เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (15 ส.ค.) ปรับลง 1.14% อยู่ที่ 62,809 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (15 ส.ค.) ปรับลง 1.14% อยู่ที่ 62,809 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (15 ส.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (15 ส.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ฮอนด้า อ้อนรัฐปรับฐานภาษีนำเข้า-ยืดกรอบเวลาภาษีไฮบริด เพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้ค่ายญี่ปุ่น
Automotive ฮอนด้า อ้อนรัฐปรับฐานภาษีนำเข้า-ยืดกรอบเวลาภาษีไฮบริด เพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้ค่ายญี่ปุ่น
BEM ทุบสถิติ Q2 กำไร 1,012 ล้าน พร้อมส่งรถไฟฟ้าสายสีส้มขบวนแรกถึงไทย ปลาย พ.ย.นี้
Business BEM ทุบสถิติ Q2 กำไร 1,012 ล้าน พร้อมส่งรถไฟฟ้าสายสีส้มขบวนแรกถึงไทย ปลาย พ.ย.นี้
PROPFINN เปิดแพลตฟอร์มตัวกลางเชื่อม SMEs อสังหาฯขาดสภาพคล่อง เข้าถึงแหล่งทุน ชูผลตอบแทน 10-15%
Real Estate PROPFINN เปิดแพลตฟอร์มตัวกลางเชื่อม SMEs อสังหาฯขาดสภาพคล่อง เข้าถึงแหล่งทุน ชูผลตอบแทน 10-15%
‘แอลจี’ ชู AI-Subscription ปั๊มยอดขาย 1.4 หมื่นล้าน
Business ‘แอลจี’ ชู AI-Subscription ปั๊มยอดขาย 1.4 หมื่นล้าน
เปิด 10 โมง 28 ส.ค. M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวอัมพวา-หัวหิน
Economic เปิด 10 โมง 28 ส.ค. M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวอัมพวา-หัวหิน
CPNREIT โชว์กำไรจากการลงทุนสุทธิ 1,073 ล้านบาท พุ่ง 7% เคาะจ่ายประโยชน์ตอบแทน 0.2800 บาทต่อหน่วย
Finance CPNREIT โชว์กำไรจากการลงทุนสุทธิ 1,073 ล้านบาท พุ่ง 7% เคาะจ่ายประโยชน์ตอบแทน 0.2800 บาทต่อหน่วย
‘ค่าเหยียบแผ่นดิน’ ลากยาว! กระทรวงท่องเที่ยวฯ เคาะอัตราใหม่เก็บ 450 บาท
Economic ‘ค่าเหยียบแผ่นดิน’ ลากยาว! กระทรวงท่องเที่ยวฯ เคาะอัตราใหม่เก็บ 450 บาท
เปิด 4 ไฮไลต์นิทรรศการภาพถ่ายศิลปะ ‘Between Sun and Moon’ จากศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง จัดแสดงในไทย
Biz Movement เปิด 4 ไฮไลต์นิทรรศการภาพถ่ายศิลปะ ‘Between Sun and Moon’ จากศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง จัดแสดงในไทย
ดูทั้งหมด

สหรัฐเผยแพร่รายงาน ‘มหากาพย์กลโกงสินค้าสวมสิทธิ์’ ไทยติด Tier 2 เชื่อมโยงจีนลึกซึ้ง

14 ส.ค. 2569 | 16:09น.

ทำเนียบขาวเผยแพร่รายงานกลโกงการขนส่งสินค้าสวมสิทธิ์ ซึ่งทำให้สูญเสียรายได้ราว 1.9-2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 6.2 – 8.5 แสนล้านบาท) และสูญเสียงานอีกราว 450,000 ตำแหน่ง โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 40 ประเทศที่มีการขนถ่ายสินค้าสวมสิทธิ์จากจีนไปยังสหรัฐ จัดเป็นประเทศที่มีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมโยงกับจีนอย่างลึกซึ้ง

นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า สหรัฐสูญเสียรายได้หลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี และงานอีกหลายแสนตำแหน่ง จากการขนส่งสินค้าสวมสิทธิ์ผิดกฎหมาย (Illegal Transshipments) ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสินค้าจีนสวมสิทธิ์ ที่เปลี่ยนเส้นทางการขนส่งส่งผ่านประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอื่น ๆ โดยไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมโยงกับจีนอย่างลึกซึ้ง

รายงาน มหากาพย์กลโกงการส่งสวมสิทธิ์สินค้าครั้งใหญ่’ (The Great Transshipment Scam) ของทำเนียบขาว ซึ่งริเริ่มโดย นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าและการผลิตของทำเนียบขาว และเผยแพร่เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 ตามเวลาท้องถิ่น

