เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แสนสิริ เปิดตัวเดอะมูฟทำเลใหม่ “ลาดพร้าว 35” เริ่ม 2.29 ล้าน เจาะตลาดเช่ายีลด์ 6%
Real Estate แสนสิริ เปิดตัวเดอะมูฟทำเลใหม่ “ลาดพร้าว 35” เริ่ม 2.29 ล้าน เจาะตลาดเช่ายีลด์ 6%
กยท.สกัด “สารขาว” ปนยางก้อนถ้วย ห่วงฉุดคุณภาพยางไทย เร่งคุมตั้งแต่จุดรับซื้อ
Economic กยท.สกัด “สารขาว” ปนยางก้อนถ้วย ห่วงฉุดคุณภาพยางไทย เร่งคุมตั้งแต่จุดรับซื้อ
ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ส่ง “สติงค์” ลุยตลาดเครื่องดื่ม ดึง F1 ชูกลยุทธ์ประสบการณ์
Biz Movement ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ส่ง “สติงค์” ลุยตลาดเครื่องดื่ม ดึง F1 ชูกลยุทธ์ประสบการณ์
Thai SELECT บุกตลาดจีน “DITP” ใช้เกมทำอาหาร-อินฟลูเอนเซอร์ ดันอาหารไทยสู่โอกาสการค้า
Economic Thai SELECT บุกตลาดจีน “DITP” ใช้เกมทำอาหาร-อินฟลูเอนเซอร์ ดันอาหารไทยสู่โอกาสการค้า
ลอรีอัล กวาดรายได้ครึ่งปีแรก 2.37 หมื่นล้านยูโร คว้าลิขสิทธิ์ “Gucci” 50 ปี-ขน 4 แบรนด์ลุยไทย
Biz Movement ลอรีอัล กวาดรายได้ครึ่งปีแรก 2.37 หมื่นล้านยูโร คว้าลิขสิทธิ์ “Gucci” 50 ปี-ขน 4 แบรนด์ลุยไทย
ดีน่า ปรับโฉมใหญ่รอบหลายสิบปี ส่งแคมเปญใหม่เจาะ Gen Z-Millennials
Biz Movement ดีน่า ปรับโฉมใหญ่รอบหลายสิบปี ส่งแคมเปญใหม่เจาะ Gen Z-Millennials
ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,700 บาท
Zadi & Jo เปิดเกมออฟไลน์ ปักหมุด EVEANDBOY สยามสแควร์ รุกตลาด Teen Beauty
Biz Movement Zadi & Jo เปิดเกมออฟไลน์ ปักหมุด EVEANDBOY สยามสแควร์ รุกตลาด Teen Beauty
“บางกอกแอร์เวย์ส” ชี้ไตรมาส 2/69 ต้นทุนพุ่ง กดกำไรสุทธิร่วง 17.6% เหลือ 332.6 ล้านบาท
Business “บางกอกแอร์เวย์ส” ชี้ไตรมาส 2/69 ต้นทุนพุ่ง กดกำไรสุทธิร่วง 17.6% เหลือ 332.6 ล้านบาท
อ.ส.ค. ดันนมโคสดแท้ 100% จาก CSR ถึงแบรนด์สหกรณ์ “CM Milk”ในวันที่ต้องสร้างตลาดเอง
Economic อ.ส.ค. ดันนมโคสดแท้ 100% จาก CSR ถึงแบรนด์สหกรณ์ “CM Milk”ในวันที่ต้องสร้างตลาดเอง
ดูทั้งหมด

เอกชน เสนอ 6 ข้อ Quick Big Win นโยบายด้านแรงงานของประเทศไทย

20 ต.ค. 2568 | 14:19น.

“พจน์” ประธานหอการค้าไทย หารือ รมว.แรงงาน ชู 6 ข้อเสนอ Quick Big Win จับมือภาครัฐและภาคเอกชนเร่งขับเคลื่อนนโยบายให้เห็นผลภายใน 4 เดือน

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ประธานกรรมการ เปิดเผยหลังประชุมหารือร่วมกับ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยคณะกรรมการแรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน หอการค้าจังหวัด และสมาคมการค้าต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมแก้ไขปัญหาแรงงานของประเทศไทยมาโดยตลอดร่วมกับรัฐบาลและกระทรวงแรงงาน ตลอดระยะเวลามากกว่า 15 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่ากระทรวงแรงงาน ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาได้ให้ความร่วมมือและรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนโดยเฉพาะหอการค้าไทย เพื่อร่วมแก้ไขและมีนโยบาย
ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ถึงแม้ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่ยังคงมีความผันผวนและเปราะบาง อันเป็นผลมาจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้าระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศและภาคธุรกิจให้ต้องเผชิญกับความท้าทายหลากหลายประการอย่างที่รับทราบกันในปัจจุบันนั้น

อย่างไรก็ดี ทางการกระทรวงแรงงาน ได้แถลงนโยบาย 5 ด้านเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงแรงงาน ได้แก่ การแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานจากการสู้รบไทย-กัมพูชา , การพัฒนา Up Skill & Re Skill แรงงานไทยให้ก้าวทันเทคโนโลยี , การส่งเสริมสวัสดิการแรงงาน , การสร้างโอกาสให้แรงงานไทยมีงานทำในต่างประเทศ และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี

ดังนั้น หอการค้าไทย จึงได้จัดทำข้อเสนอ Quick Big Win นโยบายด้านแรงงานของประเทศไทย ที่ภาคเอกชนอยากจะเห็นผลสำเร็จเร่งด่วนใน 4 เดือน เพื่อเสนอให้กระทรวงแรงงานพิจารณาแก้ไขปัญหาและกำหนดนโยบายด้านแรงงานไปสู่แนวทางการปฏิบัติได้ในทุกมิติและเกิดประโยชน์ต่อมวลรวมของประเทศชาติดังนี้

1. คัดค้านการแก้ไข ร่าง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยเห็นควรให้ภาคเอกชน สมาคมนายจ้าง ได้แสดงความคิดเห็นอย่างรอบด้านและเป็นธรรมทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง รวมทั้งไม่ให้ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน บรรยากาศการลงทุน และภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ซึ่งกระทรวงแรงงานจะเป็นหน่วยงานประสานงานกลางระหว่างหอการค้าไทย ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเสนอความคิดเห็นกับคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว

2. นโยบายการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำประจำปีเสนอให้การปรับอัตราค่าจ้างเป็นไปตามมาตรา 87แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และแนวทางขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ(ILO) โดยใช้กลไกคณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) ที่พิจารณาจากข้อเท็จจริงด้านค่าครองชีพ ต้นทุนการผลิต ผลิตภาพแรงงานและสภาพเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เกิดความสมดุลและเป็นธรรมทั้งต่อนายจ้างและลูกจ้าง โดยกระทรวงแรงงาน จะรับข้อเสนอของหอการค้าไทยไปดำเนินการพร้อมเสนอต่อคณะกรรมการไตรภาคีค่าจ้างขั้นต่ำ

3. เร่งรัดการการทบทวนหลักเกณฑ์การวางหลักประกันในการนำเข้าแรงงานต่างด้าว โดยเสนอให้ทบทวนและกลับไปใช้กฎกระทรวงการขอใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการกำหนดหลักประกันในการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ พ.ศ. 2559 ข้อ 22 เพื่อเป็นการช่วยลดภาระต้นทุนให้กับสถานประกอบการในการจ้างแรงงานต่างด้าวในปัจจุบัน

4. การสนับสนุนนโยบายการยกระดับทักษะแรงงาน (Up-skill & Re-skill) โดยจัดตั้งความร่วมมือ“รัฐ–เอกชน–สถาบันการศึกษา” เพื่อยกระดับทักษะแรงงานให้ตรงความต้องการของอุตสาหกรรมโดยเน้น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มเด็กจบใหม่ 2) กลุ่มคนทำงาน และ 3 กลุ่มเปราะบาง อาทิ คนพิการผู้สูงอายุ ซึ่งจะสอดรับกับมาตรของคณะนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลผ่านมาตรการคนละครึ่งพลัสตลอดจนขยายอัตราค่าจ้างตามทักษะฝีมือแรงงาน (Pay by Skills) ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน และให้ความสำคัญกับการ Up-Skill & Re-Skill, Multi-Skill และNew Skill เพื่อสร้างแรงงานที่มีทักษะฝีมือให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และเพิ่มผลิตภาพแรงงาน (Labor Productivity) สามารถลดต้นทุนและสร้างความสามารถในการแข่งขันเป็นต้น

5. การบริหารจัดการและลดขั้นตอนการทำงานของคนต่างด้าว (กลุ่ม Skill-Labor &Un-Skill Labor) โดยจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านแรงงาน (OSS) เพื่ออำนวยความสะดวกด้าน VISA &Work Permit ให้กับนักลงทุนต่างประเทศ และตอบข้อสงสัยด้านกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยมีหน่วยงาน อาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , สำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) , กรมการค้าต่างประเทศ ฯลฯ เป็นต้น ตลอดจน ลดค่าใช้จ่ายและขั้นตอนการนำเข้าแรงงานต่างด้าวในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น6. จัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านแรงงาน (กรอ.แรงงาน) เพื่อเป็นกลไกกลางบูรณาการข้อเสนอและนโยบายแรงงานระหว่างภาครัฐกับเอกชน ให้สามารถขับเคลื่อนและเห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 4 เดือน

ดร.พจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้รับข้อเสนอ Quick Big Winของหอการค้าไทย ทั้ง 6 ข้อเสนอมาบูรณาการร่วมกับนโยบายของกระทรวงแรงงาน พร้อมทั้งเห็นชอบการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชน ด้านแรงงาน (กรอ.รง) โดยมอบหมายปลัดกระทรวงแรงงานเป็นผู้ดำเนินการเพื่อหารือรายละเอียดข้อเสนอร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อย่างเร่งด่วนและขับเคลื่อนสู่เป้าหมายเดียวกัน ซึ่งเชื่อมั่นว่าหากดำเนินการตามข้อเสนอจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการแรงงานของประเทศ เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจและเศรษฐกิจ และยังสร้างความมั่นคงด้านแรงงานไทยในระยะยาว เพื่อให้แรงงานไทย “มีงานดีมีทักษะ มีหลักประกันสวัสดิการ” และเติบโตได้อย่างมั่นคงใน
อนาคต