เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม.ตั้ง ‘ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล’ ปลัดคมนาคม คนใหม่ อายุราชการอีก 10 ปี
Politics ครม.ตั้ง ‘ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล’ ปลัดคมนาคม คนใหม่ อายุราชการอีก 10 ปี
กทพ. ยกเว้นค่าทางด่วน 3 สายทาง วันหยุด 12 สิงหาคม 2569 วันแม่แห่งชาติ
Economic กทพ. ยกเว้นค่าทางด่วน 3 สายทาง วันหยุด 12 สิงหาคม 2569 วันแม่แห่งชาติ
ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท รูปพรรณขายออก 69,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท รูปพรรณขายออก 69,800 บาท
เป็นเหมือน กสทช. ชั้น 2 ‘พิรงรอง’ พ้อ มีปล่อยข่าวการดิสเครดิต ใช้ พ.ร.ก.ยุติ กสทช.
Tech เป็นเหมือน กสทช. ชั้น 2 ‘พิรงรอง’ พ้อ มีปล่อยข่าวการดิสเครดิต ใช้ พ.ร.ก.ยุติ กสทช.
“ครม.สัญจร สงขลา” ถกแก้ปัญหา-ฟื้นเศรษฐกิจ 5 จังหวัดใต้
Politics “ครม.สัญจร สงขลา” ถกแก้ปัญหา-ฟื้นเศรษฐกิจ 5 จังหวัดใต้
สุชาติ มั่นใจ “รัฐบาลอนุทิน” แข็งแรง ชี้วิกฤติโควิดยังรอดมาได้
Politics สุชาติ มั่นใจ “รัฐบาลอนุทิน” แข็งแรง ชี้วิกฤติโควิดยังรอดมาได้
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘เลขา สมช.’ อยากเกษียณในองค์กรที่อยู่มา 35 ปี ยังไม่ได้สัญญาณเปลี่ยนตัว
Politics ‘เลขา สมช.’ อยากเกษียณในองค์กรที่อยู่มา 35 ปี ยังไม่ได้สัญญาณเปลี่ยนตัว
TCAP โชว์กำไรพุ่งแรงกว่า 20% ทั้งงวดไตรมาส 2-ครึ่งปีแรก เดินหน้าซื้อหุ้นคืนวงเงิน 7.5 พันล้าน
Finance TCAP โชว์กำไรพุ่งแรงกว่า 20% ทั้งงวดไตรมาส 2-ครึ่งปีแรก เดินหน้าซื้อหุ้นคืนวงเงิน 7.5 พันล้าน
รัฐบาลยันมีเงินรับมือ-เยียวยา ‘เอลนีโญ’ ไม่พอมีงบกลาง
Politics รัฐบาลยันมีเงินรับมือ-เยียวยา ‘เอลนีโญ’ ไม่พอมีงบกลาง
ดูทั้งหมด

สรุปวิกฤต “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ไบโพลาร์” รายย่อยล้างพอร์ต Leveraged ETFs พ่นพิษ บีบเทขาย 2 ล้านล้านวอน

01 ส.ค. 2569 | 13:09น.
AP Photo/Ahn Young-joon

ท่ามกลางภาวะบีบคั้นในสังคมอย่างสูง ชาวเกาหลีใต้ฝากความหวังลงทุนทุ่มสุดตัวกับหุ้นตัวท็อป แต่นักลงทุนรายย่อยต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่ หลังจากหุ้นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ หรือแชโบล (Chaebol) ของประเทศอย่าง Samsung และ SK Hynix พลิกลดลงอย่างรุนแรง ทำให้เกิดการเทขายสุทธิ 2 ล้านล้านวอน สถานการณ์ตีแผ่ความเสี่ยงของกระแสการเก็งกำไรที่เคยช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ร้อนแรงที่สุดในโลก จากต้นตอกองทุน ETF แบบมีเลเวอเรจ (Leveraged ETFs) ที่อิงหุ้นรายตัวซ้ำเติมความเสียหายให้หนักขึ้น จากกระแสความบ้าคลั่งหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)

