เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สหรัฐเผยแพร่รายงาน ‘มหากาพย์กลโกงสินค้าสวมสิทธิ์’ ไทยติด Tier 2 เชื่อมโยงจีนลึกซึ้ง
World สหรัฐเผยแพร่รายงาน ‘มหากาพย์กลโกงสินค้าสวมสิทธิ์’ ไทยติด Tier 2 เชื่อมโยงจีนลึกซึ้ง
พาณิชย์มอบ“T MARK HONOUR AWARD 2026” 11 องค์กรต้นแบบธุรกิจไทย
Economic พาณิชย์มอบ“T MARK HONOUR AWARD 2026” 11 องค์กรต้นแบบธุรกิจไทย
อพท. หนุน CreativeCity ต่อยอดทุนวัฒนธรรมเมือง
Business อพท. หนุน CreativeCity ต่อยอดทุนวัฒนธรรมเมือง
ทำไม ไต้หวัน ต้องมีระบบ “ซ้อมลดเน็ตมือถือ” สร้างทักษะออฟไลน์
World ทำไม ไต้หวัน ต้องมีระบบ “ซ้อมลดเน็ตมือถือ” สร้างทักษะออฟไลน์
ส่อง 80 เมนูตู้เต่าบินพรีเมี่ยม ลุยกาแฟสเปเชียลตี้-มัทฉะเกรดพิธี
Business ส่อง 80 เมนูตู้เต่าบินพรีเมี่ยม ลุยกาแฟสเปเชียลตี้-มัทฉะเกรดพิธี
ก.ล.ต. เปิดสถิติครึ่งปี’69 แจ้งหลอกลวงลงทุนพุ่ง 150% ระงับบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 1.3 หมื่นบัญชี
Finance ก.ล.ต. เปิดสถิติครึ่งปี’69 แจ้งหลอกลวงลงทุนพุ่ง 150% ระงับบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 1.3 หมื่นบัญชี
ตลาดรับสร้างบ้านยังแกร่ง “เศรษฐีอีสาน” ฮิตสร้าง 20 ล้าน
Real Estate ตลาดรับสร้างบ้านยังแกร่ง “เศรษฐีอีสาน” ฮิตสร้าง 20 ล้าน
ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 68,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 68,950 บาท
เงินกู้ 2 แสนล้านจานร้อน เพื่อไทยขอแชร์ 5 หมื่นล้าน ภูมิใจไทย ต่อรองลุ้นเติมเสียงฝ่ายรัฐบาล
Politics เงินกู้ 2 แสนล้านจานร้อน เพื่อไทยขอแชร์ 5 หมื่นล้าน ภูมิใจไทย ต่อรองลุ้นเติมเสียงฝ่ายรัฐบาล
ญี่ปุ่นผุดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุธีมคาสิโน เล่นไพ่นกกระจอก-โป๊กเกอร์ แฮปปี้ขึ้น กระตุ้นสมอง
World ญี่ปุ่นผุดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุธีมคาสิโน เล่นไพ่นกกระจอก-โป๊กเกอร์ แฮปปี้ขึ้น กระตุ้นสมอง
ดูทั้งหมด

คุยเรื่องคนในยุค AI กับ ‘ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย’ ว่าทำไม People Transformation ถึงจำเป็นกว่าที่เคย

13 ส.ค. 2569 | 19:03น.

“ถ้าถามว่าในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในทุกธุรกิจ ‘คน’ ยังสำคัญอยู่ไหม ? คำตอบคือยังสำคัญแน่นอน เพราะ AI ก็คือเทคโนโลยีอีกขั้นหนึ่ง เหมือนในอดีตที่เราเคยเปลี่ยนจากกระดาษ ปากกา โทรศัพท์สายตรง มาเป็นแฟกซ์ เครื่องพิมพ์ดีด และคอมพิวเตอร์ หน้าที่ของมันคือมาช่วยให้เราทำงานสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่สิ่งที่เทคโนโลยีแทนกันไม่ได้เลย คือความสามารถในการบริหารจัดการคนและความสัมพันธ์”

นี่คือมุมมองจาก ยศยุต สหวัชรินทร์ รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ในการสนทนากับNewsPulse ถึงการปรับตัวขององค์กรลูกครึ่งยักษ์ใหญ่จากการร่วมทุนระหว่าง ซันโทรี่ จากญี่ปุ่น และ เป๊ปซี่โค จากสหรัฐอเมริกา ที่ต้องรับมือกับคลื่นการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี AI และกระแสดิจิทัล

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เลือกขับเคลื่อนองค์กรด้วยกลยุทธ์ People Transformation และแนวคิด People First โดยยึดพนักงานเป็นศูนย์กลางของการสร้างนวัตกรรมและหัวใจแห่งความสำเร็จ การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวมีรากฐานสำคัญจากการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้และการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนให้พนักงานออกไปลงพื้นที่จริงตามแนวคิด GEMBA เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง หรือที่เราเรียกว่า Seikatsusha ซึ่งเป็นแนวคิดที่มองผู้บริโภคอย่างรอบด้านในฐานะผู้ใช้ชีวิต ไม่ใช่ขณะที่ซื้อสินค้าเท่านั้น

AI ช่วยคิด แต่คนต้องเข้าใจลูกค้า

ยศยุต อธิบายบทบาทของ AI โดยมองว่า เป็นเครื่องมือที่ช่วย ‘ปิดช่องว่างทางทักษะ’ เพื่อยกระดับมาตรฐานการทำงานในองค์กรให้เท่าเทียมกัน ก่อนจะเล่าเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า

“สมมติว่าพนักงานคนหนึ่งเป็นนักคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับโลก คิดเลขได้ใน 5 วินาที ส่วนผมสอบตกเลขมาตลอดชีวิต เวลาที่ไฟแนนซ์นัดทำงบประมาณ หรือคำนวณงบกำไรขาดทุน ในอดีตช่องว่างระหว่างเราจะกว้างมาก แต่พอมี AI เข้ามา ผมแค่ป้อนข้อมูลทั้งหมดเข้าไป มันก็คำนวณออกมาได้คำตอบที่รวดเร็วและแม่นยำเช่นกัน นี่คือตัวอย่างที่องค์กรต้องเอา AI มาใช้ช่วยปิดช่องว่างตรงนี้”

การมี AI เข้ามาแบกรับงานประจำ เช่น งานเอกสารและงานตัวเลข ช่วยเปิดโอกาสให้พนักงานมีเวลาเหลือพอที่จะออกไปสร้างคอนเนคชั่นและลงหน้างานจริง ตามหลักการ GEMBA เพื่อให้เข้าถึงและเข้าใจความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภค ลูกค้า พาร์ทเนอร์ธุรกิจ และคอมมูนิตี้อย่างลึกซึ้ง รวมทั้งแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในการสร้างสรรค์พัฒนา และส่งมอบสิ่งที่มีคุณค่าให้แก่พวกเขา

ผลลัพธ์จากการลงพื้นที่ช่วยให้ทีมงานเข้าใจและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ตั้งแต่กาแฟพร้อมดื่ม BOSS Coffee ในตอนเช้า เครื่องดื่มเติมพลัง Sting ช่วงสาย น้ำอัดลม Pepsi หรือ Pepsi Zero Sugar สำหรับมื้อเที่ยงรสจัดจ้าน ต่อเนื่องไปถึง เป๊ปซี่ ทรีทส์ กลิ่นสตรอเบอร์รี่ แอนด์ ครีม หรือ เป๊ปซี่ ทรีทส์ กลิ่นช็อกโกแลตดูไบ ในช่วงบ่าย เพื่อให้รางวัลตัวเองเล็ก ๆ และปิดท้ายวันด้วยชา ทีพลัส ที่สามารถนำไปอุ่นร้อนและจิบก่อนนอนได้ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากอินไซต์พฤติกรรมผู้บริโภคเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เทคโนโลยีคิดแทนไม่ได้หากไม่ได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง

สร้างออฟฟิศเป็น ‘บ้านหลังแรก’ จิตวิทยาที่มัดใจคนทำงาน

จากผลสำรวจของ Gallup ชี้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับหัวหน้างานเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดการอยู่หรือไปของคนทำงาน โดยพนักงานถึง 1 ใน 2 คนเคยตัดสินใจลาออกจากงานเพียงเพราะต้องการหนีออกจากผู้จัดการของตน จนเกิดวลีที่ถูกอ้างอิงกันอย่างแพร่หลายว่า “คนลาออกจากผู้จัดการ ไม่ใช่จากบริษัท” ยิ่งไปกว่านั้น พนักงานที่ตัดสินใจลาออกกว่าครึ่งมองว่า หากได้รับการดูแล รับฟัง หรือมีบทสนทนาที่มีคุณภาพกับหัวหน้างานมากกว่านี้ การลาออกอาจไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้

การนำ AI มาช่วยลดงานเอกสาร จึงเอื้อให้หัวหน้ามีเวลาพูดคุยแบบ One-on-One กับลูกน้องมากขึ้น ทั้งการถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ การรับฟังปัญหา การแชร์ฟีดแบคทั้งสิ่งที่ทำได้ดีและที่สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ ตลอดจนการร่วมวางแผนการเติบโตในสายอาชีพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความผูกพันและรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว

เบื้องหลังเวลาที่คืนกลับมาให้หัวหน้าเหล่านี้ คือปรัชญาการดูแลคนที่ ยศยุต ยึดถือมาตลอด เขาขยายความไว้ว่า “สำหรับผมมักจะพูดเสมอว่า ที่ทำงานคือ ‘บ้านหลังแรก’ ของพนักงาน ไม่ใช่บ้านหลังที่สองอย่างที่หลายคนชอบพูดกัน เหตุผลเพราะถ้าเราคำนวณเวลาจริง ๆ พนักงานใช้เวลาอยู่ร่วมกับทีมงาน อยู่ในออฟฟิศ หรืออยู่หน้างานอย่างน้อยวันละ 8 ถึง 12 ชั่วโมง ซึ่งมันเป็นเวลาที่มากกว่าการอยู่กับครอบครัวที่บ้านด้วยซ้ำ พอโจทย์มันเป็นแบบนี้ หน้าที่สำคัญที่สุดของผมในฐานะ ‘พ่อบ้าน’ คือเราต้องทำบ้านหลังนี้ให้น่าอยู่ที่สุด”

จากแนวคิดเรื่องบ้านหลังแรก สู่โปรแกรม Onboarding รูปแบบใหม่ที่ส่งเสริมความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจระหว่างกัน โดยกำหนดให้พนักงานใหม่ทุกตำแหน่งในส่วนกลางต้องออกไปลงพื้นที่ร่วมกับทีมขายที่อยู่หน้างานจริง (Frontline Sales) เพื่อให้เห็นว่าทีมขายที่เป็นผู้สร้างรายได้หลักให้แก่บริษัทต้องตื่นมาทำงานตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่ง เจอแดดเจอฝนเพื่อเข้าพบลูกค้าให้ได้วันละ 30 ร้านค้า เมื่อพนักงานส่วนกลางเข้าใจความเหนื่อยยากนี้ ก็จะสามารถกลับมาสนับสนุนและแก้ไขปัญหาให้ทีมหน้างานได้ตรงจุด

สื่อสารตรงไปตรงมา เพื่อสร้างองค์กรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

เมื่อพนักงานรู้สึกผูกพันกับองค์กรในฐานะบ้านหลังแรกแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ‘การสื่อสารที่โปร่งใสและทั่วถึง’ ซึ่งซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เลือกใช้วิธีนี้เป็นเกราะป้องกันความตื่นตระหนกหรือความกังวลของพนักงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ความผันผวนต่าง ๆ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเมืองโลก เพราะเชื่อว่าข้อมูลที่ชัดเจนจากผู้บริหารระดับสูงจะช่วยลดความกังวลได้ดีที่สุด โดย CEO จะส่งอีเมลอัพเดทสถานการณ์ธุรกิจและทิศทางเศรษฐกิจตรงถึงพนักงานทุกคนในวันที่ 1 ของทุกเดือน พร้อมจัด Town Hall ทุกไตรมาสด้วย

สำหรับทีมขายหน้างาน หัวหน้าจะพริ้นท์อีเมลมาติดบอร์ดให้พนักงานไม่พลาดข่าวสารสำคัญ ส่วนฝั่งโรงงาน ทีม HR จะลงพื้นที่พูดคุยกับพนักงานสายการผลิตทุกเดือน การสื่อสารตรงไปตรงมาช่วยสร้างความสามารถในการรับมือกับความคลุมเครือ (Dealing with Ambiguity) และสร้างความยืดหยุ่น ล้มแล้วลุกไว (Resilience) ให้เกิดขึ้นในใจพนักงาน

นอกจากนี้ การส่งคนลงไปศึกษาตลาดช่วงเศรษฐกิจตึงตัว ทำให้บริษัทได้ข้อมูลจริงมาแก้โจทย์ธุรกิจได้ทันเวลา จนเกิดเป็นกลยุทธ์ส่งเสริมการขายที่เข้าใจเงินในกระเป๋าของผู้บริโภค

“อินไซต์ที่เราได้มาจากการออกตลาดและพูดคุยกับลูกค้า ทำให้เราออก ‘เป๊ปซี่ 10 บาท’ มา เพราะคนก็ยังอยากกินเป๊ปซี่อยู่ แต่ขอราคาย่อมเยาหน่อย กินพออิ่ม กินพอหายอยาก รวมถึงนวัตกรรมใหม่อย่าง Suntory Hy! WATER LOCK™ ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในร่างกายได้นานขึ้น ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องทำงานท่ามกลางอากาศร้อน” ยศยุต ยกตัวอย่าง

คนเก่งไม่พอ ต้องมี Mindset ที่ใช่

จากประสบการณ์ตรงที่ต้องรับมือกับความผันผวนมาตลอด ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เชื่อว่าสิ่งที่จะพาองค์กรก้าวต่อไปได้จริงคือ Mindset ที่ใช่ มากกว่าประวัติการศึกษา สถาบัน หรือเกรดเฉลี่ย บริษัทจึงหันมามุ่งเน้นคัดเลือกและพัฒนาพนักงานผ่าน Mindset 3 ข้อ เพื่อให้เติบโตทันความเปลี่ยนแปลงของโลก

  • Positive Mindset มองโลกแบบน้ำครึ่งแก้ว (A Glass Half Full) พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ และมี Self-awareness ในการปรับปรุงตนเองอยู่ตลอดเวลา
  • Willingness to Learn & Work Hard พร้อมเรียนรู้และทำงานอย่างเต็มที่ ไม่จำเป็นต้องเรียนจบตรงตามสายงาน เนื่องจากบริษัทมีระบบ On-the-job training รองรับ ที่ช่วยให้พนักงานสามารถพัฒนาและเติบโตในสายอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง
  • Team Spirit มีจิตวิญญาณในการทำงานร่วมกันเป็นทีม

อย่างไรก็ตาม ทักษะและวิธีคิดเหล่านี้จะขับเคลื่อนได้จริงก็ต่อเมื่อองค์กรสามารถสร้าง Psychological Safety (พื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ) ให้เป็นเซฟโซนของพนักงานในทุกวัน ซึ่งบริษัทฯ มีวัฒนธรรมองค์กรภายใต้แนวคิด  “Uniquely Me, Growing As One” ที่ส่งเสริมให้ทุกคนเป็นตัวของตัวเอง เคารพความหลากหลาย นำมุมมองที่แตกต่างมาสร้างคุณค่าร่วมกัน ตลอดจนขับเคลื่อนนวัตกรรมและเติบโตอย่างยั่งยืน (Growing for Good) ไปพร้อมกับองค์กร

“เราต้องสร้างเซฟโซนที่ทำให้พนักงานกล้าที่จะพูด กล้าถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัย กล้านำเสนอไอเดีย
ใหม่ ๆ และที่สำคัญต้องกล้าตัดสินใจ โดยไม่ต้องกลัวว่าถ้าทำผิดพลาดแล้วจะโดนหัวหน้าตำหนิ เพราะมนุษย์เราเรียนรู้จากความผิดพลาดได้ ตราบใดที่ความผิดพลาดนั้นมันไม่ได้มีราคาแพงจนเกินไป”

ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับอีกหนึ่งค่านิยมคือ “Yatte Minahare” หรือจิตวิญญาณของผู้กล้าลงมือทำ ซึ่งช่วยสร้างความกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ ๆ เรียนรู้จากประสบการณ์ และปรับตัวได้อย่างรวดเร็วในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ลงทุนกับ ‘คน’ ผลตอบแทนคือ ‘การเติบโต’

พอมีเซฟโซนแบบนี้ พนักงานก็กล้าคิดกล้าทำมากขึ้น และยิ่งมีวัฒนธรรมที่สนับสนุนให้หัวหน้าหรือผู้นำเข้ามาทำหน้าที่ดูแลพนักงานอย่างใกล้ชิด ช่วยแก้ปัญหาหน้างานทันที ก็ยิ่งช่วยเสริมให้พนักงานมั่นใจและเติบโตอย่างก้าวกระโดด  ซึ่งตรงกับแนวคิดการพัฒนาคนเพื่อสร้างความสำเร็จสูงสุดในมุมมองของยศยุต

“ความสำเร็จสูงสุดของผู้นำในมุมมองของผม คือการทำตัวเองให้หมดความจำเป็น หรือ ‘make myself redundant’หมายความว่าเราต้องพัฒนาทีมงานให้แข็งแกร่งจนเติบโตเกินกว่าเรา (Grow People Beyond Us) จนกระทั่งวันหนึ่งในวันที่เราไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ทีมงานก็ยังสามารถขับเคลื่อนงานต่อได้ด้วยตนเองอย่างราบรื่น ส่วนตัวผมชอบทำงานกับคนที่ฉลาดกว่าตัวเอง เพราะจะช่วยผลักดันให้ตัวเราต้องเก่งขึ้นตามไปด้วย”

ในแง่นักบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย นิยามว่า คน คือ การลงทุน (Investment) ไม่ใช่ต้นทุน (Cost) เพราะพนักงานที่มีศักยภาพและผูกพันกับองค์กรจะช่วยขับเคลื่อนงานอย่างรวดเร็ว สร้างสรรค์นวัตกรรมและแคมเปญการตลาดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ยืนยันได้จากการเติบโตของผลประกอบการ สินค้าใหม่ ๆ ที่ตรงใจผู้บริโภค และคะแนน Engagement Survey ที่อยู่ในทิศทางบวกทุกปี

จิ๊กซอว์ชิ้นต่อไป และความท้าทายในการปั้นคนไทยสู่ Top Table ระดับโลก

ด้วยมุมมองที่ว่าคนคือการลงทุนที่ต้องดูแล ในแผนยุทธศาสตร์ระยะ 3-5 ปีข้างหน้า ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย จึงมุ่งเน้นการสร้าง Personalized Employee Experience หรือ ประสบการณ์ที่ตรงใจพนักงานรายบุคคล โดยให้ความสำคัญกับการเข้าใจความเป็นมนุษย์อย่างรอบด้าน ตามหลักการ “Seikatsusha” เพื่อสร้างรูปแบบการทำงานที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวของพนักงานทุกคน

สิ่งที่องค์กรเตรียมขับเคลื่อนต่อจากนี้ คือการนำเทคโนโลยีและข้อมูลเข้ามาวิเคราะห์ความต้องการของพนักงานแต่ละคนให้ครอบคลุมและยืดหยุ่นขึ้น โดยหนึ่งในแนวคิดที่อยู่ระหว่างการพัฒนาคือ สวัสดิการแบบ Flexible Benefits ที่พนักงานสามารถเลือกปรับเปลี่ยนได้เองตามไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น การนำสิทธิ์ประกันสุขภาพไปเปลี่ยนเป็นตั๋วท่องเที่ยว หรือสวัสดิการอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของพนักงานรุ่นใหม่

วิสัยทัศน์ที่เน้น ‘คน’ เป็นที่ตั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของความมุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพคนไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ ยศยุต ให้ความสำคัญเป็นพิเศษจากประสบการณ์ตรงในฐานะคนไทยคนแรกและบุคคลหลากหลายทางเพศคนแรกที่เคยนั่งในตำแหน่ง Global Leadership Team ฝ่าย HR ของ Unilever ณ กรุงลอนดอน ประสบการณ์นั้นทำให้เขาเห็นทั้งโอกาสและช่องว่างที่คนไทยยังสามารถเติบโตไปได้ไกลกว่านี้

“ผมต้องการใช้จุดเด่นขององค์กรสองสัญชาติของเรา บ่มเพาะและผลักดันให้พนักงานคนไทยก้าวขึ้นสู่ระดับ Top Table ในเวทีโลกของซันโทรี่หรือเป๊ปซี่โค เพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ให้กับประเทศไทย” ยศยุต เผยถึงความตั้งใจ

สูตรลับ ‘Me-Us-It’ สมดุลชีวิตที่คนทำงานต้องมี

สุดท้ายนี้ ยศยุต ได้ฝากแนวคิดการจัดสมดุลชีวิตผ่านโมเดลวงกลม 3 วง คือ Me, Us, It (Me คือตัวฉัน, Us คือคนรอบข้าง/ครอบครัว, It คือ งาน) เพื่อเตือนใจคนทำงานที่มักทุ่มเทเวลาให้งานจนลืมดูแลตัวเองและคนใกล้ชิด

“มนุษย์เรา สิ่งที่เป็นสัจธรรมก็คือ ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา จนกระทั่งหมอบอกว่า ‘พี่ต้องเข้าห้องผ่าตัดแล้ว’ เราถึงจะเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง ในทีมของผม ผมจะคอยไล่น้อง ๆ กลับบ้านตลอด หรือบอกให้ทำงานที่บ้าน แล้วเอาเวลาที่เหลือไปทำสปา ไปทำสวย หรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะงานไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต คาถาสำคัญคือ เราต้องดูแล Me (ตัวเอง) ให้ดีก่อน จากนั้นดูแล Us (คนรอบข้างและครอบครัว) ให้ดี เมื่อเราดูแล Me และ Us ดีแล้ว เดี๋ยววงกลมสุดท้ายอย่าง It (งาน) ก็จะประสบความสำเร็จตามมาเอง”

สำหรับคนทำงานรุ่นใหม่ที่กำลังเตรียมตัวรับอนาคตของโลกการทำงาน ยศยุต ทิ้งท้ายด้วยคำแนะนำ 3 ข้อสั้น ๆ ว่า ให้ทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้ว (A Glass Half Full) เพื่อทำหน้าที่เป็นฟองน้ำเปิดรับสิ่งใหม่ ให้ความสำคัญกับ Human Connection เพราะไม่ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปอย่างไร ความสัมพันธ์ของมนุษย์ก็ยังคงเป็นหัวใจของทุกสิ่ง และ จงลุกขึ้นมาเป็นผู้นำโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต (Lead without permission) เมื่อพบปัญหาให้เข้าไปแก้ไข เมื่อพบสิ่งไม่ถูกต้องให้แสดงความคิดเห็น ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกับค่านิยมองค์กร “Growing for Good” หรือ “การเติบโตอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตของพนักงานไปพร้อมกับองค์กรในระยะยาว