รายงานระบุว่า สหรัฐสูญเสียรายได้จากภาษีศุลกากร ราว 1.9-2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 6.2 – 8.5 แสนล้านบาท) จากกลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น การติดฉลากใหม่ หรือการดัดแปลงเล็กน้อยในประเทศอื่น เพื่อปกปิดแหล่งที่มาที่แท้จริงของสินค้า ซึ่งทำให้ชาวอเมริกันสูญเสียงานประมาณ 450,000 ตำแหน่ง ตามการประมาณการจากแบบจำลอง

ทำเนียบขาวกล่าวในรายงานว่า จีนดำเนินการขนส่งสินค้าผ่าน ‘เครือข่ายการถ่ายลำสินค้าเงา’ (Shadow Transshipment Network) โดยครอบคลุมถึงประเทศคู่ค้า 40 ประเทศ แบ่งออกเป็น 3 ระดับ (Tier) ดังนี้

ระดับที่ 1 คือ ประเทศที่มีปริมาณสินค้าที่เกี่ยวข้องกับจีนในสัดส่วนที่สูงมาก โดยฐานอุตสาหกรรมมีความหลากหลาย และเป็นฐานการส่งออกหลักไปยังสหรัฐ ทำให้มีสินค้าสวมสิทธิ์ปะปนอยู่กับสินค้าถูกกฎหมาย และตรวจสอบได้ยาก ได้แก่ แคนาดา สหภาพยุโรป (EU) อินเดีย อิสราเอล ญี่ปุ่น เม็กซิโก เกาหลีใต้ และไต้หวัน

ระดับที่ 2 คือ ประเทศที่มีปริมาณสินค้าสวมสิทธิ์จำนวนมาก และมีห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกับจีน ทั้งในการจัดหาวัตถุดิบ แหล่งการผลิต ระบบโลจิสติกส์ หรือช่องทางการเบี่ยงเส้นทางในระดับภูมิภาค ได้แก่ บราซิล อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ตุรกี และเวียดนาม

ระดับที่ 3 คือ ประเทศเศรษฐกิจขนาดเล็กที่มีมีปริมาณการขนส่งสินค้าสวมสิทธิ์โดยรวมต่ำ แต่มีจุดอ่อนเฉพาะที่ได้เปรียบ เช่น แรงงานราคาถูก เขตปลอดภาษี การเข้าถึงท่าเรือหรือชายแดน ความสามารถในการประกอบชิ้นส่วนเฉพาะทาง การเข้าถึงตลาดสหรัฐอย่างได้เปรียบ หรือ ความสามารถในการบังคับใช้กฎหมายศุลกากรอย่างจำกัด ได้แก่ อาร์เจนตินา อาเซอร์ไบจาน บังกลาเทศ กัมพูชา ชิลี โคลอมเบีย คอสตาริกา สาธารณรัฐโดมินิกัน จอร์เจีย จอร์แดน คาซัคสถาน เคนยา ลาว โมร็อกโก เมียนมา โอมาน ปานามา เปรู ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ศรีลังกา สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และอุซเบกิสถาน

รายงานระบุว่า เนื่องจากอยู่ใกล้กับจีน จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีบทบาทสำคัญในเครือข่ายนี้ ขณะที่นายนาวาร์โรกล่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่า รายงานฉบับนี้ เผยให้เห็นว่าสินค้าถูกขนส่งผ่าน 40 ประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี พร้อมให้คำมั่นว่า รัฐบาลภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ จะหยุดยั้งเรื่องนี้

จากข้อมูลของกลุ่มบริษัทโลจิสติกส์ DHL ระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การนำเข้าสินค้าจากจีนไปยังสหรัฐโดยตรงมีสัดส่วนลดลงอย่างมาก โดยในปี 2025 มีสัดส่วนอยู่ที่ 9% เทียบกับจุดสูงสุดที่ 22% ในปี 2017 แต่ในขณะเดียวกัน สหรัฐกลับขาดดุลการค้ากับประเทศคู่ค้าในเอเชีย 12 ประเทศ สูงถึง 4.17 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 13.8 ล้านล้านบาท) ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026 หรือเพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

รายงานฉบับนี้ของทำเนียบขาว ไม่ได้มีการกำหนดนโยบายใหม่ใด ๆ แต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปิดเผยขอบเขตของการขนส่งสินค้าสวมสิทธิ์ และระบุว่า สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐ (CBP) กำลังได้รับอำนาจในการปราบปรามด้วยวิธีการต่าง ๆ รวมถึงการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่เรียกว่า AI Detective Border ซึ่งวิเคราะห์เครื่องหมายบนตู้คอนเทนเนอร์ รูปแบบบรรจุภัณฑ์ และภาพเอ็กซ์เรย์ เพื่อตรวจจับความไม่ตรงกันระหว่างสินค้าที่แจ้งกับสินค้าจริง