เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มท.จ่อชง 2 แผนใช้งบกู้เงิน 6.9 หมื่นล้าน ช่วยติดโซลาร์-ทำระบบสมาร์ทกริด
Uncategorized มท.จ่อชง 2 แผนใช้งบกู้เงิน 6.9 หมื่นล้าน ช่วยติดโซลาร์-ทำระบบสมาร์ทกริด
สหรัฐเผยแพร่รายงาน ‘มหากาพย์กลโกงสินค้าสวมสิทธิ์’ ไทยติด Tier 2 เชื่อมโยงจีนลึกซึ้ง
World สหรัฐเผยแพร่รายงาน ‘มหากาพย์กลโกงสินค้าสวมสิทธิ์’ ไทยติด Tier 2 เชื่อมโยงจีนลึกซึ้ง
พาณิชย์มอบ“T MARK HONOUR AWARD 2026” 11 องค์กรต้นแบบธุรกิจไทย
Economic พาณิชย์มอบ“T MARK HONOUR AWARD 2026” 11 องค์กรต้นแบบธุรกิจไทย
อพท. หนุน CreativeCity ต่อยอดทุนวัฒนธรรมเมือง
Business อพท. หนุน CreativeCity ต่อยอดทุนวัฒนธรรมเมือง
ทำไม ไต้หวัน ต้องมีระบบ “ซ้อมลดเน็ตมือถือ” สร้างทักษะออฟไลน์
World ทำไม ไต้หวัน ต้องมีระบบ “ซ้อมลดเน็ตมือถือ” สร้างทักษะออฟไลน์
ส่อง 80 เมนูตู้เต่าบินพรีเมี่ยม ลุยกาแฟสเปเชียลตี้-มัทฉะเกรดพิธี
Business ส่อง 80 เมนูตู้เต่าบินพรีเมี่ยม ลุยกาแฟสเปเชียลตี้-มัทฉะเกรดพิธี
ก.ล.ต. เปิดสถิติครึ่งปี’69 แจ้งหลอกลวงลงทุนพุ่ง 150% ระงับบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 1.3 หมื่นบัญชี
Finance ก.ล.ต. เปิดสถิติครึ่งปี’69 แจ้งหลอกลวงลงทุนพุ่ง 150% ระงับบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 1.3 หมื่นบัญชี
ตลาดรับสร้างบ้านยังแกร่ง “เศรษฐีอีสาน” ฮิตสร้าง 20 ล้าน
Real Estate ตลาดรับสร้างบ้านยังแกร่ง “เศรษฐีอีสาน” ฮิตสร้าง 20 ล้าน
ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 68,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 68,950 บาท
เงินกู้ 2 แสนล้านจานร้อน เพื่อไทยขอแชร์ 5 หมื่นล้าน ภูมิใจไทย ต่อรองลุ้นเติมเสียงฝ่ายรัฐบาล
Politics เงินกู้ 2 แสนล้านจานร้อน เพื่อไทยขอแชร์ 5 หมื่นล้าน ภูมิใจไทย ต่อรองลุ้นเติมเสียงฝ่ายรัฐบาล
ดูทั้งหมด

BJC ทุ่ม 5,000-7,500 ล้านบาท อัพเกรดธุรกิจลอจิสติกส์ ชิงลูกค้าบริษัทยาข้ามชาติ

13 ม.ค. 2569 | 17:57น.
BJC

ตลาดสุขภาพโตแรงแตะ 6.45 แสนล้านปี’73 หนุน BJC ผนึก DHL ตั้งบริษัทร่วมทุนผสานโนว์ฮาวน์เสริมแกร่งลอจิสติกส์ ยกระดับมาตรฐานส่งยา​ หวังชิงบริษัทยาข้ามชาติระดับท็อป 50 ของโลกเข้าพอร์ตลูกค้า สร้างการเติบโตสวนสภาพเศรษฐกิจ

นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่              ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) (BJC) กล่าวว่า อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ในประเทศไทยมีศักยภาพการเติบโตสูง โดยคาดว่าจะมีมูลค่าถึง 6.45 แสนล้านบาท (16.9 พันล้านยูโร) ภายในปี 2573

การเติบโตนี้ส่งผลให้ความต้องการบริการขนส่ง-กระจายสินค้าไปยังโรงพยาบาล คลินิค ร้านยา รวมถึงครัวเรือนผู้บริโภคพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย จึงเป็นโอกาสที่ BJC ซึ่งมีธุรกิจกระจายสินค้า เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ (“BJL”) อยู่จะเดินหน้าเสริมแกร่งเพื่อชิงความได้เปรียบในกานแข่งขันทั้งในไทยและต่างประเทศ และสร้างการเติบโต

พร้อมทั้งผลักดันยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับภูมิภาค

ลงทุนปีละ 1,000-1,500 ล้านบาทต่อเนื่อง 5 ปี 

ด้วยบริษัทจึงจับมือ ดีเอชแอล ซัพพลายเชน (ประเทศไทย) ตั้งบริษัทร่วมทุน ซึ่งมีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท แบ่งการลงทุนระหว่าง 2 บริษัทในสัดส่วน 50% เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี 