เว็บบอร์ดหรือห้องสนทนาของนักลงทุนในประเทศเกาหลีใต้เต็มไปด้วยเสียงคร่ำครวญ โดยเฉพาะหลังจากที่หุ้น SK Hynix ดิ่งลงอย่างหนักเป็นประวัติการณ์ในวันเดียว

“ฉันอยากย้อนเวลากลับไปก่อนที่จะเริ่มลงทุนในหุ้น เอาเงินฉันคืนมา” นักลงทุนรายหนึ่งเขียนระบาย

“พวกคุณตั้งใจจะฆ่ากันให้ตายเลยใช่ไหม” อีกคนกล่าว

สำหรับนักลงทุนรายย่อย ผลกระทบนั้นรุนแรงมาก “เงินเดือนทั้งปีหายไปในเวลาเพียงหนึ่งเดือน” พนักงานออฟฟิศวัย 36 ปี นามสกุลจองระบุ

ซิตี้ประเมินในบันทึกถึงนักลงทุนสถาบันเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า นักลงทุนรายย่อยชาวเกาหลีสูญเสียเงินประมาณ 38.7 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.2 ล้านล้านบาท) จาก ETF ที่ใช้เลเวอเรจในช่วงเดือนที่ผ่านมา

ความสูญเสียดังกล่าวเพิ่มความไม่พอใจในหมู่นักลงทุนที่เข้ามาในตลาดในช่วงที่ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้เกิดการตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้นต่อเจ้าหน้าที่ที่นำผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมาใช้

กระแสความเชื่อมั่นอย่างท่วมท้นที่ทำให้หุ้นเกาหลีใต้เป็นหุ้นที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในโลกเมื่อต้นปีนี้กำลังจางหายไปอย่างรวดเร็ว นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามมากขึ้นเกี่ยวกับความคุ้มค่าของการลงทุนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาในอุตสาหกรรมนี้ และยังระแวงเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของคู่แข่งจากจีน ความกังวลทั้งหมดนี้จุดชนวนให้เกิด “ความตื่นตระหนก (Panic Selling) ผลักให้นักลงทุนรายย่อยขายหุ้นดัชนี KOSPI สุทธิ 2 ล้านล้านวอน (ราว 46,000 ล้านบาท) ในวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา

สะท้อนถึงภาวะที่กลุ่มรายย่อยในประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เงินกู้ยืมหรือผลิตภัณฑ์เลเวอเรจในการเก็งกำไร จำเป็นต้องรีบตัดขาดทุนหรือถูกบังคับขาย (Forced Selling) เพื่อหนีความเสี่ยงจากราคาหุ้นที่ดิ่งลงอย่างหนัก มากกว่าแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติในช่วงเวลานั้น

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า ความบ้าคลั่งในการเก็งกำไรส่วนหนึ่งมีชนวนมาจากความวิตกกังวลทางสังคม โดย ชเว แจวอน ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (SNU) กล่าวว่า เริ่มมีความตระหนักรู้มากขึ้นในสังคมว่า การยกระดับฐานะทางสังคมไม่สามารถทำได้อีกต่อไปแล้วผ่านช่องทางแบบเดิม ๆ นักลงทุนที่เคยเห็นคนอื่นรวยข้ามคืนจากคริปโตเคอร์เรนซี จึงหันมาใช้ช่องทางในตลาดหุ้นแทน โดยมองว่าเป็นทางลัดในการสร้างความมั่งคั่งอย่างรวดเร็ว

ต้นตอกองทุน ETFs แบบเลเวอเรจ

สาเหตุหลักมาจากการที่หน่วยงานกำกับดูแลตัดสินใจอนุมัติกองทุน Leveraged ETFs ที่อิงหุ้นรายตัวของ Samsung และ SK Hynix เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ตามที่ได้มีการเปิดตัวกองทุนอีทีเอฟที่อิงหุ้นรายตัวแบบเลเวอเรจ (Single-stock leveraged Exchange Traded Funds : ETFs) เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ข้อมูลจากกลุ่มการเงิน KB Financial Group ระบุว่า ส่งผลให้นักลงทุนรายย่อยเกาหลีแห่เข้าไปซื้อสุทธิสูงถึง 14 ล้านล้านวอน (ประมาณ 9,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เทียบกับนักลงทุนต่างชาติที่ซื้อสุทธิราว 2 ล้านล้านวอน

กองทุนเลเวอเรจโตพุ่ง สินทรัพย์ใน ETF เลเวอเรจ 25 อันดับแรกของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นเป็นราว 30% ในเดือนมิถุนายน จาก 15% เมื่อต้นปี 2026 ขณะที่ Oxford Economics ปรับลดมุมมองหุ้นเกาหลีใต้สู่ระดับกลาง

KB Financial ระบุว่า กองทุน ETF แบบมีเลเวอเรจมีลักษณะคล้ายคลึงกับเครื่องมือในการเก็งกำไรมากขึ้นเรื่อย ๆ

ผู้รับเคราะห์หลักจากวิกฤตครั้งนี้ คือรายย่อยในประเทศ ซึ่งนายจุง อินยุน จาก Fibonacci Asset Management เผยว่า นักลงทุนในประเทศคือกลุ่มที่แบกรับความเสียหายส่วนใหญ่

ไม่ใช่แค่นักลงทุนมือใหม่ ผู้ซื้อส่วนใหญ่คือวัย 40–50 ปี ที่มีความคุ้นเคยกับการใช้เลเวอเรจและการลงทุนในเทคโนโลยีแบบกระจุกตัว

กระแสการเก็งกำไรที่เคยช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นเกาหลีกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ร้อนแรงที่สุดในโลก กลับทำให้นักลงทุนรายย่อยต้องแบกรับความเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากดัชนี Kospi ของเกาหลีปรับฐานแรง ซึ่งนำโดยขาลงของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์

ตอกย้ำสถานการณ์ที่นักลงทุนรายย่อยในเกาหลีใต้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเป็นพิเศษ จากการลงทุนในกองทุนอีทีเอฟเลเวอเรจหุ้นรายตัว ซึ่งอิงอยู่กับหุ้นบริษัทผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่สองแห่ง ได้แก่ Samsung Electronics และ SK Hynix

ตามข้อมูลของ LSEG ระบุว่า กองทุน KODEX SK Hynix Single Stock Leverage ETF ร่วงลงมากกว่า 80% นับจากจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ซึ่งกองทุนนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาให้สร้างผลตอบแทนเป็นสองเท่าของการเคลื่อนไหวรายวันของหุ้น SK Hynix หมายความว่า หากหุ้น SK Hynix ในวันนั้นปรับตัวขึ้น 1% กองทุนนี้ควรจะขึ้น 2% แต่ในทางกลับกัน หากหุ้นร่วงลง 1% กองทุนก็จะขาดทุนถึง 2% เช่นกัน

จึงเป็นความเสี่ยงจากการทบต้นและความผันผวน เมื่อหุ้น SK Hynix เผชิญกับภาวะขาลงอย่างรุนแรงและผันผวนหนักตามดัชนีตลาดที่ดิ่งลง 35% กลไกเลเวอเรจแบบทวีคูณจึงกลายเป็นตัวเร่งความเสียหาย ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้มูลค่าของกองทุนนี้ทรุดตัวลงอย่างรุนแรงถึงมากกว่า 80% นับจากจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ซึ่งสร้างความเสียหายมหาศาลให้กับนักลงทุนรายย่อยที่เข้าไปเก็งกำไรในจังหวะดังกล่าว

เอริค บัลชูนัส นักวิเคราะห์ ETF อาวุโสของบลูมเบิร์ก อีโคโนมิกส์ ตั้งข้อสังเกตว่า เกาหลีใต้ไม่เหมาะกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เนื่องจากหุ้นอ้างอิงมีสภาพคล่องต่ำกว่าหุ้นในตลาดขนาดใหญ่ ในสภาวะเช่นนี้ เขาเปรียบเทียบว่า หางสามารถกระดิกหัวสุนัขได้ง่ายกว่า ซึ่งหมายความว่า สิ่งเล็กน้อยหรือส่วนประกอบ กลับมีอำนาจควบคุมหรือสั่งการสิ่งใหญ่โตหรือส่วนหลักได้ง่ายดายยิ่งกว่าเดิม

สั่นคลอนทีมเศรษฐกิจ-รัฐมนตรีคลังขอโทษ

วิกฤตกองทุน ETFs ที่ใช้เลเวอเรจสร้างความกังวลให้กับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้อี แจมยอง

เมื่อประธานาธิบดีอี แจมยอง เข้ารับตำแหน่งในเดือนมิถุนายน 2025 เขาให้สัญญาว่าจะยกระดับดัชนีมาตรฐานของเกาหลีไปที่ 5,000 ภายในหนึ่งปี ดัชนี KOSPI ก็บรรลุเป้าหมายนั้นและพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงจุดสูงสุดที่ 9,000 โดยได้รับแรงหนุนจากการบูมของเซมิคอนดักเตอร์และความคาดหวังในการปฏิรูปธรรมาภิบาลของบริษัท

เพียงไม่ถึงหนึ่งปีหลังจากการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี การพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นก็เริ่มสลายตัว ดัชนี KOSPI ร่วงลงมาอยู่ที่ประมาณ 5,000 จุด คราวนี้ท่ามกลางสถานการณ์ที่น่ากังวลยิ่งกว่าเดิมเพราะปรากฏว่า ผันผวนอย่างรุนแรง

ปัญหานี้สร้างความกดดันอย่างหนักต่อทีมงานด้านการเงินของรัฐบาลอี และมีเสียงเรียกร้องเพิ่มมากขึ้นให้ผู้กำหนดนโยบายระดับสูงลาออก เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่เห็นว่ามาตรการรับมือของรัฐบาลเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและไม่ใช่ทางออกที่แท้จริง

สาเหตุที่รัฐบาลเปิดกองทุน ETF ประเภทนี้เพื่อดึงดูดนักลงทุนรายย่อยชาวเกาหลีออกจากผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้เลเวอเรจสูงซึ่งจดทะเบียนในฮ่องกง และเพื่อลดแรงกดดันต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินวอนเมื่อเทียบกับดอลลาร์

คิม ยง-บอม หัวหน้าคณะทำงานด้านนโยบายของประธานาธิบดี ซึ่งเป็นผู้สนับสนุน ETF ที่ใช้เลเวเรจตั้งแต่แรก ทำให้เกิดกระแสต่อต้านรุนแรงขึ้น เพราะเขาชี้ว่านักลงทุนรายย่อยมีส่วนรับผิดชอบต่อความผันผวนของตลาดด้วย อย่าโยนโทษให้กองทุนอย่างเดียว

“ETF ที่ใช้เลเวอเรจกับหุ้นรายตัวไม่ได้เป็นสาเหตุเดียวของความผันผวน” คิมกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอังคารในการแถลงข่าวระหว่างการเยือนบราซิลของอี “มันถูกขยายผลโดยลักษณะโครงสร้างของตลาด ซึ่งนักลงทุนรายย่อยซื้อขายกันอย่างคึกคัก”

สมาชิกสภาฝ่ายค้านฉวยโอกาสจากความปั่นป่วนของตลาด โดยชี้ว่าเป็นหลักฐานของความล้มเหลวในวงกว้างของทีมเศรษฐกิจรัฐบาล

“ก่อนรัฐบาลอี ตลาดหุ้นเกาหลีเคยประสบกับความผันผวนเช่นนี้มาก่อนหรือไม่ โดยมีการปรับโครงสร้างและตัดวงจรบ่อยครั้งเช่นนี้” นายจอง จองซิก หัวหน้าพรรคพลังประชาชน (PPP) กล่าว “ประธานาธิบดีอีต้องยกเครื่องทีมเศรษฐกิจใหม่ทั้งหมดทันที”

สส. อี มันฮี จากพรรค PPP ก็ได้เขียนข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า “ประชาชนต้องรับผิดชอบต่อการล่มสลายของตลาดหุ้นหรือ ?” เขากล่าวเสริมว่า คิม จองอุน ไม่ได้ไตร่ตรองถึงบทบาทของตนเองในฐานะผู้ควบคุมนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ตลาดที่ผิดปกติ

“รัฐบาลได้รับเครดิตเมื่อตลาดพุ่งสูงขึ้นหรือไม่ และประชาชนต้องรับผิดชอบเมื่อตลาดตกต่ำหรือไม่” สส. กล่าวต่อ “เป็นเรื่องปกติหรือไม่ที่ตลาดจะขึ้น ๆ ลง ๆ ทุกวัน เราไม่ต้องการข้าราชการที่โทษประชาชน ประธานาธิบดีอีควรปลดคิมออกจากตำแหน่งทันที”

ในการประชุมรัฐสภาเมื่อ 29 กรกฎาคม นายกู ยุน-ชอล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเกาหลีใต้ ขอโทษหลังจากมีเสียงเรียกร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลังจากมีการนำ ETF ที่ใช้เลเวอเรจกับหุ้นรายตัวมาใช้โดยไม่ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ

นายอี อ็อก-วอน ประธานคณะกรรมการกำกับบริการทางการเงินของประเทศ กล่าวว่า หน่วยงานกำกับดูแลกำลังพิจารณาที่จะจำกัดการลงทุนจากรายย่อย ซึ่งอาจป้องกันไม่ให้นักลงทุนลงทุนในผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เกิน 20% ของพอร์ตการลงทุน

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Seoul Economic Daily นายอีกล่าวต่อคณะกรรมการกิจการการเมืองของรัฐสภาในกรุงโซลว่า หากจำเป็น ก็มีวิธีที่จะเพิ่มข้อกำหนดการลงทุนให้ครอบคลุมนักลงทุนมืออาชีพ และกล่าวเสริมว่า หน่วยงานกำกับดูแลสามารถลดอัตราส่วนเลเวอเรจของผลิตภัณฑ์เลเวอเรจหุ้นรายตัวได้ หากมีการเตรียมร่างกฎหมายที่จำเป็นโดยฝ่ายนิติบัญญัติ

รัฐบาลยังกล่าวอีกว่าจะขออำนาจทางกฎหมายเพื่อนำมาตรการรักษาเสถียรภาพตลาดมาใช้ โดยจำลองมาจากฮ่องกง ภายใต้กรอบดังกล่าว หน่วยงานกำกับดูแลสามารถลดอัตราส่วนเลเวอเรจเพื่อตอบสนองต่อสภาวะตลาด โดยลดลงจากสองเท่าเหลือ 1.5 เท่า หรือแม้แต่หนึ่งเท่าในแต่ละวัน

คำเตือนจากแบงก์ชาติเกาหลี (BoK) ระบุว่า การลงทุนแบบใช้เลเวอเรจพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากเงินกู้มาร์จิ้น แม้จะไม่ส่งผลกระทบเชิงระบบต่อภาพรวมการเงิน แต่ความเสี่ยงคือเลเวอเรจจะยิ่งซ้ำเติมความผันผวนในช่วงที่ตลาดปรับฐาน

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กล่าวว่าทางออกพื้นฐานที่สามารถควบคุมความผันผวนและฟื้นฟูดัชนีที่ได้รับผลกระทบยังคงเป็นสิ่งที่ยากจะหาได้

“กองทุน ETF ที่ใช้เลเวอเรจยังคงเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีการซื้อขายมากที่สุดเมื่อพิจารณาจากมูลค่าการซื้อขาย” อี คยองมิน นักวิเคราะห์จาก Daishin Securities กล่าว “เราต้องรอดูว่าข้อกำหนดเงินฝากขั้นต่ำที่สูงขึ้น ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เมื่อ 31 กรกฎาคมจะช่วยลดความผันผวนได้หรือไม่”

บัลชูนัส นักวิเคราะห์ ETF อาวุโสจากบลูมเบิร์ก อีโคโนมิกส์ ยังแย้งอีกว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้เลเวอเรจเป็นเพียงกลไกหนึ่งที่นักลงทุนแสดงความต้องการอย่างล้นหลามต่อหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ มากกว่าจะเป็นสาเหตุพื้นฐานของการบูมหรือการลดลงในภายหลัง

“ไม่มีใครจะซื้อหางเว้นแต่พวกเขาต้องการหัวสุนัข” เขาเขียนบน X (เดิมคือ Twitter) เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม “ในกรณีนี้ ทุกคนต้องการลงทุนในหุ้นชิปหน่วยความจำพร้อมกันทั่วโลก เพราะ AI คือหัวใจสำคัญของเรื่องนี้”

