‘Bolt’ อัดฉีดงบ รุกคลีนคนขับ 100% สู่ระบบกฎหมาย สู้เส้นตาย 30 ก.ย. 69
Bolt ประเทศไทย กางแผน Booster Week ดึงคนขับเข้าระบบแล้วกว่า 1 แสนราย พร้อมตั้งเป้าดันคนขับถือใบขับขี่สาธารณะครบ 100% ภายใน 30 กันยายน 2569 ยอมหั่นรายได้-ลดค่าคอมมิชชั่น สูงสุด 6% ช่วยแบกภาระค่าใช้จ่าย หวั่นคนขับร่วงกระแทกตลาด Ride-Hailing จนกระทบราคาค่าโดยสาร
นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป ประจำ Bolt ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทผลักดันคนขับบนแพลตฟอร์มให้เข้าสู่ระบบกฎหมายอย่างถูกต้องอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายผลักดันให้คนขับในระบบทั้งหมด 100% มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ผ่านโครงการ Booster Week ที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี 2568 ซึ่ง Bolt ถือเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรายแรก ที่เข้ามาดำเนินการเรื่องการนำคนขับเข้าสู่ระบบอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดกิจกรรมและการสนับสนุนอย่างเต็มที่
ความท้าทาย ที่คนขับต้องเจอในช่วงแรกของการดำเนินโครงการ คนขับยังต้องติดต่อและนัดหมายกับกรมการขนส่งทางบกด้วยตัวเองตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นเอกสาร การตรวจสุขภาพ การตรวจสภาพรถ ไปจนถึงการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ซึ่งในอดีตการขอผลตรวจประวัติต้องดำเนินการผ่านสำนักงานตำรวจแห่งชาติและอาจใช้เวลาหลายเดือน
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะ แต่ยังรวมถึงการนำรถเข้าสู่ระบบตามกฎหมาย โดยคนขับต้องเปลี่ยนประเภทการใช้งานรถส่วนบุคคลเป็น รย.17 หรือ รย.18 ซึ่งมีทั้งเงื่อนไขและขั้นตอนที่ต้องดำเนินการหลายส่วน รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตลอดกระบวนการ ส่งผลให้การเข้าสู่ระบบมีต้นทุนและใช้เวลาในส่วนของคนขับค่อนข้างมาก
Bolt จึงได้ริเริ่มโครงการ Booster Week เพื่อเป็นตัวกลางการประสานความร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก โดยมุ่งลดอุปสรรคที่คนขับต้องเผชิญในการเข้าสู่ระบบ ตั้งแต่การให้ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับขั้นตอน การช่วยประสานงานด้านเอกสาร ไปจนถึงการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม เพื่อให้คนขับสามารถดำเนินการได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น โดยกระบวนการที่ได้รับการปรับปรุงทำให้ในบางกรณีสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันเดียว จากเดิมที่อาจใช้เวลาหลายเดือน
นายณัฐดนย์ ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบัน Bolt สามารถนำคนขับเข้าสู่กระบวนการขอใบอนุญาตแล้วกว่า 100,000 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยื่นให้กับกรมขนส่งทางบกล่าสุด โดยในช่วงต้นปีถึงกลางปี มียอดคนขับประมาณ 60,000 ราย และเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 40,000 รายในช่วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้ทันกำหนดเส้นตายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