พร้อมวางลงทุนด้วยเม็ดเงิน 1,000-1,500 ล้านบาทต่อเนื่อง 5 ปี หรือรวมเป็นมูลค่า 5,000 – 7,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจลอจิสติกส์สูงที่สุดในรอบหลายปี สำหรับขยายและสร้างโกดังแห่งใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศ, รถขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ, ระบบบริหารจัดการการขนส่ง, ฝึกอบรมบุคลากร และระบบอัตโนมัติต่าง ๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานการขนส่งให้ตอบโจทย์บรรดาบริษัทยาข้ามชาติซึ่งเป็นลูกค้าเป้าหมาย

หวังเติบโต 4 เท่าแตะ 28,000 ล้านบาทใน 4-5 ปี 

นอกจากความร่วมมือและการเพิ่มความเข้มข้นในธุรกิจโลจิสติกส์ด้านเฮลท์แคร์นี้ เชื่อว่าจะสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดให้กับธุรกิจกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และทางเทคนิคอย่างน้อย 4 เท่าในช่วง 4-5 ปีข้างหน้า หรือจาก 7,000 ล้านบาทเป็น 28,000 ล้านบาท

เล็งต่อยอดรุกอุตฯ ยาต้นน้ำ

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล รองประธานกรรมการบริหาร ของ BJC เสริมว่า บริษัทยังมองโอกาสรุกอุตสาหกรรมยาระดับต้นน้ำ หรือการมีโรงงานผลิตยาของตนเองด้วย หลังเทรนด์การรักษาแบบส่วนบุคคลออย่าง Personalized Medicine ทำให้อุตสาหกรรมยาต้นน้ำไม่จำเป็นต้องมีกำลังผลิตสูง เพื่อสร้างอีโคโคโนมีออฟสเกล แต่ต้องมีเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงแทน ทำให้โอกาสการเข้าลงทุนคล่องตัวมากขึ้น

ชูเสาหลัก 3 ด้าน แม็คเน็ตชิงยักษ์บริษัทยา Top 50 

ด้านนายเคนนี่ ไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทร่วมทุน ​เสริมว่า บริษัทร่วมทุนนี้จะได้โนว์ฮาวน์จาก DHL ด้านเทคโนโลยีอัตโนมัติในคลังสินค้า มาตรฐานการดำเนินงาน (Operations Management System – OMS) และระบบติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและความแม่นยำ พร้อมสร้างความโปร่งใสและการตรวจสอบสถานะได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง (end-to-end Visibility) ทั่วทั้งซัพพลายเชนด้านเฮลธ์แคร์

มาผสานกับเครือข่ายส่งสินค้าของ BJC ที่ครอบคลุมโรงพยาบาลกว่า 1,271 แห่ง คลินิก 2,687 แห่ง และร้านยา 4,688 แห่งทั่วประเทศไทย รวมถึงมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เจตนารมณ์ของทั้งกลุ่มดีเอชแอล และกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ที่มุ่งหน้าสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593​ โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ดังนี้:

โครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่ออุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์โดยเฉพาะ: คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิที่ครอบคลุมทุกระดับความต้องการ (Multi-temperature) และระบบคลังสินค้าแบบแช่เย็นและแช่แข็ง (Cold-chain facilities) ที่ได้มาตรฐาน Good Distribution Practice (GDP) รองรับการจัดเก็บและกระจายสินค้ากลุ่มยาชีววัตถุ (Biologics), วัคซีน, ยาเฉพาะทาง, ยาฉีดที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ ตลอดจนเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญ

บุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านเฮลธ์แคร์: โปรแกรมการพัฒนาบุคลากรเฉพาะทางที่ผสานหลักสูตรฝึกอบรมโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์มาตรฐานโลกของดีเอชแอล เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบและบริบททางการแพทย์เชิงลึกของบีเจซี เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรมีความพร้อมในการจัดการผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพที่ต้องดูแลเป็นพิเศษด้วยความแม่นยำและใส่ใจในทุกรายละเอียด

การปฏิบัติตามข้อกำหนดมาตรฐานทางการแพทย์: มั่นใจด้วยระบบบริหารจัดการคุณภาพที่ทรงประสิทธิภาพ และขั้นตอนการดำเนินงานตามมาตรฐาน (SOPs) ผสานเทคโนโลยีการตรวจสอบย้อนกลับแบบดิจิทัล (digital traceability) พร้อมทั้งการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงมาตรฐาน GDP และ GMP (Good Manufacturing Practice) อย่างเคร่งครัด

“ปัจจุบันในกลุ่มบริษัทยาระดับ Top 50 ของโลกนั้น 48 รายเป็นลูกค้าของ DHL อยู่แล้ว หากเราสามารถดึงบริษัทเหล่านี้เข้ามาในไทย ผ่านความร่วมมมือกับ DHL จะช่วยสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

BJC DHL ตลาดสุขภาพ