เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พาณิชย์บุกหัวหินเช็กบิล ‘นอมินีอสังหาฯ’ ค้น 15 จุด พบเสียหายกว่า 300 ล้าน
Economic พาณิชย์บุกหัวหินเช็กบิล ‘นอมินีอสังหาฯ’ ค้น 15 จุด พบเสียหายกว่า 300 ล้าน
ไอคอนสยาม ชู“THE BEST MUM DESERVES THE BEST” จัดเต็มกิจกรรมวันแม่
Biz Movement ไอคอนสยาม ชู“THE BEST MUM DESERVES THE BEST” จัดเต็มกิจกรรมวันแม่
ปกรณ์​ ยัน ‘หมอสรณ​’ หลุดประธาน​ กสทช.​ ไม่กระทบงาน เหตุมี​กฎหมายรองรับ​
Politics ปกรณ์​ ยัน ‘หมอสรณ​’ หลุดประธาน​ กสทช.​ ไม่กระทบงาน เหตุมี​กฎหมายรองรับ​
ครม.รับทราบ คุมเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้เพิ่มแล้ว ทยอยยุบหน่วยงานส่วนกลางตามภูมิภาค
Politics ครม.รับทราบ คุมเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้เพิ่มแล้ว ทยอยยุบหน่วยงานส่วนกลางตามภูมิภาค
หอการค้าไทย-KADIN Indonesia ผนึกตลาดคาร์บอน ดันลงทุนสีเขียว เชื่อมธุรกิจ
Economic หอการค้าไทย-KADIN Indonesia ผนึกตลาดคาร์บอน ดันลงทุนสีเขียว เชื่อมธุรกิจ
ฟาร์มไข่ชี้ ‘ไม่ขาดตลาด’ พ่อค้าคนกลางเร่งซื้อเพิ่ม 20% ดันราคาปลีกพุ่งฟองละ 6.20 บาท
Economic ฟาร์มไข่ชี้ ‘ไม่ขาดตลาด’ พ่อค้าคนกลางเร่งซื้อเพิ่ม 20% ดันราคาปลีกพุ่งฟองละ 6.20 บาท
LUXEED ย้ำ ‘ไทย’ ศูนย์กลางอาเซียน ลั่นเปิดตัวลุยตลาดไตรมาส4
EV LUXEED ย้ำ ‘ไทย’ ศูนย์กลางอาเซียน ลั่นเปิดตัวลุยตลาดไตรมาส4
กอช. ชวน ‘รักแม่…ออมให้แม่-ชวนแม่มาออม’ เปลี่ยนของขวัญเป็นเงินออมระยะยาว
Finance กอช. ชวน ‘รักแม่…ออมให้แม่-ชวนแม่มาออม’ เปลี่ยนของขวัญเป็นเงินออมระยะยาว
‘เจฟฟ์ เบโซส์’ CEO Amazon จ่อปิดดีลซื้อหุ้นส่วนน้อยสโมสรลิเวอร์พูล
Sport ‘เจฟฟ์ เบโซส์’ CEO Amazon จ่อปิดดีลซื้อหุ้นส่วนน้อยสโมสรลิเวอร์พูล
คำต่อคำ ‘นพ. สรณ’ งัดหลักฐานใหม่โต้ศาล-กรรมการสรรหาฯ ก่อนนายกฯ ทูลเกล้าปลดประธาน
Tech คำต่อคำ ‘นพ. สรณ’ งัดหลักฐานใหม่โต้ศาล-กรรมการสรรหาฯ ก่อนนายกฯ ทูลเกล้าปลดประธาน
ดูทั้งหมด

ก.ล.ต.ดันต่อ TISA ชงรัฐบาลใหม่ รื้อเกณฑ์ IPO-เป้า 3 ปี ปลุกตลาดทุนไทย

23 ม.ค. 2569 | 07:02น.
Pornanong

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แถลงแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (พ.ศ. 2569-2571) ต่อสื่อมวลชน ล่าสุด หลังจาก “พรอนงค์ บุษราตระกูล” เลขาธิการคนปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งมาได้ 2 ปีเศษ นับจากเข้าทำงานทางการเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2566 ซึ่งขณะนั้นต้องเร่งกู้ภาพลักษณ์ตลาดทุนเพื่อให้เกิด “Trust & Confidence” มาถึงแผนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ ได้ชูแนวคิด “Building Trust, Powering Growth” สร้างความเชื่อมั่นควบคู่กับการพัฒนา

ปี’68 บังคับใช้กฎหมาย 170 คดี

“พรอนงค์” กล่าวว่า การขับเคลื่อนองค์กรระยะ 3 ปีข้างหน้า จะอยู่ภายใต้ “3Ts” คือ 1.Tie สิ่งที่ผ่านมา เป็นการเชื่อมโยงกับสิ่งที่ได้ดำเนินการมาแล้ว สิ่งที่ทำได้ดีก็เดินหน้าต่อยอด ส่วนสิ่งที่เป็นอุปสรรคต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายที่ต้อง “รวดเร็ว รัดกุม และไม่เลือกปฏิบัติ” ซึ่งในปี 2568 มีการบังคับใช้กฎหมายรวม 170 คดี ผู้กระทำผิด 409 ราย

2.Trends บริบทและคู่แข่ง ต้องมองเห็นสภาพแวดล้อมรอบด้าน จากความท้าทายภายนอก ทั้งกระแสเทคโนโลยี ความยั่งยืน และสังคมสูงวัย โจทย์สำคัญคือการทำให้ตลาดทุนไทยยังคงสอดคล้องกับตลาดโลก และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยหรือธุรกิจขนาดเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้จริง

3.Trust เป้าหมายข้างหน้า สร้างความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่สุดของตลาดทุน หากนักลงทุนขาดความเชื่อมั่น ตลาดทุนไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ โดยในปีนี้จะเน้นยกระดับคุณภาพของบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนตั้งแต่ต้นน้ำ ส่งเสริมให้มีบริษัทใหม่ที่มีคุณภาพเข้ามาจดทะเบียน พร้อมยกระดับธรรมาภิบาล และรักษามาตรฐานการทำงานของ Gatekeepers ทั้งที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) และผู้สอบบัญชี

เป้า 3 ปีตลาดทุนไทยเติบโต

สำหรับ 5 เป้าหมายหลักภายใต้แผนยุทธศาสตร์ ได้มีการเพิ่มมิติ “การเติบโต” เข้าไป ได้แก่ 1.ตลาดทุนแข่งขันได้และสร้างความเชื่อมั่น (Competitiveness & Confidence) โดยเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของตลาดทุนไทยในเวทีสากล รองรับการระดมทุนของกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมายและกิจการที่มีคุณภาพ ยกระดับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (บจ.) ให้มีความน่าสนใจ

พร้อมส่งเสริมการซื้อขายหลักทรัพย์ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ตามมาตรฐานสากล ยกระดับธรรมาภิบาล บจ. โดยส่งเสริมบทบาทของผู้เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ตรวจสอบภายในและที่ปรึกษาทางการเงิน ตลอดจนเปิดเผยข้อมูลให้ครบถ้วน โปร่งใส

แถลง ก.ล.ต.

ออกเกณฑ์รองรับ Crypto ETF

2.ตลาดทุนเป็นแรงขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Leveraging Digital & Technology) โดยนำเทคโนโลยีมาส่งเสริมระบบนิเวศให้พร้อมรองรับการพัฒนา Tokenization และสินทรัพย์ดิจิทัลในฐานะสินทรัพย์เพื่อการลงทุน (Crypto as an Asset Class) เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดทุนของผู้ลงทุนในวงกว้าง

“ในระยะต่อไป จะมีการจัดทำหลักเกณฑ์รองรับ Crypto ETF และศึกษาความเป็นไปได้ในการออก Crypto ETF ในรูปแบบทรัสต์ เพื่อให้การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่เหมาะสมและคุ้มครองผู้ลงทุน”

3.ตลาดทุนเป็นกลไกสำคัญสู่ความยั่งยืน (Sustainable Capital Market) โดยจะผลักดันให้ตลาดทุนไทยมีความโดดเด่นด้าน ESG ในระดับภูมิภาค สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่รองรับ Green Finance และ Transition Finance รวมถึงการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในตลาดทุน

ดันต่อ “TISA” ลดหย่อนภาษี

4.ผู้ลงทุนมีสุขภาพทางการเงินที่ดีและวัฒนธรรมการลงทุนระยะยาว (Long-term Investment) ซึ่ง ก.ล.ต.ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการลงทุนในตลาดทุน เพื่อสร้างสุขภาพทางการเงินที่ดีในระยะยาว ผ่านการผลักดัน “บัญชีการลงทุนส่วนบุคคล” ผ่านโครงการบัญชีออมลงทุนส่วนบุคคลใหม่ของไทย (TISA) การเพิ่มประสิทธิภาพกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) และการยกระดับการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจ ควบคู่กับการป้องกันการหลอกลวงการลงทุน

“TISA ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่คาดว่าจะช่วยสร้างแรงซื้อและฟื้นความเชื่อมั่นให้กับตลาดหุ้นไทย โดยปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมตลาดทุนแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการขยายหลักการไปยังกระทรวงการคลัง ซึ่งต้องรอให้รัฐบาลชุดใหม่เป็นผู้พิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าจะได้เห็น TISA เกิดขึ้นได้ภายในปี 2569 นี้”

เร่งปรับเกณฑ์ IPO ลดขั้นตอน

“เลขาธิการ ก.ล.ต.” กล่าวด้วยว่า ก.ล.ต.รับรู้ถึงสถานการณ์ที่บริษัทไทยจำนวนหนึ่งถูกตลาดหุ้นต่างประเทศเข้ามาชักชวนให้ไปจดทะเบียน โดย ก.ล.ต.อยู่ระหว่างการทบทวนและปรับปรุงกระบวนการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะลดการใช้ดุลพินิจของหน่วยงานกำกับ และเพิ่มน้ำหนักให้กับการเปิดเผยข้อมูลที่มีความชัดเจน ครบถ้วน และเพียงพอ ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการ IPO ใช้เวลาน้อยลง และเพิ่มความโปร่งใสให้กับตลาดทุน

AI ปราบสแกมเมอร์-สกัดทุนเทา

5.เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการดำเนินงานของ ก.ล.ต. (Organization Transformation) โดยจะยกระดับกระบวนการกำกับดูแลด้วยการใช้ Supervisory Technology (SupTech) และนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง

“เทคโนโลยีเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับตลาดทุนไทย ทั้งในด้านการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ลงทุน การลดต้นทุนของผู้ประกอบธุรกิจ และการเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแล”

ขณะเดียวกัน ก.ล.ต.ยอมรับว่า การเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลถูกนำไปใช้เป็นช่องทางในการหลอกลวงและก่ออาชญากรรมทางการเงินมากขึ้น จึงจำเป็นต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อสกัดกั้นกลุ่มทุนสีเทาและขบวนการสแกมเมอร์ โดยย้ำว่าสินทรัพย์ดิจิทัลยังมีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ หากอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสมและรัดกุม

“เลขาธิการ ก.ล.ต.” กล่าวว่า สำหรับมาตรการสกัดกั้นกลุ่มทุนสีเทาและสแกมเมอร์ ก.ล.ต.ได้กำหนดบทบาทการกำกับดูแลเชิงเข้มข้นใน 2 ส่วน ได้แก่ ฝั่งผู้ระดมทุน โดยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นและความถูกต้องของการเปิดเผยข้อมูล อาศัยการทำงานเชิงรุกร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และฝั่งตัวกลาง ซึ่งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ KYC (ยืนยันตัวตน) และ CDD (การตรวจสอบสถานะ) อย่างเคร่งครัด

“ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญปัญหาการหลอกลงทุนอย่างรุนแรง มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 7,246 ล้านบาท ส่งผลให้ต้องเร่งยกระดับมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนและปราบปรามภัยกลโกงอย่างจริงจัง เพื่อลดความสูญเสียและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุน”