เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ครม.สัญจร สงขลา” ถกแก้ปัญหา-ฟื้นเศรษฐกิจ 5 จังหวัดใต้
Politics “ครม.สัญจร สงขลา” ถกแก้ปัญหา-ฟื้นเศรษฐกิจ 5 จังหวัดใต้
สุชาติ มั่นใจ “รัฐบาลอนุทิน” แข็งแรง ชี้วิกฤติโควิดยังรอดมาได้
Politics สุชาติ มั่นใจ “รัฐบาลอนุทิน” แข็งแรง ชี้วิกฤติโควิดยังรอดมาได้
ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,200 บาท รูปพรรณบาทละ 69,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,200 บาท รูปพรรณบาทละ 69,850 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘เลขา สมช.’ อยากเกษียณในองค์กรที่อยู่มา 35 ปี ยังไม่ได้สัญญาณเปลี่ยนตัว
Politics ‘เลขา สมช.’ อยากเกษียณในองค์กรที่อยู่มา 35 ปี ยังไม่ได้สัญญาณเปลี่ยนตัว
TCAP โชว์กำไรพุ่งแรงกว่า 20% ทั้งงวดไตรมาส 2-ครึ่งปีแรก เดินหน้าซื้อหุ้นคืนวงเงิน 7.5 พันล้าน
Finance TCAP โชว์กำไรพุ่งแรงกว่า 20% ทั้งงวดไตรมาส 2-ครึ่งปีแรก เดินหน้าซื้อหุ้นคืนวงเงิน 7.5 พันล้าน
รัฐบาลยันมีเงินรับมือ-เยียวยา ‘เอลนีโญ’ ไม่พอมีงบกลาง
Politics รัฐบาลยันมีเงินรับมือ-เยียวยา ‘เอลนีโญ’ ไม่พอมีงบกลาง
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากความไม่แน่นอนของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากความไม่แน่นอนของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
‘วราวุธ’ รับ ‘เอกนัฏ’ ขอดึงปลัดกระทรวงอุตฯ ไปคุมพลังงาน ชี้คนใหม่เป็นลูกหม้อ
Politics ‘วราวุธ’ รับ ‘เอกนัฏ’ ขอดึงปลัดกระทรวงอุตฯ ไปคุมพลังงาน ชี้คนใหม่เป็นลูกหม้อ
SET วันนี้ (11 ส.ค.) คาดกรอบ 1,615-1,645 จุด EPS ทุบสถิติ “นิวไฮ” ตั้งแต่ตั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ
Finance SET วันนี้ (11 ส.ค.) คาดกรอบ 1,615-1,645 จุด EPS ทุบสถิติ “นิวไฮ” ตั้งแต่ตั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ
ดูทั้งหมด

คุยกับมือปั้น ‘Dime!’ ถอดรหัสแอปลงทุนขวัญใจ Gen Z

27 มิ.ย. 2569 | 12:00น.
ธนกฤต รุ่งโรจน์ชัยพร

“การรับรู้ผลขาดทุนในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินธุรกิจสตาร์ตอัพเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากองค์กรมีความจำเป็นต้องเผชิญกับต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) ตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานบนระบบคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ และงบประมาณด้านการตลาดเพื่อดึงดูดผู้ใช้งาน”

คำให้สัมภาษณ์พิเศษแบบเอ็กซ์คลูซีฟของ “ธนกฤต รุ่งโรจน์ชัยพร” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจ (CBO) บริษัทหลักทรัพย์เคพีไดม์ จำกัด (KKP Dime) ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่น Dime! กับทาง “NewsPulse” ถึงการดำเนินธุรกิจในช่วงเริ่มต้น จนกระทั่งพลิกมามีกำไร ตลอดจนการพัฒนาต่อไปในอนาคต

ชูจุดแข็ง “เข้าใจ” ผู้ลงทุนรายย่อย

“ธนกฤต” กล่าวว่า แม้ว่าในปัจจุบันทิศทางการดำเนินธุรกิจของสถาบันการเงินและบริษัทหลักทรัพย์แบบดั้งเดิมจำนวนมากในประเทศไทย จะเริ่มหันมาเปิดให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น แต่สำหรับแอป Dime! บริษัทยังคงเชื่อมั่นในจุดแข็งดั้งเดิมที่ยากจะลอกเลียนแบบ นั่นคือความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความต้องการของนักลงทุนรายย่อยและกลุ่มผู้เริ่มต้นจากศูนย์

โดยนวัตกรรมบริการที่ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการทลายข้อจำกัดและอุปสรรคของการเข้าถึงตลาดทุน ประกอบด้วย “ระบบเศษหุ้น” ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเข้าซื้อหุ้นจดทะเบียนในสหรัฐได้ด้วยสัดส่วนทศนิยม โดยกำหนดมูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำเริ่มต้นเพียง 50 บาท ช่วยลดปัญหาเรื่องราคาหุ้นต่อตัวที่สูงเกินไป

และ “ระบบแลกเปลี่ยนเงินตราอัตโนมัติ” ระบบจะดำเนินการจับคู่และแปลงค่าเงินบาทเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐให้โดยอัตโนมัติในขณะที่ผู้ใช้งานส่งคำสั่งซื้อ ช่วยตัดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการบริหารบัญชีพักเงินตราต่างประเทศออกไป

“การออกแบบระบบทั้งหมดของ Dime! ถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิดการลดความซับซ้อนให้ได้มากที่สุด เพราะเราเชื่อว่าความยุ่งยากในขั้นตอนปฏิบัติคืออุปสรรคเชิงโครงสร้างที่สกัดกั้นไม่ให้คนจำนวนมากเริ่มต้นลงมือลงทุน”

แอปลงทุนที่เข้าถึงหัวอก Gen Z

“ซีบีโอ KKP Dime” บอกว่า เม็ดเงินและการขับเคลื่อนหลักบนแอป Dime! มาจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยผู้ใช้งานมากกว่าครึ่งเป็นกลุ่ม Gen Z ที่เหลือเกือบทั้งหมดเป็นกลุ่ม Gen Y ขณะที่สินทรัพย์อันดับแรกที่นักลงทุนกลุ่มนี้เลือกเปิดสถานะซื้อ ส่วนใหญ่เป็นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ ที่เป็นหุ้นบริษัทชั้นนำระดับโลก เช่น Nvidia, Microsoft และ Google เป็นต้น หรือ “หุ้นแก๊งนางฟ้า”

“กลุ่ม Gen Z เป็นกลุ่มที่มีการเข้าใช้งานระบบและทำธุรกรรม หรือ Active Users บ่อยครั้งที่สุด เนื่องจากคนเหล่านี้เป็นประชากรยุคดิจิทัลโดยกำเนิด ที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนและอยู่ท่ามกลางข้อมูลข่าวสารจำนวนมหาศาลตลอดเวลา”

โดยกลยุทธ์สำคัญที่ Dime! นำมาใช้ดึงดูดใจ ประกอบด้วย 2 เสาหลัก คือ 1.การพัฒนาฟีเจอร์ให้ตรงตามสไตล์การดำเนินชีวิต และ 2.การปรับเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารสู่ลักษณะ “Real” และมีความเป็นกันเอง หลีกเลี่ยงการใช้ภาษาทางการในรูปแบบองค์กร

“เราเลือกที่จะวางตำแหน่งของแบรนด์ให้เป็นเหมือน ‘เพื่อนคู่คิดหรือบัดดี้’ ผ่านการสรุปเนื้อหาข้อมูลการลงทุนให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ตรงไปตรงมา มีการนำสถานการณ์จริง เช่น ภาวะขาดทุน (ติดดอย) หรือการสร้างกำไร มาสื่อสารในมุมขบขันและเข้าถึงง่าย ซึ่งส่งผลให้แบรนด์สามารถสร้างความผูกพันกับคนรุ่นใหม่ได้ดีกว่า”

เปิดสูตรพลิกกำไร 280 ล้าน

“ธนกฤต” กล่าวอีกว่า แอป Dime! เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) ที่สร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่ช่วง 3 ปีแรกบริษัทมีผลประกอบการขาดทุนเฉลี่ยกว่า 100 ล้านบาทต่อปีต่อเนื่องกัน แต่มาถึงงวดปี 2568 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิถึง 280 ล้านบาท ขณะที่ยอดดาวน์โหลดแอปอยู่ที่ 4.8 ล้านดาวน์โหลด และมีบัญชีผู้ใช้งานเปิดรับบริการแล้วกว่า 2.2 ล้านบัญชี ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายขยายฐานผู้ใช้งานสู่ระดับ 8 ล้านบัญชี ภายใน 3 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ จุดเปลี่ยนสำคัญที่นำพาองค์กรไปสู่จุดคุ้มทุน และสร้างผลกำไร เกิดจากการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ใน 2 ด้านขนานกัน คือ “การเพิ่มรายได้” ควบคู่กับ “การควบคุมค่าใช้จ่าย”

โดยการเพิ่มรายได้ ก็มีทั้งการขยายปริมาณธุรกรรม จากเดิมที่มีอัตราการเปิดบัญชีหลักร้อยบัญชีต่อวัน ขยับขึ้นสู่ระดับหลายพันบัญชีต่อวัน พร้อมทั้งเร่งบรรจุผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ เข้าสู่ระบบให้มีความครบวงจร ทั้งหุ้นต่างประเทศ หุ้นไทย กองทุนรวม บัญชีเงินฝาก และทองคำ

และการเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อหัว ซึ่งปัจจุบันรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้งานของ Dime! อยู่ที่ประมาณ 500 บาทต่อคนต่อปี แม้ว่าจะมีผู้ใช้งานบางส่วนที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมค่านายหน้าจากการใช้สิทธิตามโปรโมชั่นก็ตาม โดยบริษัทมีการกระตุ้นด้วยแคมเปญเทรดฟรี มาตรการยกเว้นค่าคอมมิชชั่นในช่วงเวลาจำกัด ตลอดจนการแจกคูปองลงทุน เพื่อผลักดันให้เกิดพฤติกรรมการใช้งานอย่างต่อเนื่อง

ด้านการควบคุมรายจ่าย บริษัทเน้นการตลาดดิจิทัลที่วัดผลได้ชัดเจน หลีกเลี่ยงการใช้งบประมาณกับสื่อออฟไลน์ขนาดใหญ่ เช่น ป้ายโฆษณาบิลบอร์ดที่ไม่สามารถประเมินผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ และหันมาใช้วิธีการทำตลาดผ่านเครือข่ายอินฟลูเอนเซอร์รายย่อย บนช่องทางออนไลน์แทน รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาทดแทนการเพิ่มกำลังคน โดยนำระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า แทนการเพิ่มพนักงานดูแลส่วนบุคคล

โกยค่านายหน้าหุ้นสหรัฐ-ชูเป้า AUM

ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 นี้ “ธนกฤต” บอกว่า Dime! สามารถรับรู้รายได้รวมแตะระดับ 334 ล้านบาทแล้ว โดยแบ่งเป็นค่านายหน้าซื้อขายหุ้นสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนหลักราว 90% ของรายได้รวมทั้งหมดของบริษัท ที่เหลือเป็นค่านายหน้าซื้อขายหุ้นไทยและกองทุนรวม

“หากบรรยากาศการลงทุน ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ตลาดหุ้นสหรัฐ ยังคงรักษาแนวโน้มการเติบโต และไม่มีปัจจัยลบทางเศรษฐกิจระดับมหภาคที่รุนแรงเข้ามาส่งกระทบ Dime! มีโอกาสที่จะผลักดันให้มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การดูแล (AUM) ที่ผ่านหลักแสนล้านบาทมาแล้ว ทะยานสู่เป้าหมายที่ระดับ 200,000 ล้านบาทได้ภายในสิ้นปีนี้”

ยกระดับสู่ “Everyday App”

“ซีบีโอ KKP Dime” กล่าวว่า ตอนนี้ Dime! เริ่มมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทอื่น ๆ นอกเหนือจากระบบการลงทุน เช่น การเปิดตัวบัตรเดบิตภายใต้ชื่อ ‘บัตรไดม์เนิน’ ซึ่งเป็นบัตรเดบิต และการเป็นช่องทางจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัยการเดินทาง ซึ่งเป็นไปตามวิสัยทัศน์องค์กรที่ต้องการยกระดับแพลตฟอร์มให้เป็น “Everyday App” หรือแอปพลิเคชั่นทางการเงินที่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ภายใต้แนวคิดหลักคือ “Everyday Buddy for Every Financial Decision”

“เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างสภาพแวดล้อมให้ Dime! เป็นแอปพลิเคชั่นแรก ๆ ที่ผู้ใช้งานเลือกเปิดขึ้นมาดู หลังจากตื่นนอน ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการลงทุน การเก็บออมเงิน การวางแผนเพื่อการเกษียณอายุ ไปจนถึงกิจกรรมการใช้จ่ายทั่วไปในชีวิตประจำวัน”

นอกจากนี้ ล่าสุด Dime! ได้พัฒนาฟีเจอร์บัญชีรอง ซึ่งเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ปกครองสามารถจัดตั้งและเปิดบัญชีเพื่อการลงทุนให้แก่บุตรหลานที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ได้

“เรามุ่งหวังที่จะเห็นการลงทุนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อสร้างวินัยการเก็บออมและการลงทุนตั้งแต่ฐานราก ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการช่วยให้ทุกคนสามารถก้าวไปสู่การบรรลุเป้าหมายทางการเงินของตนเองได้อย่างรวดเร็วและมีความมั่นคงในระยะยาว”