หลังวันที่ 30 กันยายน 2569 จะเป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษในภาคอุตสาหกรรม โดย Bolt จะประมวลผลจำนวนคนขับในระบบอีกครั้ง หลังคัดผู้ที่ไม่สามารถดำเนินการให้ถูกต้องตามข้อกำหนดออกจากระบบ เพื่อประเมินจำนวนคนขับที่พร้อมให้บริการ และผลกระทบต่อการรองรับความต้องการของผู้โดยสาร

อัดฉีดสิทธิประโยชน์ให้คนขับ
เพื่อจูงใจให้คนขับยินยอมเข้าสู่กระบวนการที่มีภาระทางเอกสารและค่าใช้จ่าย Bolt ได้ใช้นโยบายยอมเสียรายได้บางส่วนเพื่อรับภาระต้นทุนในการปฏิบัติตามกฎหมาย ผ่านมาตรการจูงใจทางการเงิน อาทิ:
- คนขับทุกคนที่ทำใบขับขี่สาธารณะสำเร็จและอัปโหลดข้อมูลจะได้ 500 บาท เป็นขั้นต่ำที่ได้ทุกคน
- มอบเงินพิเศษ 1,000 บาท สำหรับคนขับที่เข้าร่วมกิจกรรม Booster Day ในวันเสาร์
- ปรับลดค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม: ปรับลดอัตราหักค่าคอมมิชชั่นสำหรับคนขับที่มีใบอนุญาตสาธารณะและจดทะเบียนถูกต้อง รย.17 และ รย.18 โดยลด 5% สำหรับรถยนต์ และ 6% สำหรับรถจักรยานยนต์
การอัดฉีดงบประมาณดังกล่าวสะท้อนว่า การปฏิบัติตามกฎหมายไม่ได้เป็นเพียงเรื่องข้อบังคับทางนิตินัยอีกต่อไป แต่ยังเป็นต้นทุนการดำเนินงาน ที่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต้องเข้ามาร่วมมีส่วนแบกรับเพื่อป้องกันภาวะขาดแคลนคนขับ ซึ่งอาจส่งผลต่อทั้งระยะเวลารอคอยและระดับค่าโดยสารของผู้โดยสาร ซึ่งท้ายที่สุดจะสะท้อนกลับมายังประสบการณ์การใช้บริการและความสามารถในการรองรับความต้องการของตลาด
แม้ Bolt จะยืนยันการตั้งเป้าหมาย 100% แต่การบังคับใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการนำคนขับที่ไม่สามารถทำใบอนุญาตสาธารณะออกจากระบบหลังวันที่ 30 กันยายน 2569 ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณคนขับในระบบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โจทย์ใหญ่ของ Bolt และผู้เล่นรายอื่นในตลาด Ride-Hailing ต่อจากนี้ ไม่ใช่เพียงการทำตามกฎหมายเพื่อยกระดับความปลอดภัย แต่ยังรวมถึงการบริหารจำนวนคนขับให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้โดยสาร เพราะหากจำนวนคนขับลดลง อาจกระทบทั้งระยะเวลารอรถและระดับค่าโดยสาร ขณะเดียวกัน หากคนขับกระจุกตัวอยู่กับแพลตฟอร์มบางรายมากขึ้น ก็อาจส่งผลต่อการแข่งขันและทางเลือกของผู้บริโภคในตลาด ดังนั้น การกำกับดูแลจึงต้องเดินควบคู่กับการทำให้คนขับสามารถเข้าสู่ระบบได้ง่ายและมีต้นทุนที่เหมาะสม โดยภาครัฐและแพลตฟอร์มต้องร่วมกันลดขั้นตอนและพัฒนากระบวนการให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น เพื่อให้การยกระดับมาตรฐานเกิดขึ้นโดยไม่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ Bolt ยืนยันว่าบริษัทดำเนินงานภายใต้กรอบกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในทุกขั้นตอน โดยบริษัทยังคงประสานงานและปฏิบัติตามแนวทาง ระเบียบ และข้อกำหนดของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปตามกรอบการกำกับดูแลที่กำหนดไว้
ในมุมของอุตสาหกรรม การจัดระเบียบควรเดินหน้าอย่างไร เพื่อยกระดับมาตรฐาน ควบคู่กับการรักษาการแข่งขันที่เป็นธรรม จำนวนคนขับ และทางเลือกของผู้บริโภคไม่ให้กระจุกตัวอยู่กับผู้ให้บริการเพียงไม่กี่ราย