X แอปครอบจักรวาล เปลี่ยนโซเชียลฟีด ให้เป็นธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบ
จากทวิตเตอร์ ทรานส์ฟอร์มเป็น X จาก X ทรานส์ฟอร์มเป็น XAI จาก XAI กลายเป็น X Money เมื่อ อีลอน มัสก์ เปลี่ยนแอปโซเชียลฟีด ให้เป็นธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบ ก้าวสู่แอปครอบจักรวาล โอน-จ่าย-ส่งเช็ค ดอกเบี้ยสูงสุด 6%
ความฝันของ อีลอน มัสก์ ที่อยากปั้นให้ X (หรือ Twitter เดิม) กลายเป็น “แอปพลิเคชั่นครอบจักรวาล” หรือ Everything App กลายเป็นจริงในที่สุด
เพราะล่าสุดเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา X เปิดตัวบริการทางการเงินเต็มรูปแบบชื่อ X Money ให้ใช้อย่างเป็นทางการทั่วสหรัฐอเมริกา
ในช่วงแรกนี้ บริการ X Money จะเปิดให้ใช้งานเฉพาะกลุ่มสมาชิกที่จ่ายเงินรายเดือนอย่าง X Premium และ Premium+ เท่านั้น เป็นการเปลี่ยนแอปโซเชียลมีเดียให้กลายเป็นแอปธนาคารดิจิทัลที่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้โดยไม่ต้องสลับแอปไปมาเลย
ฟีเจอร์เด่นของ X Money ทำอะไรได้บ้าง ?

X จับมือกับธนาคาร Cross River Bank เพื่อให้บริการทางการเงินครบครันและให้สิทธิประโยชน์ที่สูงมากเมื่อเทียบกับแอปการเงินอื่น ๆ ในตลาดดังนี้
โอนเงินฟรี : ผู้ใช้สามารถส่ง รับ หรือเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้คนอื่น ๆ บน X ได้ทันที โดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมและไม่มีการจำกัดเพดานการโอน
ดอกเบี้ยสูงสุด 6% ต่อปี : สมาชิก Premium+ จะได้รับดอกเบี้ย (APY) 6% จากเงินฝากทันที ส่วนสมาชิก Premium ทั่วไปก็สามารถรับดอกเบี้ยเรตนี้ได้เช่นกัน หากตั้งค่ารับเงินเดือนเข้าบัญชีนี้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
คุ้มครองเงินฝากสูงสุด 10 ล้านดอลลาร์ : ปกติแล้วระบบคุ้มครองเงินฝาก (FDIC) จะคุ้มครองแค่ 250,000 ดอลลาร์ แต่ X Money ใช้ระบบกระจายเงินฝากไปยังธนาคารพันธมิตรหลายแห่ง ทำให้วงเงินคุ้มครองสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 360 ล้านบาท) ต่อบัญชี ซึ่งปลอดภัยกว่าแอปอย่าง PayPal หรือ Venmo
รับเงินเดือนล่วงหน้า 2 วัน : หากตั้งค่าให้บริษัทโอนเงินเดือนเข้าบัญชีนี้ (Direct deposit) ผู้ใช้จะได้รับเงินเข้าบัญชีเร็วกว่าปกติถึง 2 วัน
จัดการเรื่องเงินในชีวิตประจำวันครบจบ : ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายบิล, การสั่งจ่ายเช็คทางไปรษณีย์ ไปจนถึงการโอนเงินผ่านระบบธนาคารแบบดั้งเดิม (Wire transfer) ก็ทำได้หมดในแอปเดียว
บัตรเดบิตวีซ่าโลหะ X Card
นอกจากบริการในแอปแล้ว สมาชิกยังจะได้รับบัตรเดบิตวีซ่าที่ชื่อว่า X Card ซึ่งมีทั้งแบบบัตรดิจิทัลและบัตรแข็งแบบโลหะ โดยความน่าสนใจคือ
- รองรับการแตะจ่ายผ่าน Apple Wallet และ Google Pay
2. รับเครดิตเงินคืน (Cash back) 3% เมื่อใช้จ่ายตามเงื่อนไข
3. กดเงินสดจากตู้ ATM ทั่วโลกได้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม
4. ออกแบบลายบัตรเองได้ โดยสามารถใส่ชื่อบัญชี (Handle) บน X ของตัวเองลงไปบนบัตรโลหะได้เลย
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ก่อนที่ อีลอน มัสก์ จะทำ Tesla หรือ SpaceX เขาเคยทำบริษัทจ่ายเงินชื่อ X.com มาก่อนในยุคอินเทอร์เน็ตแรก ๆ ก่อนที่จะควบรวมกลายเป็น PayPal ในเวลาต่อมา ดังนั้น X Money จึงเป็นเหมือนการสานต่อความฝันเดิมของเขา
และเพื่อให้เห็นภาพว่ามันใช้งานได้จริง ทันทีที่ระบบเปิดให้ใช้งาน ก็มีผู้ใช้งานคนหนึ่งทดลองโอนเงิน 25 ดอลลาร์ ไปให้ Musk เพื่อเลี้ยงกาแฟ
ซึ่งเขาก็ออกมายืนยันผ่านบัญชี X ของตัวเองทันทีว่าได้รับเงินแล้วจริง ๆ ถือเป็นการโชว์ศักยภาพระบบให้ชาวเน็ตได้เห็นแบบสด ๆ
ข้อกังขาด้านกฎหมาย
แม้ว่าก่อนหน้านี้ X จะเคยมียอดทำธุรกรรมสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ ผ่านฟีเจอร์ Cashtags มาแล้ว และปัจจุบัน X Money ก็ได้ใบอนุญาตให้ทำธุรกรรมทางการเงินในกว่า 40 รัฐ ของสหรัฐ แต่เส้นทางนี้ก็ยังพอมีอุปสรรคอยู่บ้าง
ทางบริษัทกำลังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติใบอนุญาตในรัฐที่เหลือ รวมถึงต้องเผชิญกับการจับตามองจากหน่วยงานรัฐ
โดยเฉพาะ สว. เอลิซาเบธ วอร์เรน ที่แสดงความกังวลเรื่องความปลอดภัย การคุ้มครองผู้บริโภค และความมั่นคงทางการเงินของระบบนี้
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีด่านทดสอบด้านกฎหมายรออยู่ X ก็ประกาศเป้าหมายชัดเจนว่า จะเดินหน้าขยายบริการ X Money ให้ผู้ใช้งานทุกคนในสหรัฐอเมริกา (ไม่ใช่แค่กลุ่ม Premium) ได้ใช้งานกันอย่างถ้วนหน้าภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งNewsPulseจะจับตาดูกันต่อไปว่า ก้าวนี้ของ อีลอน มัสก์ จะสั่นวงการแอปการเงินได้มากแค่ไหน