เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฟาร์มไข่ชี้ ‘ไม่ขาดตลาด’ พ่อค้าคนกลางเร่งซื้อเพิ่ม 20% ดันราคาปลีกพุ่งฟองละ 6.20 บาท
Economic ฟาร์มไข่ชี้ ‘ไม่ขาดตลาด’ พ่อค้าคนกลางเร่งซื้อเพิ่ม 20% ดันราคาปลีกพุ่งฟองละ 6.20 บาท
LUXEED ย้ำ ‘ไทย’ ศูนย์กลางอาเซียน ลั่นลุยตลาดไตรมาส4
EV LUXEED ย้ำ ‘ไทย’ ศูนย์กลางอาเซียน ลั่นลุยตลาดไตรมาส4
กอช. ชวน ‘รักแม่…ออมให้แม่-ชวนแม่มาออม’ เปลี่ยนของขวัญเป็นเงินออมระยะยาว
Finance กอช. ชวน ‘รักแม่…ออมให้แม่-ชวนแม่มาออม’ เปลี่ยนของขวัญเป็นเงินออมระยะยาว
‘เจฟฟ์ เบโซส์’ CEO Amazon จ่อปิดดีลซื้อหุ้นส่วนน้อยสโมสรลิเวอร์พูล
Sport ‘เจฟฟ์ เบโซส์’ CEO Amazon จ่อปิดดีลซื้อหุ้นส่วนน้อยสโมสรลิเวอร์พูล
คำต่อคำ ‘นพ. สรณ’ งัดหลักฐานใหม่โต้ศาล-กรรมการสรรหาฯ ก่อนนายกฯ ทูลเกล้าปลดประธาน
Tech คำต่อคำ ‘นพ. สรณ’ งัดหลักฐานใหม่โต้ศาล-กรรมการสรรหาฯ ก่อนนายกฯ ทูลเกล้าปลดประธาน
ปลัดคลัง เชื่อ ก.ย. กระทรวงตบเท้าชงแผนใช้งบเปลี่ยนผ่านพลังงาน ก่อนคิกออฟลุยใน 1 ปี
Politics ปลัดคลัง เชื่อ ก.ย. กระทรวงตบเท้าชงแผนใช้งบเปลี่ยนผ่านพลังงาน ก่อนคิกออฟลุยใน 1 ปี
ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
15 ปี BC4C บ้านปูเปิด 3 บทเรียนธุรกิจไทยร่วมแก้ปัญหาสังคม
SD 15 ปี BC4C บ้านปูเปิด 3 บทเรียนธุรกิจไทยร่วมแก้ปัญหาสังคม
Thailand Content Market 2026 เปิดเกมคอนเทนต์ไทยสู่โลก ปิดดีล 9.79 พันล้าน ‘จีน’ นำซื้อสูงสุด
Economic Thailand Content Market 2026 เปิดเกมคอนเทนต์ไทยสู่โลก ปิดดีล 9.79 พันล้าน ‘จีน’ นำซื้อสูงสุด
AXCR 2026 แรลลี่ที่ท้าทาย ชัยชนะทาง ‘วิศวกรรม’
Automotive AXCR 2026 แรลลี่ที่ท้าทาย ชัยชนะทาง ‘วิศวกรรม’
ดูทั้งหมด

ทุเรียนใต้โค้งสุดท้าย “พาณิชย์” เร่งดูดซับ 3 แสนตันหลังส่งออกทะลุ 1.27 แสนล้าน

08 ส.ค. 2569 | 18:42น.

“ศุภจี” ลงพื้นที่ชุมพรเร่งบริหารทุเรียนภาคใต้ช่วงปลายฤดูกาล หลังผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วราว 70-80% ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าดูดซับ 300,000 ตัน ล่าสุดดำเนินการแล้วกว่า 200,000 ตัน ด้านการส่งออกทุเรียนไทย ณ 4 สิงหาคม 2569 แตะ 1.11 ล้านตัน มูลค่ากว่า 127,220 ล้านบาท พร้อมสั่งทำ “ปฏิทินผลไม้รายจังหวัด” เชื่อมตลาดล่วงหน้า ดันแปรรูป-ใช้ประโยชน์ของเหลือ ลดปัญหาผลผลิตส่วนเกินในระยะยาว

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่จังหวัดชุมพร วันที่ 8 สิงหาคม 2569 เพื่อติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ว่า กระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งดูแลผลผลิตทุเรียนในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล โดยขณะนี้ผลผลิตทุเรียนภาคใต้ทยอยออกสู่ตลาดแล้วประมาณ 70-80% ขณะที่ปีนี้มีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน จึงต้องเร่งบริหารจัดการทั้งตลาดในประเทศและการส่งออกให้เดินหน้าต่อเนื่องจนจบฤดูกาลในระดับราคาที่เหมาะสม

จังหวัดชุมพรเป็นจุดสำคัญในการรวบรวมผลไม้ของภาคใต้ หากสามารถบริหารจัดการผลผลิตในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเชื่อมโยงการระบายผลไม้จากจังหวัดโดยรอบได้ด้วย โดยก่อนหน้าที่ผลผลิตจะออกสู่ตลาด กระทรวงได้เตรียมมาตรการเข้าไปช่วยรับซื้อและพยุงราคาไว้แล้ว

“ช่วงเดือนที่ผ่านมาได้รับทราบว่าราคาทุเรียนเริ่มย่อตัวลง ตนได้สั่งการตั้งแต่เดือนมิถุนายนก่อนผลผลิตออกให้เข้าไปช่วยรับซื้อและดึงราคา โดยตั้งเป้าดูดซับทุเรียนภาคใต้ประมาณ 300,000 ตัน ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วกว่า 200,000 ตัน ช่วยให้ราคากลับมาอยู่ในระดับที่สามารถเดินหน้าจนจบฤดูกาลได้” นางศุภจีกล่าว

สำหรับสถานการณ์ส่งออกทุเรียนไทย ล่าสุด ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ไทยส่งออกทุเรียนแล้ว 1,110,655.92 ตัน จำนวน 68,044 ตู้ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 127,220.52 ล้านบาท ท่ามกลางปัจจัยกดดันทั้งปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้ง และการแข่งขันจากประเทศคู่แข่ง

นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งอำนวยความสะดวกทั้งด้านการส่งออกและการขนส่ง โดยประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาหน้าด่าน ไม่ให้ผลผลิตทุเรียนติดค้าง รวมถึงเพิ่มทางเลือกด้านโลจิสติกส์ผ่านเส้นทางรถไฟและด่านหนองคาย เพื่อลดข้อจำกัดในการขนส่ง

ขณะเดียวกัน การบริหารผลไม้จะต้องเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มาเป็นการวางแผนล่วงหน้าตามช่วงเวลาที่ผลผลิตออกสู่ตลาด โดยสั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจัดทำ “ปฏิทินผลไม้” ของแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจน เพื่อให้ทราบว่าผลไม้ชนิดใดจะออกสู่ตลาดในช่วงใด และกระทรวงสามารถเข้าไปเชื่อมโยงตลาดได้ตรงจังหวะ

“เราต้องดูแลตั้งแต่ต้นฤดูจนถึงปลายฤดู และไม่ได้ดูเฉพาะทุเรียน เพราะชุมพรมีทั้งมังคุด กล้วย สับปะรด GI สละ และผลไม้อื่น ๆ ตารางผลผลิตผลไม้ไม่เหมือนกัน จึงสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดจัดทำปฏิทินผลไม้ของชุมพรให้ชัดเจนว่า ช่วงไหนผลไม้อะไรจะออกมาก เพื่อที่กระทรวงพาณิชย์จะได้เข้าไปช่วยทำตลาดได้ตรงจังหวะ รวมทั้งจัดทำข้อมูลราคาให้เกษตรกรติดตามสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิด” นางศุภจีกล่าว

นอกจากการบริหารผลผลิตสดแล้ว กระทรวงยังให้ความสำคัญกับการแปรรูปและการเพิ่มมูลค่า โดยระหว่างลงพื้นที่ได้เยี่ยมชมการนำเปลือกทุเรียนมาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ตามแนวทางวิศวกรรมแม่โจ้ 1 เพื่อเปลี่ยนของเหลือจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มตามแนวคิด Zero Waste

รวมถึงสนับสนุนการนำผลไม้และวัตถุดิบในพื้นที่ไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา เพื่อเพิ่มช่องทางรองรับผลผลิตในช่วงที่มีปริมาณออกสู่ตลาดสูง

“ระยะยาวเรื่องการแปรรูปจะช่วยเราได้มาก เพราะเมื่อผลผลิตออกมากเกินกว่าความต้องการทั้งในและต่างประเทศ จะเกิดแรงกดดันด้านราคา ดังนั้นต้องคิดล่วงหน้าว่าตลาดต้องการสินค้าแปรรูปแบบใด แล้วจึงนำตลาดมานำการผลิต ไม่ใช่ผลิตสิ่งที่ตลาดไม่ต้องการ” นางศุภจีกล่าว

นางศุภจีกล่าวต่อว่า กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าดูแลผลไม้ชนิดอื่นในภาคใต้ โดยเฉพาะมังคุด ซึ่งปีนี้ราคายังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และร่วมกับไปรษณีย์ไทยสนับสนุนบรรจุภัณฑ์และการขนส่ง เพื่อให้เกษตรกรสามารถส่งผลไม้ถึงผู้บริโภคทั่วประเทศได้โดยตรง

ส่วนปัญหามะพร้าวแกงที่มีผลผลิตส่วนเกิน กระทรวงพาณิชย์ได้เข้าดูดซับผลผลิตในจังหวัดชุมพรแล้วประมาณ 4 ล้านลูก และจะเร่งหาแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติมควบคู่กับการแก้ไขปัญหาเชิงระบบ

นางศุภจีกล่าวว่า แนวทางบริหารผลไม้หลังจากนี้จะต้องอาศัยความร่วมมือของหลายฝ่าย ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าภายใน สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ และเกษตรกร เพื่อผลักดันให้ชุมพรเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการผลไม้ครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนผลผลิต การทำตลาด การขนส่ง การแปรรูป ไปจนถึงการใช้ประโยชน์จากของเหลือ

“เป้าหมายคือทำให้ทุเรียนจบฤดูกาลได้อย่างน่าพอใจ เกษตรกรมีรายได้ที่เหมาะสม ผู้ประกอบการสามารถเดินหน้าธุรกิจได้ และในระยะต่อไปต้องทำให้ระบบแข็งแรงขึ้น ทั้งการมีตลาดนำการผลิต การทำปฏิทินผลไม้ การแปรรูป และการใช้ประโยชน์จากส่วนเกิน เพื่อไม่ให้ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในทุกฤดูกาล” นางศุภจีกล่าว