เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) ดีดขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) ดีดขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,750 บาท
ตลาดสัตว์เลี้ยงโลกเปิดช่องไทย ไต้หวันนำเข้าอันดับ 1 สหรัฐแตะ 1.58 แสนล้านดอลลาร์
Economic ตลาดสัตว์เลี้ยงโลกเปิดช่องไทย ไต้หวันนำเข้าอันดับ 1 สหรัฐแตะ 1.58 แสนล้านดอลลาร์
แสนสิริ เปิดตัวเดอะมูฟทำเลใหม่ “ลาดพร้าว 35” เริ่ม 2.29 ล้าน เจาะตลาดเช่ายีลด์ 6%
Real Estate แสนสิริ เปิดตัวเดอะมูฟทำเลใหม่ “ลาดพร้าว 35” เริ่ม 2.29 ล้าน เจาะตลาดเช่ายีลด์ 6%
กยท.สกัด “สารขาว” ปนยางก้อนถ้วย ห่วงฉุดคุณภาพยางไทย เร่งคุมตั้งแต่จุดรับซื้อ
Economic กยท.สกัด “สารขาว” ปนยางก้อนถ้วย ห่วงฉุดคุณภาพยางไทย เร่งคุมตั้งแต่จุดรับซื้อ
ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ส่ง “สติงค์” ลุยตลาดเครื่องดื่ม ดึง F1 ชูกลยุทธ์ประสบการณ์
Biz Movement ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ส่ง “สติงค์” ลุยตลาดเครื่องดื่ม ดึง F1 ชูกลยุทธ์ประสบการณ์
Thai SELECT บุกตลาดจีน “DITP” ใช้เกมทำอาหาร-อินฟลูเอนเซอร์ ดันอาหารไทยสู่โอกาสการค้า
Economic Thai SELECT บุกตลาดจีน “DITP” ใช้เกมทำอาหาร-อินฟลูเอนเซอร์ ดันอาหารไทยสู่โอกาสการค้า
ลอรีอัล กวาดรายได้ครึ่งปีแรก 2.37 หมื่นล้านยูโร คว้าลิขสิทธิ์ “Gucci” 50 ปี-ขน 4 แบรนด์ลุยไทย
Biz Movement ลอรีอัล กวาดรายได้ครึ่งปีแรก 2.37 หมื่นล้านยูโร คว้าลิขสิทธิ์ “Gucci” 50 ปี-ขน 4 แบรนด์ลุยไทย
ดีน่า ปรับโฉมใหญ่รอบหลายสิบปี ส่งแคมเปญใหม่เจาะ Gen Z-Millennials
Biz Movement ดีน่า ปรับโฉมใหญ่รอบหลายสิบปี ส่งแคมเปญใหม่เจาะ Gen Z-Millennials
Zadi & Jo เปิดเกมออฟไลน์ ปักหมุด EVEANDBOY สยามสแควร์ รุกตลาด Teen Beauty
Biz Movement Zadi & Jo เปิดเกมออฟไลน์ ปักหมุด EVEANDBOY สยามสแควร์ รุกตลาด Teen Beauty
“บางกอกแอร์เวย์ส” ชี้ไตรมาส 2/69 ต้นทุนพุ่ง กดกำไรสุทธิร่วง 17.6% เหลือ 332.6 ล้านบาท
Business “บางกอกแอร์เวย์ส” ชี้ไตรมาส 2/69 ต้นทุนพุ่ง กดกำไรสุทธิร่วง 17.6% เหลือ 332.6 ล้านบาท
ดูทั้งหมด

‘วิริยะ’ ปักธงรักษาแชมป์ ตั้งเป้าเบี้ยประกันโต 4% ฝ่าปัจจัยเสี่ยง

09 มี.ค. 2569 | 09:25น.
Amon

ปี 2568 เป็นปีที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับหลายเหตุการณ์ที่สร้างมูลค่าความเสียหายมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมภาคเหนือ แผ่นดินไหว และน้ำท่วมภาคใต้ในช่วงปลายปี ล้วนส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัยค่อนข้างมาก ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ 2.4% และอุตสาหกรรมประกันภัยเติบโตที่ 2-3% มีเบี้ยรับรวมราว 2.92-2.95 แสนล้านบาท ซึ่งเมื่อมองไปข้างหน้าในปี 2569 เศรษฐกิจยังคงเผชิญความผันผวน ความเสี่ยงภัยพิบัติอาจจะรุนแรงขึ้น ถี่ขึ้น และอาจเป็นภัยพิบัติขนาดใหญ่

รวมถึงความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และหน้าตาของรัฐบาลใหม่ที่จะออกมา ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการดำเนินธุรกิจประกัน ส่วนจะปรับตัวหรือเตรียมแผนรับมือกันอย่างไร “อมร ทองธิว” กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศแผนธุรกิจปี 2569 ที่เตรียมพร้อมรับมือปัจจัยเหล่านี้

รักษาแชมป์ผู้นำตลาด

“อมร” กล่าวว่า ปีนี้การเติบโตของเศรษฐกิจ (GDP) จะต่ำกว่าปี 2568 และความเสี่ยงภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีก บริษัทจึงตั้งเป้าการเติบโตในปี 2569 อย่างระมัดระวัง และเป็นการเติบโตตามสภาพตลาดที่คาดว่าจะเติบโตน้อยกว่าปีก่อน รวมถึงการรับประกันความเสี่ยงภัยใหม่ด้วยเบี้ยและความคุ้มครองที่เหมาะสม

“ปีนี้วิริยะตั้งเป้าเบี้ยรับรวมเติบโตที่ 4% หรือเพิ่มขึ้น 44,646 ล้านบาท แบ่งเป็น เบี้ยประกันภัยรถยนต์ 38,865 ล้านบาท โต 3% จากปีก่อนที่มีเบี้ยรับรวม 37,654 ล้านบาท และตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ ปีนี้ที่ 5,780 ล้านบาท หรือโต 9.7% จากปีก่อนมีเบี้ยรับรวมที่ 5,269 ล้านบาท”

โดยบริษัทยังคงตั้งเป้ารักษาความเป็นผู้นำในตลาด โดยปีที่ผ่านมา ครองแชมป์ตลาดวินาศภัยและประกันรถยนต์ มีส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) อันดับ 1 ของประกันวินาศภัย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 มีสัดส่วน 14.64% และอันดับ 1 ประกันรถยนต์ ต่อเนื่องปีที่ 39 สัดส่วน 22.97%

“เรามีประสบการณ์กว่า 79 ปี มีข้อมูลมากมายที่สามารถพิจารณาความเสี่ยงอย่างแม่นยำ ทำให้บริษัทมีความมั่นคง ซึ่งเวลามีภัยใหม่บริษัทสามารถวิเคราะห์จะรับความเสี่ยงด้วยเบี้ยเท่าไร และหากดูเงินกองทุนที่มี 3.4 หมื่นล้านบาท และ CAR Ratio กว่า 357% สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 180% ซึ่งรองรับภัยมากมายในปี’68 ที่ผ่านมา”

ทั้งนี้ ภายใต้สถานการณ์ที่มีความผันผวน เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น บริษัทจะดำเนิน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.ยกระดับคู่ค้าและขยายการใช้นวัตกรรมและ AI 2.ใช้ข้อมูลที่มีในการเชื่อมโยงบริการสินไหมผ่านสาขา 160 แห่ง เพื่อให้บริการรวดเร็วขึ้น และ 3.พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจ เพื่อบริการลูกค้าทั่วถึง ปัจจุบันมีพนักงาน 7,000 คน

เล็งซื้อประกันภัยต่อเพิ่ม

“อมร” กล่าวว่า จากปีก่อนที่มีการเคลมสินไหมใน 3 เหตุการณ์ น้ำท่วมภาคเหนือ-ใต้ และแผ่นดินไหวรวม 3,000 ล้านบาท แต่กระทบบริษัทไม่มากนัก ในปี 2569 บริษัทคาดว่าจะซื้อความคุ้มครองประกันภัยต่อ (Reinsurance) เพิ่มเติม แบ่งเป็น ประกันภัยรถยนต์ (Motor) 2,000 ล้านบาท และประกันที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) อีก 2,000 ล้านบาท รวมทั้งหมด 4,000 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีการเตรียมความพร้อมในส่วนของแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) ภายใต้สมมุติฐานใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น

จ่อขึ้นเบี้ยรถยนต์อีวี

“อมร” กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมอัตราส่วนสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ของเบี้ยประกันภัยรถยนต์อยู่ที่ 70% ถือว่าค่อนข้างสูงพอสมควร ส่วน Non-Motor อยู่ที่ 79% โดยเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 72% เป็นตัวเลขที่ไม่ค่อยดีมากนัก ซึ่งตัวเลข Loss Ratio ในภาวะปกติที่เหมาะสมควรอยู่ที่ระดับ 58% อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงตอบโจทย์ลูกค้าประกันภัยรถยนต์ ทั้งในส่วนของรถยนต์สันดาป และรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) โดยยังคงตั้งเป้าเป็นผู้นำอันดับ 1 ตลาดรถยนต์อีวี ซึ่งปัจจุบันมีมาร์เก็ตแชร์ราว 40% และมีเบี้ยประกันภัยอยู่ที่ 2,800 ล้านบาทในปี 2568

“รถยนต์อีวี เรายังคงตั้งเป้าเติบโตตามตลาดในปี 2569 ที่ยังคงเติบโตได้ แต่ยอมรับว่าภาพรวมเบี้ยประกันอีวียังคงขาดทุนอยู่ โดยที่ผ่านมาบริษัทได้มีการปรับเพิ่มเบี้ยประกันไปแล้วบางส่วน และในปีนี้มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นการปรับบางยี่ห้อ และบางรุ่นตามความเสี่ยงภัย เพราะบางรุ่นบางยี่ห้อยังสามารถอยู่ได้ ส่วนจะมีการปรับเบี้ยขึ้นเท่าไรนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาในส่วนของค่าแรง ค่าอะไหล่ เป็นต้น แต่โดยปกติเบี้ยประกันภัยอีวีจะแพงกว่ารถสันดาปประมาณ 20%”

ลงทุนหุ้นเน้นปันผลสูง

“กรรมการผู้จัดการวิริยะ” กล่าวถึงนโยบายการลงทุนของบริษัทว่า ปัจจุบันบริษัทมีสินทรัพย์ราว 7 หมื่นล้านบาท เป็นพอร์ตการลงทุน 6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ลงทุนในหุ้น 2 หมื่นล้านบาท และที่เหลือ 4 หมื่นล้านบาท จะเป็นพันธบัตร โดยเป็นการลงทุนตามกรอบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แม้ว่าปีที่ผ่านมาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงตามดอกเบี้ยนโยบาย แต่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (ตลท.) ปันผลเพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทยังมีผลตอบแทนที่ดีอยู่

“การขยายเกณฑ์การลงทุนตามกรอบ Risk Charge นั้น มองว่า ตลาดในปี 2569 ยังคงมีความผันผวน อาจจะไม่ได้มีการลงทุนเพิ่ม หรืออาจจะซื้อหุ้นเพิ่มเล็กน้อย แต่ขึ้นกับจังหวะตลาด และราคาที่เหมาะสม เพื่อถือระยะยาว โดยหุ้นที่ลงทุนจะต้องมีความมั่นคง เติบโตยั่งยืน มีสภาพคล่องสูง และมีปันผล เพื่อให้เงินผู้เอาประกันปลอดภัย”