เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘นายกฯ’ นำ 14 บิ๊กเอกชนไทย ไปขยายการค้า-ลงทุนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์
Politics ‘นายกฯ’ นำ 14 บิ๊กเอกชนไทย ไปขยายการค้า-ลงทุนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์
ผ่านการทดสอบแล้ว M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว “ทางหลวง” ยันปลอดภัย พร้อมเปิด 28 ส.ค.นี้
Real Estate ผ่านการทดสอบแล้ว M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว “ทางหลวง” ยันปลอดภัย พร้อมเปิด 28 ส.ค.นี้
แผ่นดินไหว ‘อินโดนีเซีย’ 7.7 แมกนิจูด อพยพ 5,000 คน ดับแล้วอย่างน้อย 53 ราย
World แผ่นดินไหว ‘อินโดนีเซีย’ 7.7 แมกนิจูด อพยพ 5,000 คน ดับแล้วอย่างน้อย 53 ราย
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯเปิด อาคารทศมบพิตร ทอดพระเนตร “นาวีเวชบริรักษ์“
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯเปิด อาคารทศมบพิตร ทอดพระเนตร “นาวีเวชบริรักษ์“
คุยกับเศรษฐา : สู้กับน้ำ หรือ อยู่กับน้ำ
คุยกับเศรษฐา คุยกับเศรษฐา : สู้กับน้ำ หรือ อยู่กับน้ำ
ดอลลาร์พัก บาทฟื้น แต่ความเสี่ยงยังรออยู่ปลายไตรมาส 3
Finance ดอลลาร์พัก บาทฟื้น แต่ความเสี่ยงยังรออยู่ปลายไตรมาส 3
คมนาคม ชง ครม.สัญจร สงขลา สร้างรถไฟทางคู่สายใต้ “แสนล้าน” เชื่อมถึงปาดังเบซาร์
Economic คมนาคม ชง ครม.สัญจร สงขลา สร้างรถไฟทางคู่สายใต้ “แสนล้าน” เชื่อมถึงปาดังเบซาร์
คลื่นสินค้าจีนลูกใหม่โถมอาเซียน กระเป๋าถือ-นาฬิกา-อัญมนีนำขบวน
Business คลื่นสินค้าจีนลูกใหม่โถมอาเซียน กระเป๋าถือ-นาฬิกา-อัญมนีนำขบวน
‘อนุทิน’ เตรียมดีลตัวต่อตัว ดึงนักธุรกิจออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ช่วงเยือน 17-22 ส.ค.
Economic ‘อนุทิน’ เตรียมดีลตัวต่อตัว ดึงนักธุรกิจออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ช่วงเยือน 17-22 ส.ค.
เมื่อความสุขสำคัญพอ ๆ กับอายุที่ยืนยาว
Columns เมื่อความสุขสำคัญพอ ๆ กับอายุที่ยืนยาว
ดูทั้งหมด

อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี แจ้งเตือนพายุเข้าต่อเนื่อง

03 ส.ค. 2566 | 10:42น.
อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี

อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ แจ้งเตือนผู้ประกอบการ ให้ระมัดระวังในการเดินเรือ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝนฟ้าคะนองและคลื่นลมแรง เดือนสิงหาคม-กันยายน 2566

วันนี้ 3 สิงหาคม 2566 นางรักชนก แพน้อย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ช่วงเดือน ส.ค.ไปจนถึงเดือน ก.ย. ของทุกปี จะเป็นช่วงที่ลมมรสุมพัดเข้ามาปกคลุมพื้นที่ประเทศไทย

ส่งผลให้ทะเลมีคลื่นแรง และมีลมพายุพัดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการท่องเที่ยวทางทะเล ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวกันจำนวนมากในแต่ละวัน จากสภาวะคลื่นลมแรงอาจทำให้เกิดอันตรายต่อนักท่องเที่ยวได้

ล่าสุด กรมอุตุนิยมวิทยา มีประกาศ ฉบับลงวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2566 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศ ไทยและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ฉบับที่ 6 (211/2566) แจ้งว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทย และอ่าวไทย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรงโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเสี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2566

อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี
ภาพจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำที่อาจเกิดขึ้น อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพีจึงได้ประกาศ เรื่อง ให้ระมัดระวังการประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวหรือดำเนินกิจกรรมใด ๆ ช่วงมีมรสุมคลื่นลมแรง เนื่องจากการเดินเรือในช่วงมรสุมฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

จึงขอประกาศเตือนให้ใช้ความระมัดระวัง ในการประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวหรือดำเนินกิจกรรมใด ๆ ในบริเวณแหล่งท่องเที่ยว ทางทะเลทุกแห่งในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี และให้ผู้ควบคุมเรือทุกลำตรวจสอบความพร้อมต่าง ๆ ให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา สวมเสื้อชูชีพตลอดเวลาขณะอยู่ในเรือ และขอให้ติดตามรายงานข่าวสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

หากฝ่าฝืนนำเรือออกไปในช่วงมรสุม เป็นความผิดมีบทลงโทษ อุทยานแห่งชาติฯ มีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ มีโทษสูงสุดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ส่วนการกระทำอื่นใดในเขตอุทยานแห่งชาติที่มีความผิดนอกเหนือจากประกาศกำหนด จะต้องถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนศาลยุติธรรม มีโทษต่ำสุด ต้องระวางโทษจำคุกสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มีโทษสูงสุด ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปีหรือปรับตั้งแต่สี่แสนบาทถึงสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