‘เลขาธิการ สปสช.’ เผย จัดสรรงบฯ ตามจำนวน ปชช. – เตือน ‘ร่วมจ่าย’ สร้างความไม่แน่นอน
‘เลขาธิการ สปสช.‘ เผย จัดสรรงบประมาณตามความจำเป็นให้สถานพยาบาลที่มีประชาชนไปใช้บริการจำนวนมาก แต่ รพ.ต้องการให้จัดสรรงบตามที่ตนเองขาดทุน ชี้แนวคิดให้ประชาชน ’ร่วมจ่าย‘ กรณีใช้บัตรทอง ต้องระวัง จะทำประชาชนที่ลำบากอยู่แล้ว ลำบากขึ้นหรือไม่
วันที่ 2 ส.ค.69 นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงประเด็นที่สังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และต้องใช้งบประมาณเพื่อการดูแลจำนวนมาก ว่า เรื่องนี้ต้องดู 2 ส่วน ส่วนแรกดูว่างบประมาณที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่ และส่วนที่ 2 คือการบริหาร เมื่อเราได้งบประมาณมาแล้ว ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นที่มีวิพากษ์วิจารณ์มาก
นพ.จเด็จ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องบอกคือ สปสช.อยากจัดสรรงบประมาณตามความจำเป็นของพี่น้องประชาชน แต่โรงพยาบาลต้องการให้จัดสรรงบประมาณตามที่ตนเองขาดทุน แต่เรื่องนี้ต้องดูที่ความสมดุล ถ้าโรงพยาบาลให้บริการพี่น้องประชาชนจำนวนมาก แล้วประสบปัญหาด้านงบประมาณ สปสช. ต้องเข้าไปดูแล
หลักสำคัญคือ จุดใดที่มีพี่น้องประชาชนเข้ามาใช้บริการเยอะ และหน่วยให้บริการต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ก็ต้องจัดงบประมาณเข้าไปดูแล นอกจากนั้นหน่วยงานต้นสังกัด ต้องเข้าไปดูว่า ใช้งบประมาณลงไปในแต่ละหน่วยอย่างไรบ้าง เป็นเรื่องที่ลำบาก หากจะพูดแต่ว่าต้องขอเงินเพิ่ม แต่เราต้องดูงบประมาณที่เรามีว่าจะใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เลขาธิการ สปสช. กล่าวต่อว่า ในเรื่องของงบประมาณนั้น สปสช. เป็นหน่วยงานที่ทำข้อมูลเสนอไปที่รัฐบาล ว่า ต้องใช้เงินมากน้อยเพียงใด สปสช. พยายามทำให้เหมาะสมที่สุด แต่อีกมุมหนึ่งต้องเห็นใจ ในประเด็นงบประมาณมีอยู่จำกัด เนื่องจากเป็นการการใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชน แต่ สปสช. ก็พยายามดูตัวเลขผู้มาใช้บริการว่ามีจำนวนมากแค่ไหน การเป็นสังคมผู้สูงอายุทำให้มีการใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างไร
การที่หลายคนแสดงความเห็นว่าให้สนับสนุนงบประมาณไปที่การสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค สปสช. ก็ทำในส่วนนั้นอยู่ แต่เราต้องทำเชิงรุก ถ้าทำเชิงรับให้คนเดินมาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลเอง คนไม่ค่อยมา ดังนั้นจึงต้องทำงานเชิงรุกด้วยการตรวจสุขภาพในพื้นที่ช่วงเสาร์อาทิตย์ เพราะวันธรรมดาก็จะไม่เจอคน เนื่องจากชาวบ้านหาเช้ากินค่ำต้องออกไปทำงาน ถ้าหากรอให้ประชาชนไปที่โรงพยาบาลเอง ก็ทำให้ขาดรายได้อย่างน้อยก็วันละ 300 บาท
ส่วนประเด็นที่ฝ่ายการเมืองมีแนวคิดว่า ให้ประชาชนร่วมจ่ายเงินค่ารักษาในการบริการรักษาบัตรทอง เรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจว่า ในกฎหมาย มีการให้ประชาชนร่วมจ่าย ณ จุดบริการอยู่แล้ว แต่เป็นการร่วมจ่ายในจำนวนคงที่ในแต่ละครั้ง เป็นค่าธรรมเนียมในการใช้บริการ เหตุผลส่วนหนึ่งที่ให้ประชาชนร่วมจ่ายค่าธรรมเนียม ส่วนหนึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้ประชาชนมาใช้บริการเกินความจำเป็น เพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่ามีค่าใช้จ่าย ไม่ใช่ของฟรีที่จะมาใช้บริการเกินความจำเป็น
ส่วนประเด็นที่มีการวิพากษ์กันในสังคมขณะนี้ มันมากไปกว่าค่าธรรมเนียมที่เก็บกับพี่น้องประชาชน ทำให้เกิดกระแสที่ประชาชนรู้สึกกังวล หากมีการเก็บค่าใช้บริการเกินกำลังที่ประชาชนจะสามารถจ่ายได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจะทำให้เกิดบรรยากาศเหมือนในอดีตก่อนจะมีบัตรทอง 30 บาท คือประชาชนไม่รู้ว่าจะต้องกำเงินจำนวนเท่าใดเมื่อต้องไปรักษาที่โรงพยาบาล ดังนั้นในเรื่องนี้ต้องดูข้อถกเถียงในสังคม และดูกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดต้องดูที่ตัวพี่น้องประชาชน ถ้าประชาชนยังลำบากอยู่ การจะออกกฎระเบียบใหม่ ที่ทำให้ประชาชนต้องลำบากเพิ่มขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง