เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ตลาดต่างชาติบูม ‘โปแลนด์’ ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย
Real Estate ตลาดต่างชาติบูม ‘โปแลนด์’ ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย
‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ถึงแก่อนิจกรรมวัย 98 ปี 
World ‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ถึงแก่อนิจกรรมวัย 98 ปี 
‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
Real Estate ‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
Biz Movement ‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
สามัญสำนึก จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
Tech เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
เริ่ม 28 ส.ค. เปิดวิ่งฟรี 2 ปี มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว แก้รถติดพระราม 2
Economic เริ่ม 28 ส.ค. เปิดวิ่งฟรี 2 ปี มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว แก้รถติดพระราม 2
Temasek เล็งเข้าลงทุน Samsung – SK Hynix ดันหุ้นชิปเกาหลีพุ่งแรง รับกระแส AI
World Temasek เล็งเข้าลงทุน Samsung – SK Hynix ดันหุ้นชิปเกาหลีพุ่งแรง รับกระแส AI
“ชามา” จัดเต็มเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ทำเลเด่นทั่วกรุง เจาะตลาดเทรนด์คนทำงานยุคใหม่
Real Estate “ชามา” จัดเต็มเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ทำเลเด่นทั่วกรุง เจาะตลาดเทรนด์คนทำงานยุคใหม่
ดูทั้งหมด

วรวงศ์ค้านขยายเพดานหนี้ ชี้ยังมีช่องบริหาร แนะกระชับหนี้–ปฏิรูป ศก.

20 เม.ย. 2569 | 12:07น.
เศรษฐกิจ

อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ค้านขยายเพดานหนี้สาธารณะ ชี้ยังมีช่องบริหาร แนะเร่ง “กระชับหนี้–ปฏิรูปเศรษฐกิจ” ก่อนขอเงินเพิ่มจากประชาชน

นายวรวงศ์ รามางกูร อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ คัดค้านแนวคิดขยายเพดานหนี้สาธารณะ โดยระบุว่า ประเทศไทยยังมีพื้นที่ทางการคลังเหลืออยู่ และควรเร่งบริหารหนี้เดิมให้เต็มประสิทธิภาพ ควบคู่กับการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน แทนการผลักภาระไปยังประชาชนในอนาคต

หนี้ใกล้ชนเพดาน–แนวโน้มยังเพิ่ม

ข้อมูลจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า หนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ 12.59 ล้านล้านบาท คิดเป็น 66.09% ของ GDP ใกล้เพดานกฎหมายที่ 70% เหลือพื้นที่อีก 3.91% หรือราว 7.45 แสนล้านบาท

ก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19 สัดส่วนหนี้ต่อ GDP อยู่ที่ 41.18% ก่อนจะเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนปัญหาเศรษฐกิจไทยที่เติบโตต่ำยาวนาน ขณะที่ในช่วงกันยายน 2568 ถึงกุมภาพันธ์ 2569 หนี้เพิ่มจาก 64.41% เป็น 66.09% หรือ 1.68% ภายในเวลาไม่ถึงปี

ย้อนตัวอย่างในอดีต: ทำเศรษฐกิจโตให้เร็วกว่าหนี้

นายวรวงศ์ยกตัวอย่างสมัยรัฐบาลของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่สามารถลดสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จาก 57.6% เหลือ 39.18% ผ่านการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยราว 5% ต่อปี ทำให้ “GDP โตเร็วกว่าหนี้” และสามารถชำระหนี้ IMF ได้ก่อนกำหนด

เขาระบุว่า หัวใจสำคัญคือการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบ ตั้งแต่ระดับฐานรากถึงภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ส่งผลให้รายได้ประชาชนเพิ่มขึ้น ภาคธุรกิจขยายตัว และรัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มภาระภาษีแก่ประชาชน

ชี้นโยบายปัจจุบันยังเน้นระยะสั้น

นายวรวงศ์มองว่า แผนนโยบายเศรษฐกิจในปัจจุบันยังเน้นมาตรการกระตุ้นระยะสั้น เช่น การอุดหนุนราคาสินค้าและการแจกเงิน มากกว่าการลงทุนระยะยาวเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ทำให้ไม่สามารถยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจประเทศในระยะยาวได้

“หากยังไม่มีแผนใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพและตรงเป้าหมาย โครงสร้างเศรษฐกิจไทยจะไม่เปลี่ยนแปลง ท้ายที่สุดจะเหลือเพียงภาระหนี้ให้คนรุ่นต่อไปต้องรับผิดชอบ” นายวรวงศ์กล่าว

ปมหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ภาระยืดเยื้อเกือบ 30 ปี

หนี้ก้อนดังกล่าวมีที่มาจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 หรือวิกฤตต้มยำกุ้ง ซึ่งรัฐต้องเข้าช่วยเหลือระบบสถาบันการเงินผ่านกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

แม้เวลาจะผ่านมากว่า 2 ทศวรรษ หนี้ส่วนนี้ยังคงเป็นภาระที่รัฐบาลต้องทยอยชำระอย่างต่อเนื่อง ผ่านกลไกการจัดเก็บเงินจากระบบสถาบันการเงินและงบประมาณของรัฐ สะท้อนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของการบริหารหนี้ภาครัฐไทย

วรวงศ์เสนอว่า ก่อนจะขยายเพดานหนี้รัฐควร “กระชับหนี้เก่า” โดยเฉพาะหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ซึ่งเป็นตัวอย่างของภาระระยะยาวที่ยังไม่ถูกแก้ไขอย่างเด็ดขาด

ปัจจุบันหนี้ที่รัฐบาลกู้เพื่อชดเชยความเสียหายให้กองทุนฟื้นฟูฯ คงเหลืออยู่ประมาณ 4.89 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นภาระสะสมยาวนานเกือบ 30 ปี รัฐบาลควรส่งสัญญาณถึงธนาคารแห่งประเทศไทยขอกระชับหนี้ โดยขอให้ ธปท.ปรับแผนการชำระหนี้ให้เร็วขึ้น ไม่ต้องรออีก 20-30 ปีข้างหน้า

ทางออก: กระชับหนี้–เพิ่มรายได้–ระดมทุนรูปแบบใหม่

วรวงศ์เสนอว่า หากเศรษฐกิจเติบโตเกิน 5% ต่อปี GDP จะเพิ่มขึ้นราว 9.5 แสนล้านบาทต่อปี สามารถสร้างพื้นที่การคลังเพิ่มได้ไม่น้อยกว่า 5 แสนล้านบาทต่อปี หรือราว 2.4 ล้านล้านบาทตลอด 4 ปี

ขณะเดียวกันควรปรับโครงสร้างหนี้รัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านล้านบาท สามารถเพิ่มพื้นที่ทางการคลังอีกประมาณ 2 แสนล้านบาท

ในด้านรายได้ เขาเสนอให้รัฐนำเทคโนโลยีมาใช้ขยายฐานภาษีและดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ภาษีได้เทียบเท่าการขึ้น VAT 2% หรือราว 2.7 แสนล้านบาทต่อปี

ตนเองอยากให้รัฐบาลสานต่อนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน ของพรรคเพื่อไทย เพื่อดึง “เศรษฐกิจนอกระบบ” (Informal Economy) ที่มีมูลค่ามหาศาลเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลของรัฐ ซึ่งจะช่วยขยายฐานการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น แทนการปรับขึ้นอัตราภาษี

ส่วนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ รัฐไม่จำเป็นต้องลงทุนเองทั้งหมด ควรระดมทุนจากประชาชนผ่าน Infrastructure Fund (IFF) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ช่วยให้รัฐมีเงินสำหรับลงทุนโครงการขนาดใหญ่ได้ทันที โดยไม่กระทบรายจ่ายตามงบประมาณประจำปี และไม่เป็นการก่อหนี้สาธารณะใหม่เพิ่มเติม

ย้ำยังไม่จำเป็นต้องขยายเพดานหนี้

นายวรวงศ์ประเมินว่า หากรวมศักยภาพจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ การบริหารหนี้ การเพิ่มรายได้ และการเพิ่มการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ รัฐจะมีวงเงินกู้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 4 ล้านล้านบาท สำหรับช่วง 4 ปีนี้ของรัฐบาล

“ประเทศไทยยังไม่จำเป็นต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะในเวลานี้ หากสามารถบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายวรวงศ์กล่าวทิ้งท้าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กับดักหนี้ เพดานหนี้