เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กกพ.ปรับค่าไฟบ้านใหม่ เริ่ม ก.ย. 69 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท ดันค่าไฟเฉลี่ยเหลือ 3.86 บาท
Economic กกพ.ปรับค่าไฟบ้านใหม่ เริ่ม ก.ย. 69 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท ดันค่าไฟเฉลี่ยเหลือ 3.86 บาท
ออมสิน X SAM ผุดโครงการใหม่ ช่วยลูกหนี้สร้างโอกาสทางการเงินอย่างยั่งยืน
Finance ออมสิน X SAM ผุดโครงการใหม่ ช่วยลูกหนี้สร้างโอกาสทางการเงินอย่างยั่งยืน
กรมธนารักษ์ เปิดประมูลเหรียญ 10 บาท หายาก ผ่าน Treasury Coin Market
Finance กรมธนารักษ์ เปิดประมูลเหรียญ 10 บาท หายาก ผ่าน Treasury Coin Market
‘ศศิน’ ชี้ EHIA พลาด จี้กรมชลฯ คำนวณความจุอ่างวังโตนดใหม่ ดันทางออกเขื่อนคู่ป่า
News ‘ศศิน’ ชี้ EHIA พลาด จี้กรมชลฯ คำนวณความจุอ่างวังโตนดใหม่ ดันทางออกเขื่อนคู่ป่า
Bravo BKK ชวนเติมรักให้“ขยับไปด้วยกัน” ในงาน “Bravo’s Love in Motion”
Biz Movement Bravo BKK ชวนเติมรักให้“ขยับไปด้วยกัน” ในงาน “Bravo’s Love in Motion”
ราคาทองวันนี้ (13 ส.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ส.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
อานิสงส์โรงไฟฟ้าโซลาร์-ขยะชุมชน ACE โชว์กำไรไตรมาส 2 โต 87.3%
Uncategorized อานิสงส์โรงไฟฟ้าโซลาร์-ขยะชุมชน ACE โชว์กำไรไตรมาส 2 โต 87.3%
ปักธง “ท่าอวกาศยานไทย” เอกชนร่วมทดสอบเทคโนโลยีจรวดครั้งแรก
Tech ปักธง “ท่าอวกาศยานไทย” เอกชนร่วมทดสอบเทคโนโลยีจรวดครั้งแรก
SCAP ครึ่งปีแรกกำไรโต 146% ลุ้นทำสถิตินิวไฮต่อเนื่องทั้งปี 2569
Uncategorized SCAP ครึ่งปีแรกกำไรโต 146% ลุ้นทำสถิตินิวไฮต่อเนื่องทั้งปี 2569
ศาล รธน. นัดไต่สวน 5 ปาก ‘คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง’ 26 ส.ค.
Politics ศาล รธน. นัดไต่สวน 5 ปาก ‘คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง’ 26 ส.ค.
ดูทั้งหมด

พิพัฒน์ ถกแผนแก้น้ำท่วมหาดใหญ่ จ่อชงตั้งวอร์รูม-ศึกษาอุโมงค์ผันน้ำ

03 ก.ค. 2569 | 16:49น.
ภาพ : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

“พิพัฒน์” ลงพื้นที่ จ.สงขลา นั่งประธานถกแผนแก้น้ำท่วมหาดใหญ่ สั่งเดินหน้าโครงการเร่งด่วน วงเงิน 99.5 ล้านบาท พร้อมเตรียมศึกษาโครงการอุโมงค์ผันน้ำ หวังฟื้นความเชื่อมั่นและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน สั่งสรุปแผนงานเสนอรัฐบาลภายใน 2 สัปดาห์

เมื่อเวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประธานการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ โดยมีนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย ผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

การประชุมครั้งนี้ เป็นการติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีบทบาทในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนและการฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากเหตุมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา

ทำให้ทุกภาคส่วนต้องเร่งระดมสรรพกำลังเพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมกำหนดมาตรการและหาแนวทางการรับมือกรณีเกิดอุทกภัย

ต่อมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานผลการดำเนินงาน ความคืบหน้าของโครงการต่าง ๆ ตลอดจนสถานการณ์น้ำ มาตรการป้องกัน และแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจในอนาคต ได้แก่ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก และสำนักงานชลประทานที่ 16 ร่วมให้ข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำ

ด้านสำนักงาน ปภ. จังหวัดสงขลา ได้รายงานการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยและการฝึกซ้อมการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ด้านสาธารณภัยประจำปี พ.ศ. 2569 (Crisis Management Exercise : C-MEX 26) กรณีอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา ในห้วงระหว่างวันที่ 13-17 กรกฎาคม 2569

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ได้เตรียมความพร้อมแบ่งออกเป็น 4 ด้านหลัก ประกอบด้วย ด้านบุคลากร (Staff) ด้านการเตรียมพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ (Stuff) ด้านโครงสร้าง (Structure) และด้านระบบ (System) รวมถึงเน้นการทำทะเบียนบัญชีกลุ่มเปราะบาง การซักซ้อมแผนร่วมกับเครือข่าย การจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และเตรียมทีมเยียวยาจิตใจ (MCATT) ควบคู่