ตลาดหุ้นไบโพลาร์

กระทั่งล่าสุด ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พลิกตัวพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในวันที่ 31 กรกฎาคม ซึ่งถือเป็นจุดสิ้นสุดของเดือนแห่งความผันผวนอย่างหนัก ที่ตอกย้ำให้เห็นว่าตลาดหุ้นของประเทศผูกติดแน่นอยู่กับกระแสการค้าปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโลกมากเพียงใด

ดัชนี KOSPI ทะยานขึ้น 14% ซึ่งส่งสัญญาณเตรียมทำสถิติพุ่งขึ้นในวันเดียวมากที่สุด ตามข้อมูลจาก LSEG ด้าน SK Hynix ฟื้นตัวทำสถิติเช่นเดียวกัน ขณะที่ Samsung Electronics พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง

“ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ซื้อขายราวกับว่ากำลังป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ โดยเหวี่ยงจากความตื่นตระหนกไปสู่ความคลั่งไคล้เกือบจะชั่วข้ามคืน” จุง อินยุน จาก Fibonacci Asset Management กล่าว “การเคลื่อนไหวในวันนี้ดูเหมือนเป็นการพลิกกลับอย่างรุนแรงของการเทขายที่มีความหนาแน่นสูงมาก”

การฟื้นตัวดังกล่าวเกิดขึ้นตามหลังการพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งชั่วข้ามคืนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐ หลังจากผลประกอบการที่สดใสของ Microsoft, Amazon และ Meta ช่วยตอกย้ำความคาดหวังว่า การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ยังคงมีความแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม หลังจากเช แทวอน (Chey Tae-won) ประธานกลุ่ม SK เปิดเผยการเข้าซื้อหุ้น SK Hynix ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับผู้ผลิตชิปหน่วยความจำที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรายนี้

จุงจาก Fibonacci Asset Management กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ดูเหมือนจะเป็นแรงขับเคลื่อนเบื้องหลังการพุ่งขึ้นในวันศุกร์ ขณะที่การซื้อคืนเพื่อปิดสถานะชอร์ต (Short-covering) และการปรับสมดุลทางกลไกของกองทุน ETF แบบมีเลเวอเรจ ที่ต้องปรับสัดส่วนการถือครองทรัพย์สินเมื่อตลาดมีความผันผวนสูง เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของกองทุน เมื่อดัชนีปรับตัวขึ้น กลไกดังกล่าวจึงบังคับให้กองทุนต้องเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการซ้ำเติมแรงซื้อให้ตลาดทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว

ข้อกำหนดการวางเงินสดมัดจำใหม่สำหรับนักลงทุนในกองทุน ETF แบบมีเลเวอเรจ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม อาจมีส่วนช่วยในการปรับเปลี่ยนสถานะการลงทุนเช่นกัน

เขากล่าวเสริมว่า “บททดสอบที่แท้จริงคือ แรงซื้อจากต่างชาติจะยังคงดำเนินต่อไปหรือไม่ หลังจากที่การซื้อคืนเพื่อปิดสถานะชอร์ต (Short-covering) ในวันนี้เริ่มซาลง หากแรงซื้อยังคงอยู่ ทำให้อาจพัฒนาไปสู่การฟื้นตัวที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น”

รอล์ฟ บัลก์ นักวิเคราะห์กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ จาก Futurum Group กล่าวว่า การพุ่งขึ้นรอบล่าสุดนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ปรับตัวดีขึ้นว่า วัฏจักรการลงทุนใน AI ยังคงไม่เสียหาย

บัลก์กล่าวเสริมว่า แรงบังคับขายที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ดูเหมือนจะสิ้นสุดลงเป็นส่วนใหญ่แล้ว

ความสูญเสียครั้งนี้ทำให้เห็นว่า วัฒนธรรมการลงทุนของนักลงทุนรายย่อยในเกาหลีใต้ เป็นตัวโหมกระพือความผันผวนในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ให้รุนแรงยิ่งขึ้น แม้บรรดานักวิเคราะห์จะยังคงเชื่อมั่นว่าแนวโน้มระยะยาวของผู้ผลิตชิ้นส่วนหน่วยความจำยังคงแข็งแกร่งก็ตาม

อ้างอิง :

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น เกาหลีใต้