ตลาดรับสร้างบ้านยังแกร่ง “เศรษฐีอีสาน” ฮิตสร้าง 20 ล้าน
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เผย 5 วิกฤตฉุดเศรษฐกิจไทย จีดีพีโตไม่ถึง 3% สะเทือนตลาดสร้างบ้าน 2 แสนล้าน เปิดอินไซด์กำลังซื้อเศรษฐีภูธรยังแกร่ง ดันบ้านหรู 20 ล้านโตพุ่ง 53% อีสานบูมสุด
นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทย 5 ปีที่ผ่านมาและธุรกิจรับสร้างบ้าน ได้รับผลกระทบจาก 5 วิกฤต ตั้งแแต่โควิด-19 สงครามรัสเซีย-ยูเครน ภาษีทรัมป์ พลังงาน และเงินเฟ้อ ทำให้จีดีพีของไทยโตไม่ถึง 3% และมูลค่าตลาดรับสร้างบ้านผันผวน
โดยปี 2564 มูลค่าตลาดรับสร้างบ้านทั่วประเทศอยู่ที่ 211,655 ล้านบาท ก่อนจะเติบโต 6% อยู่ที่ 224,950 ล้านบาท จากนั้นลดเหลือ 205,210 ล้านบาท และปี 2567 เพิ่มขึ้น 4% และลดลง 7% ในปี 2568 อยู่ที่ 197,000 ล้านบาท และคาดหวังปีนี้มูลค่าตลาดกลับมาแตะ 200,000 ล้านบาทหรือเติบโต 4%
“ประเมินภาพรวมตลาดสร้างบ้านเองในครึ่งปีแรกว่าจะเติบโต 4-5% ขยายตัวจากยอดขาย 96,000 ล้านบาท ขึ้นเป็น 100,000 ล้านบาท เป็นยอดขายในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 20% และต่างจังหวัด 80% เมื่อเจาะลึกรายละเอียดยอดขายของสมาชิกที่ทำได้ 4,800 ล้านบาทในแต่ละภูมิภาคพบว่า กรุงเทพฯ-ปริมณฑลมียอดขายอยู่ที่ 2,686 ล้านบาท ตะวันออกเฉียงเหนือ 864 ล้านบาท ตะวันออก 432 ล้านบาท ภาคใต้ 384 ล้านบาท ภาคกลาง 240 ล้านบาท และภาคเหนือ-ตะวันตก ภูมิภาคละ 96 ล้านบาท”
นายอนันต์กรกล่าวว่า เมื่อพิจารณาจากยอดขายในแต่ละภูมิภาค จะเห็นว่าภาคอีสานมีการปลูกสร้างบ้านมากขึ้น เนื่องจากมีระบบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่งตอบโจทย์การเดินทาง ไม่ว่าโครงการมอเตอร์เวย์ M6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯไปยังโคราชได้โดยใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง อย่างไรก็ดีเชื่อว่าในภูมิภาคอื่นก็จะมีอัตราการเติบโตไม่น้อยกว่ากรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังพบว่าพฤติกรรมของลูกค้าในการสร้างบ้านในครึ่งปีแรกเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
โดยผู้บริโภคนิยมสร้างบ้านในระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป เติบโตสูงถึง 53% เมื่อเทียบกับปี 2568 มูลค่ายอดขายเพิ่มขึ้นจาก 800 ล้านบาท มาอยู่ที่ 1,200 ล้านบาท 4 อันดับระดับราคาบ้านที่ลูกค้าให้ความสนใจในการปลูกสร้างบ้าน ได้แก่
1.บ้านราคามากกว่า 20 ล้านบาทขึ้นไป สัดส่วน 26%
2.บ้านราคา 10-20 ล้านบาท สัดส่วน 25%
3.บ้านราคา 5-10 ล้านบาท สัดส่วน 23%
และ 4.บ้านราคา 2.5-5 ล้านบาท สัดส่วน 21%
“ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าระดับบน เรียลดีมานด์ ซึ่วมีที่ดิน เงินออม และความพร้อมในการปลูกสร้างบ้าน ทำให้ตลาดรับสร้างบ้านโดยภาพรวมไม่ผันผวนเหมือนตลาดอสังหาฯ”