ขณะที่ด้านเศรษฐกิจได้รับรายงานจากสำนักงานคลังจังหวัดสงขลา ได้รายงานถึงมาตรการจากสถาบันการเงิน 4 แห่ง จากธนาคารออมสิน (ช่วยเหลือกว่า 3 พันล้านบาท), ธนาคารกรุงไทย (ช่วยเหลือกว่า 1.7 พันล้านบาท), ธ.ก.ส. (ช่วยเหลือกว่า 2.7 พันล้านบาท) และ ธอส. (ช่วยเหลือกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท) ผ่านมาตรการพักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย และสนับสนุนสินเชื่อเยียวยา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา ได้รายงานข้อมูลการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย เปรียบเทียบระหว่างไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2569 มูลค่าการค้ารวม ในไตรมาสที่ 2 มีมูลค่า 81,693.37 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 เติบโต +4.71%) มูลค่าการส่งออกในไตรมาสที่ 2 มีมูลค่า 42,083.68 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นเล็กน้อย +0.30%) มูลค่าการนำเข้าไตรมาสที่ 2 มีมูลค่า 39,609.69 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน+9.85%) ซึ่งภาพรวมของมูลค่าการค้าชายแดนในไตรมาส 2/2569 ปรับตัวสูงขึ้นในทุกด้านเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

นอกจากนี้ได้มีสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด อบจ. ตลอดจนสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา รวมให้ข้อมูลการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย

จากนั้นที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาข้อเสนอและแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาอุทกภัย ทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ลดความสูญเสียต่อทรัพย์สินของประชาชน และปกป้องภาคธุรกิจการท่องเที่ยว

ด้านนายทรงพล จังศิริวัฒนธํารง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา ได้กล่าวในที่ประชุมถึงข้อเสนอถึงรัฐบาลเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ระบุว่า จังหวัดสงขลามีแผนงานและหน่วยงานรับผิดชอบอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ขาดคือการตัดสินใจและการดำเนินงานที่รวดเร็ว เนื่องจากเหลือเวลาอีกไม่ถึง 100 วันก่อนเข้าสู่ฤดูมรสุม

หากยังไม่สามารถอนุมัติงบประมาณและเริ่มดำเนินโครงการเร่งด่วนได้ทัน จะไม่สามารถขุดลอกคูคลอง ซ่อมบำรุงระบบระบายน้ำ และเตรียมเครื่องจักรได้ทันรับมือสถานการณ์น้ำหลาก

ทั้งนี้ ความเสียหายจากอุทกภัยปลายปีที่ผ่านมา มีมูลค่ารวมกว่า 87,800 ล้านบาท ส่งผลให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก นักท่องเที่ยวลดลงกว่า 55% รายได้ภาคท่องเที่ยวหดตัวอย่างหนัก และมีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 107,000 ราย

นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังเผชิญกับปัญหาจากประกันภัยที่ไม่ให้ความคุ้มครอง เนื่องจากยังไม่เห็นแผนบริหารจัดการน้ำที่ชัดเจน ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้ประกอบการ

ภาคเอกชนจึงเสนอ 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การเชิญนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ การจัดตั้ง “วอร์รูม” ระดับนโยบายที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน และการเร่งอนุมัติงบประมาณโครงการเร่งด่วนที่ยังค้างอยู่ โดยเฉพาะงบกลาง 99.5 ล้านบาท

ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันทีภายใน 100 วัน เพื่อขุดลอกคลอง กำจัดวัชพืช ซ่อมแซมระบบระบายน้ำ จัดหาเครื่องสูบน้ำ เรือ เครื่องจักร และครุภัณฑ์ที่จำเป็น ลดความเสี่ยงต่อพื้นที่เศรษฐกิจหลักของอำเภอหาดใหญ่ ควบคู่กับการผลักดันงบประมาณระยะสั้นของกรมชลประทานกว่า 1,174 ล้านบาท สำหรับซ่อมแซมคลองและระบบรับน้ำ

รวมถึงสนับสนุนเทศบาลนครหาดใหญ่ ในการจัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์ดูแลเมือง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ

พร้อมเสนอให้มีหน่วยงานเจ้าภาพหลักติดตามความคืบหน้าและขับเคลื่อนทุกโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่าการลงทุนเพื่อป้องกันภัยในวันนี้มีต้นทุนต่ำกว่าความเสียหายมหาศาลที่จะเกิดขึ้นหากปล่อยให้เกิดอุทกภัยซ้ำอีก

ขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด รวบรวมและสรุปโครงการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอทางรัฐบาลภายใน 2 สัปดาห์ พร้อมผลักดันโครงการเร่งด่วนวงเงิน 99.5 ล้านบาท และซ่อมแซมโครงสร้างระบบระบายน้ำที่ได้รับความเสียหาย ควบคู่กับการขุดลอกคลองและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ

ส่วนแผนระยะยาวเตรียมศึกษาโครงการอุโมงค์ผันน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำสู่อ่าวไทย และก่อสร้างถนนวงแหวนพร้อมคลองระบายน้ำรอบหาดใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ลดผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชน รวมถึงแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำขังบริเวณรอบทะเลสาบสงขลาในอนาคตอีกด้วย

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้เร่งผลักดันโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และกำชับให้มีการติดตามความคืบหน้าของแผนงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับระบบป้องกันและบรรเทาอุทกภัยของจังหวัดสงขลาให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม อันเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว นักลงทุน และสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป

ภาพ : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา