ม.รังสิต วางเป้ายั่งยืน ‘Net Zero Campus’ AI-IoT บริหารพลังงาน
มหาวิทยาลัยรังสิต วางเป้าหมายก้าวสู่มหาวิทยาลัยต้นแบบด้านความยั่งยืนของประเทศไทย เปิดผลการลงทุนด้านพลังงานสะอาด AI และระบบ IoT มาบริหารจัดการอาคารสู่ Smart & Low Carbon Campus ประหยัดค่าไฟฟ้าสะสมแล้วกว่า 24 ล้านบาท
รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ รุจิระยรรยง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายอาคารและสิ่งแวดล้อมและคณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงแนวทางจากนโยบายสู่การลงมือทำด้านความยั่งยืนว่า โครงการที่มหาวิทยาลัยรังสิตได้ดำเนินการนั้นไม่ได้เป็นเพียงการประหยัดพลังงาน แต่เป็นการวางยุทธศาสตร์ระยะยาวที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals: SDGs)
โดยเฉพาะด้านพลังงานสะอาด (SDG 7) เมืองและชุมชนยั่งยืน (SDG 11) และการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13) ในขณะเดียวกัน ยังสอดคล้องกับเป้าหมายระดับโลกจากการประชุม COP26 ที่มุ่งสู่ Carbon Neutrality ภายในปี ค.ศ. 2050 และ Net Zero Emissions ภายในปี ค.ศ. 2065
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว มหาวิทยาลัยรังสิตจึงพัฒนาโมเดลการบริหารจัดการภายใต้ยุทธศาสตร์ DIOC ซึ่งเชื่อมโยง 6 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.อาคารสีเขียว (Green Building) 2.ระบบขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV) 3.เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) 4.พลังงานสะอาด (Clean Energy) 5.อาคารอัจฉริยะ (Smart Building) และ 6.การบริหารจัดการคาร์บอน (Carbon Management)
ขับเคลื่อนผ่านระบบ 3 ระดับ ได้แก่ 1.Physical Layer ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจริง เช่น โซลาร์เซลล์ รถ EV และระบบพลังงาน 2.Digital Layer เชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่ระบบดิจิทัลแบบเรียลไทม์ และ 3.Management Layer วิเคราะห์ข้อมูลผ่าน Dashboard เพื่อบริหารพลังงานและติดตามการปล่อยคาร์บอนอย่างแม่นยำ
โดยมีโครงการตัวอย่างคือ การลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่องตลอด 3 ระยะ ระยะแรกและระยะที่สอง มหาวิทยาลัยติดตั้ง Solar Rooftop บนอาคารเรียน รวมกำลังการผลิต 4.1 เมกะวัตต์ พร้อมต่อยอดด้วย Solar Floating หรือโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ รวมถึงการพัฒนา Net Zero Building อาคารต้นแบบที่ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ พร้อมระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ซึ่งลดค่าไฟฟ้าสะสมแล้วกว่า 24 ล้านบาท ช่วยระหยัดค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 8 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสม เทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 290,000 ต้น

มหาวิทยาลัยรังสิตได้นำ AI และ IoT มาพัฒนาอาคาร 11 และ 12 ให้กลายเป็น Smart Building ระบบจะตรวจวัดอุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และจำนวนผู้ใช้งานในแต่ละพื้นที่แบบเรียลไทม์ ก่อนให้ AI ปรับการทำงานของระบบปรับอากาศอย่างอัตโนมัติ แทนการเปิดเครื่องตามเวลาที่กำหนดแบบเดิม
เมื่อ AI บริหารอาคารแทนคน สามารถลดพลังงานลงได้เกือบครึ่ง แต่ผู้ใช้อาคารรู้สบายกว่าเดิม เพราะการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาดนับเป็นแนวทางที่ดีที่สุด เพราะสามารถลดการใช้พลังงานได้ 45-49% เพิ่มระดับความสบายของผู้ใช้อาคาร 37% นั่นหมายความว่า การประหยัดพลังงานไม่จำเป็นต้องแลกกับความสะดวกสบาย หากใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยรังสิตได้วางโรดแมปสู่ Net Zero Campus แคมปัสแห่งอนาคตที่คิดไกลกว่าการประหยัดไฟ โดยมีแผนการดำเนินงาน ในปัจจุบัน-ปี ค.ศ. 2028 จะขยายการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ครอบคลุมทุกอาคาร พร้อมเพิ่มระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน เพื่อใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางคืนและวันหยุด
ช่วงปี ค.ศ. 2029-2030 จะเร่งเปลี่ยนระบบขนส่งภายในมหาวิทยาลัยให้เป็นรถพลังงานไฟฟ้า พร้อมพัฒนาสถานีชาร์จ EV ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด
และปี ค.ศ. 2030 เป็นต้นไป มหาวิทยาลัยจะพัฒนา Digital Twin Campus หรือแบบจำลองดิจิทัลของทั้งแคมปัส เพื่อวิเคราะห์และบริหารจัดการพลังงาน สิ่งแวดล้อม และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบเรียลไทม์ รองรับการก้าวสู่ Carbon Neutrality และ Net Zero อย่างเต็มรูปแบบ