เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เมื่อความสุขสำคัญพอ ๆ กับอายุที่ยืนยาว
Columns เมื่อความสุขสำคัญพอ ๆ กับอายุที่ยืนยาว
หาจุดสมดุล-สนับสนุนรถ EV
Columns หาจุดสมดุล-สนับสนุนรถ EV
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ส.ค. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ส.ค. 2569
สหรัฐไล่ล่า ‘สินค้าสวมสิทธิ์’ ไทยติด Tier 2 จับตา 8 อุตฯ ส่งออก 1.7-3.4 แสนล้านเสี่ยงถูกตรวจเข้ม
Economic สหรัฐไล่ล่า ‘สินค้าสวมสิทธิ์’ ไทยติด Tier 2 จับตา 8 อุตฯ ส่งออก 1.7-3.4 แสนล้านเสี่ยงถูกตรวจเข้ม
เปิดโจทย์ ‘โรงเรียนผู้สูงอายุ’ หลังรัฐปลดล็อก อปท. ติดงบ-บุคลากร
News เปิดโจทย์ ‘โรงเรียนผู้สูงอายุ’ หลังรัฐปลดล็อก อปท. ติดงบ-บุคลากร
มอเตอร์เวย์ M6-M82 เปิดฟรีปลาย ส.ค. 69 เช็กวัน-เวลา ด่านขึ้นลง
News มอเตอร์เวย์ M6-M82 เปิดฟรีปลาย ส.ค. 69 เช็กวัน-เวลา ด่านขึ้นลง
นิด้าโพล เปิดผลสำรวจ พรีเมียร์ลีก-ไทยลีก 2569
Sport นิด้าโพล เปิดผลสำรวจ พรีเมียร์ลีก-ไทยลีก 2569
หุ้นลีสซิ่งกำไรพุ่งยกแผง ‘MTC-SAWAD’ โชว์ครึ่งปีโต 2 หลัก
Finance หุ้นลีสซิ่งกำไรพุ่งยกแผง ‘MTC-SAWAD’ โชว์ครึ่งปีโต 2 หลัก
‘อสังหาฯ’ ซึมรีเจ็กต์พุ่งไม่หยุด สะเทือนแบ็กล็อก 1.85 แสนล้าน
Real Estate ‘อสังหาฯ’ ซึมรีเจ็กต์พุ่งไม่หยุด สะเทือนแบ็กล็อก 1.85 แสนล้าน
สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (จบ)
Columns สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (จบ)
ดูทั้งหมด

เมื่อความ “แผ่ว” ของตลาดจีน สะเทือนผลกำไรทั่วยุโรป

28 ก.ค. 2567 | 15:02น.
แบรนด์หรู
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

จีดีพีของจีนไตรมาส 2 ปี 2024 ซึ่งขยายตัวเพียง 4.7% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 5.1% และน้อยกว่าไตรมาสแรกซึ่งขยายตัว 5.3% ส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทในยุโรปที่เป็นคู่ค้าจีน สินค้าต่าง ๆ ตั้งแต่พวกแบรนด์เนมไปจนถึงรถยนต์ ล้วนแต่เจอผลกระทบอย่างจัง และในอนาคตก็ส่อเค้าว่าจะลำบากขึ้นไปอีกสำหรับธุรกิจใดก็ตามที่พึ่งพาตลาดจีนมากเกินไป

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้สินค้ายุโรป โดยเฉพาะพวกแบรนด์เนมหรูหรา ฝากความหวังด้านยอดขายไว้กับตลาดจีนที่มีกำลังซื้อสูง แต่เมื่อเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงมาก ได้สร้างแรงกดดันให้กับแบรนด์เหล่านี้

บลูมเบิร์กรายงานว่า LVMH กลุ่มบริษัทสินค้าหรูหราฟุ่มเฟือยของฝรั่งเศส คือรายชื่อล่าสุดที่อยู่ในกลุ่มที่มียอดขายลดต่ำลงอันเนื่องมาจากกำลังซื้อในจีนอ่อนแอลง หลังจากก่อนหน้านี้ ฮูโก บอส (Hugo Boss) เบอร์เบอร์รี่ กรุ๊ป (Burberry Group) และเดมเลอร์ ทรัก โฮลดิ้ง ที่ล้วนเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ ต่างได้รับผลกระทบจากการระมัดระวังการใช้จ่ายของผู้บริโภคไปแล้วเช่นกัน

โดย LVMH ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาส 2 ในเอเชีย (รวมจีนแต่ไม่รวมญี่ปุ่น) ลดลง 14% ส่งผลให้ราคาหุ้นของ LVMH ในปารีสลดลง 5% หลังจากรายงานผลประกอบการไตรมาสดังกล่าว ทำให้รวมแล้วในรอบ 12 เดือน ราคาหุ้น LVMH ลดลงถึง 23%

การใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้ายุโรปที่น้อยลง ส่งสัญญาณความเสี่ยงต่อกำไร ราคาหุ้น มูลค่าบริษัท และแม้กระทั่งต่อการจ้างงาน ทำให้บริษัทเหล่านี้ต้องทบทวนการดำเนินงานใหม่ อย่างเช่น สวอตช์ กรุ๊ป (Swatch Group) ผู้ผลิตนาฬิกายักษ์ใหญ่จากสวิตเซอร์แลนด์ มียอดขายในจีนลดลง 30% ในครึ่งแรกของปี 2024 จึงประกาศจะลดกำลังการผลิตลง 20-30% แต่ยังไม่ลดคนงานในสวิตเซอร์แลนด์ เพราะต้องการเตรียมความพร้อมเพิ่มการผลิตหากตลาดจีนฟื้นตัว ถึงแม้จะไม่คาดหวังว่าปีนี้จีนจะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญก็ตาม

นักกลยุทธ์การลงทุนจากโกลด์แมน แซกส์ แนะนำให้นักลงทุนขายหุ้นยุโรปที่พึ่งพายอดขายในจีนมากเกินไป และให้ซื้อหุ้นที่พึ่งพายอดขายในสหรัฐอเมริกาแทน

นักวิเคราะห์ประเมินว่า ในยุโรปถือว่าเยอรมนีมีความเปราะบางเป็นพิเศษต่อการถดถอยลงของเศรษฐกิจจีน เนื่องจากเยอรมนีส่งออกไปจีนคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของการส่งออกไปจีนทั้งหมดของสหภาพยุโรป

นอกจากจีนจะเป็นตลาดใหญ่สำหรับสินค้ายุโรปแล้ว ในอีกด้านหนึ่งจีนก็สร้างปัญหาให้กับผู้ผลิตในยุโรปเช่นกัน เพราะในอีกสถานะหนึ่งจีนกลายเป็นคู่แข่งที่คุกคามผลกำไรของหลายภาคส่วนในยุโรป ตั้งแต่สินค้าประเภทเซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึงเคมีภัณฑ์

เมื่อมีสถานะเป็นคู่แข่ง ก็ทำให้สหภาพยุโรปขึ้นภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะหาข้อยุติสุดท้ายได้ ความไม่แน่นอนดังกล่าวกระทบต่อรายได้ของวอลโว่ จึงประกาศลดคาดการณ์ยอดขายปีนี้ลง เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าของวอลโว่ผลิตในจีน เมื่อเป็นเช่นนี้ บรรดานักลงทุนในตลาดหุ้นก็มักจะดูว่ามีบริษัทยุโรปใดบ้างที่อ่อนไหวต่อการส่งออกไปจีน หรือเกี่ยวข้องกับจีนในสัดส่วนที่สูง

การประชุมใหญ่ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 3 เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นการประชุมที่มีความสำคัญ เพราะจัดเพียง 1 ครั้งต่อ 5 ปี สร้างความผิดหวังให้นักลงทุนต่างชาติ เพราะถึงแม้จะประกาศมาตรการที่เป็นมิตรต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่กลับแทบไม่แสดงความเร่งด่วนที่จะกระตุ้นความต้องการภายในประเทศ หรือหยุดยั้งการดิ่งลงของภาคอสังหาริมทรัพย์ นั่นหมายถึงว่าบริษัทยุโรปที่เคยได้รับประโยชน์ในช่วงเศรษฐกิจรุ่งเรืองของจีน มีแนวโน้มจะเผชิญกับการถดถอยลงของกำลังซื้อผู้บริโภคจีนต่อไปอีกเรื่อย ๆ

นักวิเคราะห์ชี้ว่า การที่ธนาคารกลางจีนลดดอกเบี้ยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดก็จริง แต่มีแนวโน้มว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างจำกัด เพราะการลดเพียง 0.1% ถือว่าไม่เพียงพอจะพลิกสถานการณ์ ดังนั้น นักลงทุนก็จะรอจนกว่าจะเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน