อานิสงส์ปิดด่านทางบกกับไทย ท่าเรือสีหนุวิลล์ฟันกำไรเกือบ 6 เท่า ธุรกิจญี่ปุ่นโอด
ท่าเรือสีหนุวิลล์ ท่าเรือน้ำลึกกัมพูชาได้ประโยชน์จากการปิดพรมแดนกับไทย จากค่าธรรมเนียมขนส่งสินค้าที่สูงส่งผลให้บริษัทญี่ปุ่นเรียกร้องให้ลดค่าธรรมเนียม ในไตรมาส 1/2026 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเกือบเป็นหกเท่า 62.1 พันล้านเรียล (ราว 505 ล้านบาท) คิดเป็นอัตรากำไร 36%
นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า ท่าเรือสีหนุวิลล์ ศูนย์กลางการขนส่งทางทะเลในประเทศกัมพูชากลายเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับบริษัทข้ามชาติของญี่ปุ่นที่ถูกตัดขาดจากเส้นทางบกเข้าสู่ประเทศไทย เนื่องจากความขัดแย้งไทยกับกัมพูชา แต่ค่าใช้จ่ายในการใช้ท่าเรือที่สูงเมื่อเทียบกับท่าเรือสำคัญอื่นๆในภูมิภาคทำให้บางบริษัทเรียกร้องให้ลดค่าธรรมเนียมลง
ท่าเรือสีหนุวิลล์ หรือ Sihanoukville Autonomous Port หรือ PAS เป็นท่าเรือน้ำลึกระหว่างประเทศแห่งเดียวที่สำคัญที่สุดในกัมพูชา สร้างขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากโครงการความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการของญี่ปุ่น และมีการสร้างทางด่วนเชื่อมท่าเรือกับเมืองหลวงพนมเปญ ที่เปิดให้บริการในปี 2022 ตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณ 200 กิโลเมตร
ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ที่ท่าเรือเพิ่มขึ้นประมาณ 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 เนื่องจากการปิดพรมแดนทางบกกับไทยหลังจากการปะทะกันทางทหารทำให้เกิดความต้องการเส้นทางทางเลือก
ในไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัท PAS รัฐวิสาหกิจผู้ดำเนินการท่าเรือสร้างยอดขาย 174.3 พันล้านเรียล (ราว 1,400 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 52% เมื่อเทียบกับปี 2025 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเกือบหกเท่าเป็น 62,100 ล้านเรียล (ราว 505 ล้านบาท) คิดเป็นอัตรากำไร 36% จากการให้บริการรองรับเรือสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์ที่มีปริมาณพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องมาจากความต้องการใช้เส้นทางขนส่งทางเรือทดแทนการขนส่งทางบก
“ทำไมบริษัทโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ (ผู้ดำเนินกิจการท่าเรือสีหนุวิลล์) ถึงต้องหาเงินให้ได้มากมายขนาดนี้” ฮิโรชิ อุเอมัตสึ ซีอีโอเขตเศรษฐกิจพิเศษพนมเปญ รอยัลกรุ๊ป กล่าว ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของธุรกิจญี่ปุ่นจำนวนมาก
ค่าธรรมเนียมการขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ของท่าเรือสีหนุวิลล์นั้นสูงกว่าท่าเรือหลักอื่นๆในประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีปัจจัยที่เป็นไปได้ ได้แก่ ตำแหน่งที่โดดเด่นของท่าเรือในด้านการค้าทางทะเลของกัมพูชา รวมถึงความตึงตัวต่อกำลังการขนถ่ายที่เกิดจากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
ในปี 2025 ท่าเรือแห่งนี้ออกกฎใหม่ว่า หากการเก็บรักษาตู้คอนเทนเนอร์เกินระยะเวลาฟรีสี่วัน บริษัทโลจิสติกส์ที่เป็นลูกค้าจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการเก็บรักษาเต็มจำนวนวัน รวมทั้งระยะเวลาฟรีด้วย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนัก ทางท่าเรือสหนุวิลล์กล่าวว่ามาตรการนี้ดำเนินการเพื่อบรรเทาความแออัด แต่ก็มีกรณีที่การออกเดินทางล่าช้าเนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นทางฝั่งท่าเรือ
ผ่านมาประมาณหนึ่งปีแล้วนับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างกัมพูชากับไทยทวีความรุนแรงขึ้น แต่ก็ยังไม่มีแนวโน้มที่จะเปิดพรมแดนทางบกอีกครั้ง บริษัทญี่ปุ่นลงทุนในกัมพูชาโดยคาดหวังว่าจะมีการค้าขายกับไทยได้อย่างราบรื่น รวมถึงในโครงการไทยแลนด์พลัสวัน แต่หลังจากความขัดแย้งปะทุขึ้น ต้นทุนด้านโลจิสติกส์พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากการใช้เส้นทางอ้อม
บริษัทญี่ปุ่นเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการปิดพรมแดน
“หากการเปิดพรมแดนทางบกต้องใช้เวลานาน เราอยากให้พวกเขาปรับปรุงสภาพของเส้นทางทางเลือก เช่น ท่าเรือสีหนุวิลล์ และด่านพรมแดนกับประเทศอื่นๆ” คาซึกิ มัตสึคาวะ จากสมาคมธุรกิจญี่ปุ่นในกัมพูชากล่าว
ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นายซุน จันทอล รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวกับนิกเคอิว่า ค่าธรรมเนียมการขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ที่สีหนุวิลล์นั้นไม่สูงนัก และปัญหาอยู่ที่ค่าธรรมเนียม “ไม่เป็นทางการ” ซึ่งรัฐบาลกำลังดำเนินการแก้ไขอยู่
กัมพูชาถือเป็นสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดสินบนและกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอื่นๆ
ผู้สังเกตการณ์บางรายโต้แย้งว่า ความไม่มีประสิทธิภาพของท่าเรือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ท่าเรือสีหนุวิลล์มีการขนส่งสินค้านำเข้ามากกว่าสินค้าส่งออก โดยประมาณ 40% ของตู้คอนเทนเนอร์ส่งออกเป็นสินค้าเปล่า การแก้ไขความไม่สมดุลนี้จำเป็นต้องดึงดูดบริษัทต่างชาติเข้ามาส่งเสริมการส่งออก
การปรับปรุงการดำเนินงานของท่าเรือยังมีความสำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของกัมพูชาที่กำลังชะลอตัว ซึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของประเทศลงเหลือ 3% จาก 4% ในเดือนกรกฎาคมปี 2026 บริษัทบางแห่งกำลังถอนตัวออกจากกัมพูชา โดยบริษัทการค้ามิตซูบิชิถอนบุคลากรออกไปเมื่อปลายเดือนเมษายน
สถานการณ์นี้สะท้อนผลกระทบจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่แม้จะสร้างความยากลำบากให้กับการค้าชายแดนทางบก แต่ในมุมมองทางธุรกิจของผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางเลือก เช่น ท่าเรือของบริษัท PAS กลับได้รับอานิสงส์เชิงบวกอย่างมหาศาลจากการย้ายเส้นทางการค้าทำให้ทั้งรายได้และอัตรากำไรเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะสั้น