เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
Real Estate ‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
Biz Movement ‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
สามัญสำนึก จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
Tech เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
เริ่ม 28 ส.ค. เปิดวิ่งฟรี 2 ปี มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว แก้รถติดพระราม 2
Economic เริ่ม 28 ส.ค. เปิดวิ่งฟรี 2 ปี มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว แก้รถติดพระราม 2
Temasek เล็งเข้าลงทุน Samsung – SK Hynix ดันหุ้นชิปเกาหลีพุ่งแรง รับกระแส AI
World Temasek เล็งเข้าลงทุน Samsung – SK Hynix ดันหุ้นชิปเกาหลีพุ่งแรง รับกระแส AI
“ชามา” จัดเต็มเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ทำเลเด่นทั่วกรุง เจาะตลาดเทรนด์คนทำงานยุคใหม่
Real Estate “ชามา” จัดเต็มเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ทำเลเด่นทั่วกรุง เจาะตลาดเทรนด์คนทำงานยุคใหม่
ททท.ตราด ผุดแคมเปญ “ฟีลวิถีเล เสน่ห์คลองใหญ่” ชวนสัมผัสวิถีประมงพื้นบ้าน ส.ค.-ก.ย.นี้
เศรษฐกิจภูมิภาค ททท.ตราด ผุดแคมเปญ “ฟีลวิถีเล เสน่ห์คลองใหญ่” ชวนสัมผัสวิถีประมงพื้นบ้าน ส.ค.-ก.ย.นี้
ทองคำดีดกลับขาขึ้นแรง-เร็ว พักฐานจบ-ฟื้นมั่นคง-ลุ้น 75,000 บาทปีนี้
Finance ทองคำดีดกลับขาขึ้นแรง-เร็ว พักฐานจบ-ฟื้นมั่นคง-ลุ้น 75,000 บาทปีนี้
ดูทั้งหมด

HSBC หนุนไทยมุ่งสู่พลังงานสะอาด สร้างฐานความมั่นคง-ลดพึ่งพานำเข้า

19 มิ.ย. 2569 | 11:13น.
นายจัสติน วู
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

บทบาทของภาคการเงินถือว่ามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ในห้วงที่กระแส “พลังงานเปลี่ยนโลก” กลายเป็นโจทย์สำคัญของทุกประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเผชิญความท้าทายสองด้านพร้อมกัน คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และแรงกดดันจากเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ Net Zero

“NewsPulse” มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “นายจัสติน วู” ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง The Hongkong and Shanghai Banking Corporation Limited หรือ HSBC BANK ถึงมุมมองต่อทิศทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของไทย และโอกาสดึงเม็ดเงินลงทุนสีเขียว

อาเซียนยังลงทุนเปลี่ยนผ่านน้อย

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก ทั้งด้าน GDP ประชากร และความต้องการใช้พลังงานนับตั้งแต่ปี 2553 การใช้พลังงานของอาเซียนเพิ่มขึ้นถึง 62% ขณะที่ประเทศไทยมีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นประมาณ 20% สะท้อนให้เห็นว่าพลังงานยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมา คือ ต้นทุนของเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม แบตเตอรี่ และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ลดลงอย่างมาก จนสามารถแข่งขันกับพลังงานรูปแบบดั้งเดิมได้ ถ้าย้อนไปดูในอดีตการเติบโตทางเศรษฐกิจมักมาพร้อมกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้น แต่วันนี้เราเริ่มเห็นเส้นทางใหม่ที่เศรษฐกิจสามารถเติบโตได้ พร้อมกับลดการปล่อยคาร์บอนลง

หากมองภาพรวมทั่วโลก การลงทุนด้านพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด จากเพียง 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2548 เป็นประมาณ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ครึ่งหนึ่งของการลงทุนเกิดขึ้นในเอเชีย แต่เม็ดเงินกว่า 80% ยังคงกระจุกตัวอยู่ในจีน สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป แม้อาเซียนจะเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพสูง แต่ยังได้รับส่วนแบ่งการลงทุนด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานค่อนข้างจำกัด วันนี้การลงทุนด้านพลังงานสะอาดทั่วโลกมีมูลค่ามากกว่าหนึ่งล้านล้านดอลลาร์ต่อปี แต่อาเซียนยังดึงดูดเงินลงทุนได้ไม่มากนัก ทั้งที่หลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ได้ประกาศเป้าหมาย Net Zero อย่างจริงจังมากขึ้น

ชี้จุดแข็ง ตปท.สนลงทุนไทย

สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันพลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนเพียงประมาณ 5.7% ของการใช้พลังงานทั้งหมด แม้จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่านับตั้งแต่ปี 2553 ขณะที่รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายให้พลังงานสะอาดมีสัดส่วนถึง 51% ภายในปี 2580 ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างท้าทายเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค แต่นี่เป็นสัญญาณเชิงบวก และเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ เข้ามาในประเทศ ซึ่งการลดลงของต้นทุนพลังงานหมุนเวียนจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลง

หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในเอเชีย ไม่ได้มาจากประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่อง “ความมั่นคงทางพลังงาน” สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากน้ำมันดิบกว่า 80% และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) กว่า 90% ที่ขนส่งผ่านเส้นทางสำคัญ มีปลายทางอยู่ในเอเชีย สำหรับประเทศไทยแม้จะมีแหล่งพลังงานภายในประเทศ แต่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน 12-13% ของการใช้พลังงานทั้งหมด ดังนั้นพลังงานหมุนเวียนจึงไม่ใช่แค่เครื่องมือในการลดคาร์บอน แต่ยังเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโลก

HSBC
นายจัสติน วู

สำหรับจุดแข็งของประเทศไทยในการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด มีอยู่ 3 ประเด็นสำคัญ ประการแรก คือ พลังงานหมุนเวียนมีความคุ้มค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในมิติของต้นทุนและความมั่นคงทางพลังงาน ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลจากต่างประเทศ ประการที่สอง คือ ความต้องการจากภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติและอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ต้องการแหล่งพลังงานสะอาดและมีเสถียรภาพรองรับการเติบโต จากการพูดคุยกับลูกค้าในหลายอุตสาหกรรมเราเห็นความต้องการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างมาก และหลายบริษัทมองเรื่องนี้เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจลงทุน ส่วนประการที่สาม คือ ความพร้อมของภาคการเงินในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว

HSBC พร้อมหนุน Net Zero ไทย

HSBC มีเป้าหมายเป็นธนาคารที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 พร้อมตั้งเป้าระดมและสนับสนุนเงินทุนเพื่อความยั่งยืนมูลค่า 750,000 ล้านถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 ในประเทศไทย HSBC ต้องการทำหน้าที่เป็นพันธมิตรของภาคธุรกิจในการวางแผนเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และสนับสนุนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ ด้วยเรามีประสบการณ์ในประเทศไทยมายาวนานกว่า 138 ปี  วันนี้เราพร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตในอนาคต

ในฐานะธนาคารระดับโลก HSBC มองว่า บทบาทสำคัญของเราไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปล่อยสินเชื่อ แต่รวมถึงการเชื่อมโยงนักลงทุน เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานเข้าด้วยกัน ตอนนี้ลูกค้าของ HSBC จำนวนมากเป็นบริษัทข้ามชาติจากสหรัฐ ยุโรป และเอเชียที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนในประเทศไทย ซึ่งธนาคารสามารถช่วยจัดหาโซลูชั่นทางการเงินที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรเหล่านี้ได้ อีกด้านหนึ่ง HSBC ยังมีเครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่ในจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีพลังงานสะอาดของโลก โดยกว่า 80% ของห่วงโซ่มูลค่าที่เกี่ยวข้องกับโซลาร์และแบตเตอรี่เชื่อมโยงกับจีน เราสามารถช่วยนำเทคโนโลยี พันธมิตรทางธุรกิจ และเงินทุนจากเครือข่ายระดับโลกเข้ามาสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทยได้

Direct PPA จุดเปลี่ยนสำคัญ

สำหรับแนวคิดการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง หรือ Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) ที่รัฐบาลไทยกำลังผลักดันนั้น HSBC มองว่าเป็นพัฒนาการเชิงบวก หากภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงไฟฟ้าสะอาดได้โดยตรงมากขึ้น จะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ และเพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้พลังงานสะอาดตามเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม เราเองพร้อมสนับสนุนทั้งผู้ผลิตไฟฟ้าและผู้ใช้ไฟฟ้าผ่านเครื่องมือทางการเงินและบริการด้านการลงทุนที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน HSBC เองก็มีแนวโน้มที่จะใช้ประโยชน์จากกลไกดังกล่าวในอนาคต เนื่องจากธนาคารมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร และเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนในสำนักงานและศูนย์ข้อมูลทั่วภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว คือ ความชัดเจนของนโยบายภาครัฐ จากประสบการณ์การประเมินแผนเปลี่ยนผ่านของลูกค้ากว่า 4,000 รายทั่วโลก HSBC พบว่า กลุ่มธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีพร้อมใช้งานแล้ว เช่น พลังงานหมุนเวียนและยานยนต์ไฟฟ้าสามารถขยายตัวได้ค่อนข้างเร็ว แต่ในกลุ่มอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก ซีเมนต์ และปิโตรเคมี ยังต้องอาศัยเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูง และจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเพิ่มเติม

เช่นเดียวกันกับกฎหมาย Climate Change ของไทย ที่แม้จะยังอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่โดยภาพรวมประเทศไทยกำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ทั้งการยกระดับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า และการเปิดรับการลงทุนด้านพลังงานสะอาดมากขึ้น ดังนั้น การบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศและการสร้างความมั่นคงทางพลังงานไม่ได้เป็นเรื่องที่ขัดแย้งกัน แต่เป็นเป้าหมายที่สามารถเดินไปพร้อมกันได้

ตอนนี้การแข่งขันดึงดูดการลงทุนสีเขียวที่เข้มข้นขึ้นทั่วโลก HSBC มองว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของเม็ดเงินลงทุนด้านพลังงานสะอาดในภูมิภาค หากสามารถเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียน และสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง เพราะท้ายที่สุดแล้ว “พลังงานสะอาด” ไม่ใช่เพียงวาระด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นรากฐานใหม่ของความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในระยะยาว