน
ดูทั้งหมด

3 ความเสี่ยงอุตฯชิ้นส่วนรถยนต์ กสิกรฯคาดปีนี้ “ยอดขาย-ส่งออก” ส่อหดตัว ?

10 ก.ย. 2567 | 15:59น.
ชิ้นส่วนรถยนต์ไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิด 3 ความเสี่ยงอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ไทย คาดการณ์ปีนี้ ชิ้นส่วนประเภท OEM ทั้งยอดขาย-ส่งออก ส่อหดตัว จากปริมาณการผลิตรถยนต์ในไทยที่หดตัว คาดสิ้นปีนี้หดตัว 11% เหลือ 1.64 ล้านคัน และปัญหากำลังซื้อชะลอลง-การนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

วันที่ 10 กันยายน 2567 นางสาวหทัยวัลคุ์ ตุงคะธีรกุล เจ้าหน้าที่วิจัยอาวุโส ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) เปิดเผยถึง “แนวโน้มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ไทย” ว่า ไทยนับเป็นหนึ่งในประเทศฐานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์หลักแห่งหนึ่งของโลก จากการเป็นฐานประกอบรถยนต์มากกว่า 1.8 ล้านคัน ในปี 2566 ซึ่งสูงเป็นอันดับ 10 ของโลก โดยอาศัยห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจร ตั้งแต่การเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบสำคัญหลายรายการ เช่น ยางและพลาสติก เป็นต้น

ซึ่งจะนำมาผลิตเป็นชิ้นส่วนรถยนต์ 2 กลุ่ม ได้แก่ ชิ้นส่วนรถยนต์ประเภท OEM ที่ส่งเข้าสู่สายการผลิต รองรับการผลิตรถยนต์ และชิ้นส่วนประเภท REM รองรับตลาดซ่อมบำรุง โดยแม้จะมีการนำเข้าชิ้นส่วนบางรายการเข้ามา แต่ก็เป็นสัดส่วนที่ไม่สูงมาก ก่อนส่งให้กับกลุ่มลูกค้าทั้งบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ร้านอะไหล่ และอู่ซ่อมรถ ทั้งในและต่างประเทศ

คาดยอดขายชิ้นส่วน OEM ในประเทศ หดตัว 11.9%

โดยในปี 2567 คาดว่ายอดขายชิ้นส่วน OEM ไทยในประเทศ โดยรวมมีแนวโน้มหดตัว 11.9% เหลือ 5.19 แสนล้านบาท จากปริมาณการผลิตรถยนต์ในไทยที่หดตัว โดยการผลิตรถยนต์ในไทยปี 2567 คาดหดตัว 11% เหลือ 1.64 ล้านคัน หลังยอดขายรถในประเทศหดตัวสูง จากปัญหากำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอลง ส่งผลต่อการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น

อีกทั้งการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เพิ่มขึ้นจากโครงการ EV3.5 ยังทำให้ปริมาณรถที่ผลิตในไทยยิ่งลดลง และแม้จะมีการผลิต BEV ชดเชยจากโครงการ EV 3.0 เข้ามา แต่คาดว่าปริมาณจะยังน้อยมากไม่ถึง 2 หมื่นคัน นอกจากนี้ชิ้นส่วน OEM ไทยที่สามารถเข้าสายการผลิต BEV ได้ อาจเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของที่ใช้ผลิตรถยนต์นั่งและรถปิกอัพในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ราว 60% และ 90% ตามลาดับ ทำให้ความต้องการชิ้นส่วน OEM โดยรวมลดลง

ส่งออกชิ้นส่วน OEM ลดลง 2.9%

ขณะที่ยอดส่งออกชิ้นส่วน OEM ไทยไปต่างประเทศในปี 2567 คาดลดลง 2.9% เหลือ 2.19 แสนล้านบาท ผลจากปริมาณการผลิตรถยนต์ในตลาดส่งออกที่หดตัวลง โดยตลาดส่งออกชิ้นส่วน OEM ไทย โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียนอื่น (ไม่รวมไทย) คาดว่าจะมีปริมาณการผลิตรถยนต์ลดลง 11.2% เหลือ 2.18 ล้านคัน

นำโดยอินโดนีเซียที่เจอปัญหายอดขายรถยนต์ในประเทศที่หดตัวสูงจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรถ ขณะที่เวียดนามก็เริ่มหันนำเข้ารถยนต์แทนการผลิตในประเทศมากขึ้น ซึ่งทั้ง 2 ประเทศนี้ มีส่วนแบ่งการผลิตรถยนต์ในอาเซียนอื่น (ไม่รวมไทย) สูงถึงราว 60% ทำให้การนำเข้าชิ้นส่วน OEM ไทยมีทิศทางที่ลดลงตาม

คาดยอดขายชิ้นส่วน REM ในประเทศ เพิ่มขึ้น 6.4%

สำหรับในปี 2567 คาดว่ายอดขายชิ้นส่วน REM ไทยในประเทศ น่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 6.4% สู่ 1.24 แสนล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากปริมาณรถยนต์สะสมบนถนนที่เพิ่มขึ้นในประเทศ โดยรถยนต์จดทะเบียนสะสมในไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนคาดว่าในปี 2567 จะขึ้นไปสูงถึง 21.26 ล้านคัน

โดยมีสัดส่วนของรถยนต์ที่มีอายุเกิน 7 ปี เพิ่มขึ้นเป็น 68% จากผลของภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ทำให้ผู้บริโภคยืดอายุการใช้งานรถยนต์นานขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้ชิ้นส่วน REM เพิ่มสูงขึ้น โดยชิ้นส่วน REM ไทยคาดว่าน่าจะมีส่วนแบ่งในตลาดสูงถึงมากกว่า 60% ส่วนที่เหลือคาดเป็นชิ้นส่วน REM นำเข้า โดยมีจีนเป็นประเทศส่งออกหลักมายังไทย

ขณะที่ยอดส่งออกชิ้นส่วน REM ไทย ก็คาดขยายตัวเพิ่มเล็กน้อยที่ 2% สู่ 2.51 หมื่นล้านบาท หลังเจอการแข่งขันจากชิ้นส่วน REM จีนที่ส่งไปแข่งในตลาดส่งออกเดิมของไทยมากขึ้น โดยการส่งออกรถยนต์จากจีนที่เริ่มกินส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ส่งออกจากไทย

โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่างอาเซียนที่มากขึ้น จนในปีที่แล้วไทยเหลือส่วนแบ่งการนำเข้ารถยนต์ของตลาดอาเซียน (ไม่รวมไทย) เพียง 24.6% ซึ่งปัจจัยนี้มีผลทำให้ความต้องการใช้ชิ้นส่วน REM ไทยที่ส่งออกไปยังตลาดอาเซียนลดลง จนเหลือส่วนแบ่งเพียง 19.6% เช่นกัน สวนทางกับการนำเข้าจากจีนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนมีส่วนแบ่งถึง 25.1%

ผลกระทบต่อการส่งออกชิ้นส่วน REM ไทยในปี 2567 นี้ แม้จะยังไม่มาก เพราะยังมีความต้องการใช้จากรถยนต์เก่าที่เคยส่งออกจากไทยที่อยู่ในตลาดเหล่านั้นค่อนข้างมาก แต่ในอนาคตผลกระทบคาดว่าจะรุนแรงขึ้นหลังจีนมีแนวโน้มส่งออกรถยนต์ไปยังอีกหลายตลาดส่งออกของไทยมากขึ้น

3 ความเสี่ยงอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ไทย

สำหรับความเสี่ยงอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ไทย ประกอบด้วย 1.การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีรถยนต์ BEV ซึ่งกระทบโดยตรงต่อความต้องการใช้ชิ้นส่วนรถยนต์ใช้น้ำมัน เมื่อการผลิต BEV น่าจะเริ่มกินส่วนแบ่งของรถยนต์ใช้น้ำมันอย่างรวดเร็วในอีก 1-2 ปีข้างหน้า หลังค่ายรถที่เข้าร่วมโครงการ EV3.0 และ EV3.5 ต้องผลิตรถชดเชยการนำเข้าที่ปัจจุบันมีมากกว่า 100,000 คัน

นอกจากนี้ แม้จะมีชิ้นส่วนรถยนต์ไทยบางส่วนที่สามารถเข้าสายการผลิตรถยนต์ BEV ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าปริมาณชิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิต BEV นั้นลดน้อยลงมาก และยังมีการนำเข้าชิ้นส่วนจากจีนมาผลิตเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งก็จะกระทบโดยตรงต่อชิ้นส่วนรถยนต์ไทย

2.การแข่งขันกับชิ้นส่วนส่งออกจากจีนที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมากทั้งในประเทศและตลาดส่งออก โดยเป็นผลทั้งจากการเพิ่มกำลังการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ของจีนอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ในจีนเอง ซึ่งต้องหาตลาดส่งออกเพื่อให้ผลิตได้ต้นทุนต่ำ กับการที่รถยนต์ส่งออกจากจีนกำลังเผชิญปัญหาการกีดกันการค้าจากสหรัฐ สหภาพยุโรป แคนาดา

ซึ่งอาจรวมถึงประเทศพันธมิตรอื่นในอนาคต ทำให้ทั้งรถยนต์จากจีนต้องหาตลาดส่งออกมากขึ้น ทั้งมายังไทยหรือตลาดส่งออกเดิมของไทย ซึ่งก็จะกระทบทั้งชิ้นส่วน OEM และ REM ในประเทศของไทยเอง หรือการจะส่งออกไปยังประเทศส่งออกหลักเดิมของไทยที่ลดลงจากการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นมาก

3.นโยบายรัฐที่อาจมีผลต่อความต้องการใช้ชิ้นส่วนรถยนต์ เช่น การกำจัดซาก หรือรถเก่าแลกรถใหม่ ที่อาจถูกนำมาพิจารณาใหม่ได้อีกในอนาคต เพื่อรักษายอดการผลิตรถยนต์ใหม่ในประเทศ โดยโครงการแม้จะช่วยดึงความต้องการชิ้นส่วน OEM เพิ่มขึ้นได้บ้าง แต่ความต้องการชิ้นส่วน REM ย่อมลดลงจากปริมาณรถเก่าที่หายไป อย่างไรก็ดี ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาทั้งเรื่องงบประมาณ ประเภทรถที่จะสนับสนุนว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้ชิ้นส่วน OEM ในประเทศจริงหรือไม่ รวมถึงตลาดรถมือสอง

ส่องกำไรผู้ประกอบการห่วงโซ่ชิ้นส่วนรถยนต์

โดยผู้ประกอบการในห่วงโซ่ชิ้นส่วนรถยนต์ไทยที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ในส่วนผู้ผลิตวัตถุดิบ AMC, INOX, PTTGC, TRUBB, CEN, IVL, SMIT, TSTH, CITY, LHK, SSSC, TYCN, CSP, MILL, STA, GJS, NER, TEGH, GSTEEL, PERM, TMT ในช่วงครี่งปีแรกปี 2567 มียอดขาย 737,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) มีกำไรสุทธิ 21,405 ล้านบาท ลดลง 590% YOY

และผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ 3K-BAT, PCSGH, TKT, AH, POLY, TNPC, CWT, SAT, TRU, DELTA, SNC, TSC, IHL, SPG, METCO, STANLY มียอดขาย 126,053 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YOY มีกำไรสุทธิ 13,802 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% YOY

และลูกค้า ACG, MGC, NEX ซึ่งพบว่าในช่วงครี่งปีแรกปี 2567 มียอดขาย 11,745 ล้านบาท ลดลง 34% YOY มีกำไรสุทธิ 134 ล้านบาท ลดลง 118% YOY

ความเสี่ยงอุตฯชิ้นส่วนรถยนต์ไทย

ความเสี่ยงอุตฯชิ้นส่วนรถยนต์ไทย