เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บี.กริม เพาเวอร์ โชว์ไตรมาส 2/69 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิเติบโต ปันผลระหว่างกาล 0.18 บาทต่อหุ้น
Finance บี.กริม เพาเวอร์ โชว์ไตรมาส 2/69 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิเติบโต ปันผลระหว่างกาล 0.18 บาทต่อหุ้น
ม.รังสิต วางเป้ายั่งยืน ‘Net Zero Campus’ AI-IoT บริหารพลังงาน
การศึกษา ม.รังสิต วางเป้ายั่งยืน ‘Net Zero Campus’ AI-IoT บริหารพลังงาน
‘บินไทย’ ตั้งรับความเสี่ยงน้ำมัน ทุ่มลงทุนอีก 1.2 แสนล้านหาเครื่องใหม่เพิ่ม
Business ‘บินไทย’ ตั้งรับความเสี่ยงน้ำมัน ทุ่มลงทุนอีก 1.2 แสนล้านหาเครื่องใหม่เพิ่ม
ซี.พี. เล่นใหญ่ปั้นดิสนีย์แลนด์วงการค้าปลีก ดัน Happitat ขึ้นแท่นเดสติเนชั่นท่องเที่ยว
Business ซี.พี. เล่นใหญ่ปั้นดิสนีย์แลนด์วงการค้าปลีก ดัน Happitat ขึ้นแท่นเดสติเนชั่นท่องเที่ยว
ทรัมป์สั่งรีดภาษีโดรน สูงสุด 100% สกัดอิทธิพลจีน
World ทรัมป์สั่งรีดภาษีโดรน สูงสุด 100% สกัดอิทธิพลจีน
ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
‘ณัฐภูมิ เปาวรัตน์’  กาง 4S สู่เป้าไทยฮับโลจิสติกส์
Economic ‘ณัฐภูมิ เปาวรัตน์’  กาง 4S สู่เป้าไทยฮับโลจิสติกส์
Sony-TSMC ลุยลงทุนคุมาโมโตะ ทุ่ม 1 ล้านล้านเยนเปิดสายผลิตใหม่
Business Sony-TSMC ลุยลงทุนคุมาโมโตะ ทุ่ม 1 ล้านล้านเยนเปิดสายผลิตใหม่
ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ ถล่มญี่ปุ่น ติดค้างสนามบินนาริตะ 7,000 คน-เสียชีวิต 4 ราย
World ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ ถล่มญี่ปุ่น ติดค้างสนามบินนาริตะ 7,000 คน-เสียชีวิต 4 ราย
คปภ. จัดแคมเปญ “เยาวชนรุ่นใหม่ ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจ พ.ร.บ.” กับ 5 สถานศึกษาในพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุ
Finance คปภ. จัดแคมเปญ “เยาวชนรุ่นใหม่ ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจ พ.ร.บ.” กับ 5 สถานศึกษาในพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุ
ดูทั้งหมด

ชู “ทรัพย์สินทางปัญญา” ต่อยอด “ซอฟต์พาวเวอร์ไทย”

28 มี.ค. 2567 | 09:45น.
Wutthikrai
สัมภาษณ์

นโยบายส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ใน 11 สาขาสำคัญ เพื่อต่อยอดในการสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า นับเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งเชื่อมโยงกับการทำงานของกรมทรัพย์สินทางปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจดทะเบียนคุ้มครองสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เพื่อสร้างการรับรู้และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าท้องถิ่น “NewsPulse” สัมภาษณ์ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ถึงทิศทางการทำงานปี 2567

นายวุฒิไกร ฉายภาพว่า ในช่วงการทำงานในหลายปีที่ผ่านมาผมและทีมงานมุ่งยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลและความต้องการประชาชน แต่ต้องยอมรับว่า เรื่องทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนสำหรับคนภายนอก แต่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดเรื่องหนึ่งในการยกระดับภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศ”

“ผมอยากให้มองเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาเป็นภาพใหญ่ 4 บวก 1 คือ การสร้างสรรค์ (Creation) การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ (Commercialization) การคุ้มครอง (Protection) การปกป้องสิทธิ (Enforcement) และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่ง GI เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกรัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะเป็นเรื่องของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานรากตลอดการทำงาน”

ลุย “ซอฟต์พาวเวอร์”

แผนงานช่วง 6 เดือนหลังของปีงบประมาณ 2567 จะมุ่งส่งเสริมการสร้างสรรค์และใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการสำคัญอย่างการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ไทยด้วยทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางการค้าใน 11 อุตสาหกรรม เพื่อให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญาในการยกระดับประเทศ

“เรื่องการส่งเสริม Soft Power เราวางบทบาทกรมให้เป็นที่ปรึกษาในการวางกลยุทธ์ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา (IP Strategy) ให้กับคณะอนุกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติทั้ง 11 คณะด้วย จากที่ผ่านมาได้นำ IP Strategy มาประยุกต์ใช้กับการทำธุรกิจแบบใหม่ที่ใช้ IP เป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับธุรกิจ สร้างผู้ประกอบการหลัก 100 ราย สร้างมูลค่ากว่า 800 ล้านบาทแล้ว”

ซึ่งกรมจะสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนต่อยอดการสร้างต้นแบบธุรกิจ ที่มี IP Strategy เป็นอาวุธและโล่กำบัง โดยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการไทยในตลาดโลกด้วยทรัพย์สินทางปัญญา จากที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในกรณีของ WGP#1 สู่กีฬาอื่น ๆ เช่น มวยไทย นอกจากนี้เชื่อมโยงไปยังทูตพาณิชย์ไทยในต่างประเทศ รวมถึงการใช้เครือข่ายภาคเอกชนที่เข้มแข็ง นำผู้ประกอบการไทยออกสู่ตลาดโลก

เร่งสร้างสรรค์-ดันรายได้

การสร้างทรัพย์สินทางปัญญาต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอ เห็นได้จากการที่เปิดศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาแบบครบวงจรหรือ IPAC มากว่า 3 ปีแล้ว เพื่อเป็นจุดให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา

ภายในศูนย์จะมีระบบวิเคราะห์ แนวโน้มเทคโนโลยีสิทธิบัตร ช่วยให้ธุรกิจรู้เท่าทันคู่แข่งคู่ค้า และมองเห็นช่องว่างของการพัฒนาเทคโนโลยี ทั้งยังช่วยวางแผนกลยุทธ์หรือแนวทางพัฒนาสินค้า

ซึ่งที่ผ่านมาโดยเฉลี่ยเดือนหนึ่งจะมียอดเข้ารับคำปรึกษา 1,000 เคส คิดเป็น 10,000 เคสต่อปี หมายความว่ามีผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ต้องการข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา

ในอนาคตอยากจะตั้งกองทุนส่งเสริมผู้ประกอบการไทยไปจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาใน EU จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ และช่วยเหลือเมื่อบริษัทไทยโดนละเมิด IP เช่น เครื่องหมายการค้า ในต่างประเทศ พัฒนาระบบบริหารจัดการงานลิขสิทธิ์ทั้งการรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ และระบบเพลงซ้ำซ้อน เพื่อให้ผู้ใช้งานลิขสิทธิ์สืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ และเจรจาขออนุญาตใช้งานจากเจ้าของจริงได้สะดวก

ทำให้เกิดการใช้งานลิขสิทธิ์ในเชิงพาณิชย์เพิ่มมากขึ้น ส่งเสริมงานสร้างสรรค์ของคนไทยสู่ตลาดต่างประเทศ

และส่งเสริมคนรุ่นใหม่สามารถสร้างสรรค์งานเพลง บุกตลาดสตรีมมิ่งในเอเชีย เช่น ฮ่องกง มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย ปัจจุบันมีการรับชมกว่า 10 ล้านครั้ง

สร้างมูลค่าเพิ่ม สินค้าท้องถิ่น

การใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่น ผ่านการขึ้นทะเบียนจีไอไทยทั้งในและต่างประเทศนับว่ามีความสำคัญมาก ปัจจุบันมีสินค้าจีไอขึ้นทะเบียนไปแล้ว 200 สินค้า สร้างมูลค่ากว่า 58,000 ล้านบาท ในกลุ่มนี้มีสินค้าจีไอที่ได้รับการควบคุมคุณภาพแล้วถึง 162 สินค้า

คิดเป็น 82% ของสินค้าที่ขึ้นทะเบียนจีไอทั้งหมด และได้มีการต่อยอดการจดจีไอไปในต่างประเทศ เช่น ไทยและญี่ปุ่น แลกเปลี่ยนการจด จีไอ กาแฟดอยช้าง กาแฟดอยตุง กับเนื้อทาจิมะ เนื้อคาโงชิมะ เป็นต้น

“เป้าหมายปี 2567 กรมจะขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอเป็น 211 สินค้า คาดว่าจะสร้างมูลค่ากว่า 64,000 ล้านบาท พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ให้สินค้าจีไอไทย เช่น ร่วมกับนิตยสาร Gourmet & Cuisine ซึ่งเป็นนิตยสารด้านอาหารที่มีเครือข่ายร้านอาหารเพื่อนำสินค้าจีไอไปเป็นวัตถุดิบในร้านอาหาร การเปิดตัว GI Routing, GI GPS เที่ยวไทยมีจีไอนำทาง เป็นต้น”

คุ้มครอง-ป้องกันก๊อบปี้

อีกด้านหนึ่ง การให้ความคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เป็นภารกิจหลัก กรมได้นำเทคโนโลยีมาช่วยบริการรับจดทะเบียนออนไลน์ให้ผู้ประกอบการและประชาชนสามารถยื่นคำขอทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภทได้สะดวกรวดเร็ว และประหยัด

รวมถึงระบบการบริหารจัดการการพิจารณาคำขอของนายทะเบียนที่มีประสิทธิภาพ ได้มาตรฐานยิ่งขึ้นด้วย และจัดทำกลไก Fast Track ลดเวลาในการจดคุ้มครอง เช่น เครื่องหมายการค้า ภายใน 4 เดือน อนุสิทธิบัตร ภายใน 6 เดือน และสิทธิบัตร ภายใน 12 เดือน ตลอดจนช่วยลดต้นทุนให้ SMEs เช่น ร่วมมือกับภาคเอกชน บริษัท โฟโนไรท์ (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์รายใหญ่ของไทย ส่งเสริม SMEs กว่า 400,000 ราย ใช้เพลงถูกลิขสิทธิ์กว่า 10 ล้านเพลง ฟรี 3 เดือน และมอบส่วนลดค่าลิขสิทธิ์เพลง 50-55% ต่อเนื่องอีก 1 ปี

ส่วนการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ปี 2566 สามารถจับกุมทั้ง Offline และ Online กว่า 1,700 คดี ของกลาง 2.2 ล้านชิ้น มูลค่ากว่า 1,240 ล้านบาท โดยพัฒนามาตรการป้องปรามการละเมิดเชิงรุกทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ รวมทั้งส่งเสริมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททั้งในและต่างประเทศ เพื่อลดจำนวนคดีขึ้นสู่ศาล ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้จะผลักดันการแก้ไขกฎหมายสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ให้ตอบโจทย์การค้ายุคดิจิทัล และการจัดทําแผนพัฒนาด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทย พ.ศ. 2567-2569 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบคุ้มครองและปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา โดยมีหมุดหมายสำคัญในการเดินหน้านำพาประเทศไทยหลุดจากบัญชีประเทศที่ถูกจับตามอง (Watch List : WL) ของประเทศคู่ค้าสหรัฐ

“กรมทำงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าของสิทธิ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรมศุลกากร DSI กอ.รมน. วางมาตรการลดสินค้าละเมิด ซึ่งจะเป็นกลไกที่ผลักดันให้ไทยต้องหลุดจากบัญชี Watch List (กฎหมาย 301 พิเศษ ของสหรัฐ) ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ระหว่างจัดทำ IP Work Plan ร่วมกับ USTR คาดว่าจะสามารถหลุดจากบัญชี Watch List ได้ภายใน 2 ปี”