เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มูลนิธิสืบฯ สวนกลับ สส.จันทบุรี ยันฟ้องศาลเพิกถอน EHIA อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด
News มูลนิธิสืบฯ สวนกลับ สส.จันทบุรี ยันฟ้องศาลเพิกถอน EHIA อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด
‘ในหลวง-พระราชินี’ บำเพ็ญพระราชกุศลวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ‘ในหลวง-พระราชินี’ บำเพ็ญพระราชกุศลวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระพันปีหลวง
มนุษย์แม่คนแรกในอวกาศ ‘คนบอกว่าฉันแย่มาก ที่ทิ้งลูกไว้ข้างหลัง’
ไฮไลท์ประชาชาติ มนุษย์แม่คนแรกในอวกาศ ‘คนบอกว่าฉันแย่มาก ที่ทิ้งลูกไว้ข้างหลัง’
ตลาดต่างชาติบูม ‘โปแลนด์’ ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย
Real Estate ตลาดต่างชาติบูม ‘โปแลนด์’ ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย
‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ถึงแก่อนิจกรรมวัย 98 ปี 
World ‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ถึงแก่อนิจกรรมวัย 98 ปี 
‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
Real Estate ‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
Biz Movement ‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
สามัญสำนึก จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
Tech เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
ดูทั้งหมด

นิกร รัฐมนตรีโควตา ‘โรงแป้ง’  ปั้น พม. สร้างทุนมนุษย์ ดัน GDP ประเทศ

22 ก.ค. 2569 | 09:31น.
นิกร โสมกลาง
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ผู้เขียน : ณัฐวุฒิ กรัณยโสภณ
        วิรวินท์ ศรีโหมด

นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

คือ 1 ใน 8 รัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย ร่วมรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล 2

และเป็น 1 ในรัฐมนตรีเจนใหม่ของพรรคเพื่อไทย ที่อายุ 40 กลาง ๆ

เขาคือ “ตัวแทน” รัฐมนตรีซุ้มแป้งมัน ที่เสียบเข้าโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกือบคนสุดท้าย หลัง “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” ไม่ผ่านคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี

“NewsPulse” สนทนา กับ “นิกร” ที่ห้องทำงานชั้น 9 ของตึกกระทรวง พม. จากมวยรอง มวยแทน เป็นรัฐมนตรีหลังม่าน สู่ตัวจริงที่กระทรวง พม. ถึงที่มาที่ไปทางการเมือง

การเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวของการเมืองซุ้มแป้งมัน และผลักดันกระทรวง พม.ที่ทำหน้าที่ด้าน “ความมั่นคงของมนุษย์” ให้เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ

ประตูสู่การเมือง

“นิกร” ชายผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ คมเข้ม และอัธยาศัยเป็นกันเอง พื้นเพทางการเมืองเป็นลูกของอดีต สมศักดิ์ โสมกลาง สส.นครราชสีมา 2 สมัย พรรคไทยรักไทย

“นิกร” อายุอ่อนกว่า “อาจารย์เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตัวชูโรงของพรรคเพื่อไทย เพียง 2 ปี จึงเป็นหนึ่งในกลุ่มรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทย

แม้ชื่อของเขาไม่เป็นที่รู้จักมากนักในหมู่นักธุรกิจ แต่คนโคราช เขตเลือกตั้งที่ 8 อำเภอพิมาย อำเภอชุมพวง รู้จักชื่อเขาเป็นอย่างดี

เพราะนิกรเป็นคนโคราชโดยกำเนิด ใช้ชีวิตเรียนประถม มัธยม และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ที่โคราช ก่อนไปเรียนปริญญาโท คณะวิทยาศาสตร์ ที่เยอรมนี กลับมาทำงานบริษัทข้ามชาติ ที่ กทม. และหวนกลับคืนบ้านเกิดอีกครั้ง

ด้วยความที่พ่อของ “นิกร” คือ “สมศักดิ์ โสมกลาง” อดีต สส.โคราช 2 สมัย จึงมีความผูกพันกับตระกูลการเมืองท้องถิ่น “หวังศุภกิจโกศล” บ้านใหญ่โรงแป้งมัน ทำให้เขารู้จักกับบ้านใหญ่การเมืองหลังนี้ 

และเป็นประตูบานแรกที่ทำให้เขาได้เล่นการเมือง หลังจากเคยตามพ่อลงพื้นที่หาเสียงตอนเด็ก

“ผมได้รับโอกาสจากท่านนายก อบจ. ยลดา หวังศุภกิจโกศล ให้มาทำงานการเมือง ก็เป็นเลขานุการนายก อบจ.นครราขสีมา ประมาณ 2-3 ปี ได้ประสบการณ์การทำงานท้องถิ่น”

“ท่านนายกมอบหมายให้ดูงานทั้งเรื่องงบประมาณ การประสานงานต่าง ๆ ทำให้มีประสบการณ์การบริหารงานราชการท้องถิ่น แต่ที่น่าจะเป็นประโยชน์ เป็นรากฐานให้คนอย่างผม คือ ได้เห็นการบริหารประชาชนแบบ People Centric ได้ลงพื้นที่ ไปเจอชาวบ้าน แก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง เรื่องง่าย ๆ อย่างเรื่องถนน เรื่องแหล่งน้ำ เรื่องสาธารณสุข”

“พอเราได้ไปเจอ แล้วเห็นความเดือดร้อนของประชาชน เห็นกลไกของราชการ ของรัฐบาล ของท้องถิ่น สามารถไปแก้ปัญหาได้ ด้วยตัวของท้องถิ่นเอง ผมก็ซึมซับมา เป็นพื้นฐานสำคัญ”

“พอถึงจังหวะ มีการเลือกตั้งในปี 2566 ท่านก็บอกให้ผมไปลง สส. เขต พิมาย ชุมพวง ในนามพรรคเพื่อไทย ลงเขตบ้านเกิดตัวเอง ก็ชนะได้มาเป็น สส. ทำงานในสภา”

หน่วยก้านอะไรที่ทำให้นายกยลดาเห็นศักยภาพ “ท่านอาจจะอยากได้คนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดและการเอาระบบไอที ระบบเทคโนโลยีมาทำงาน  เพราะผมได้พัฒนาการทำงานของ อบจ. โดยการเอาระบบไอทีมาใช้ก็ไม่น้อย”

90 วัน มวยรองสู่ตัวจริง

ในช่วงที่ทำงานในสภา “นิกร” ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ได้มีหน้าที่ “กดโหวต” ผ่านกฎหมายตามคำสั่งวิปรัฐบาล แต่เขาศึกษาโอกาสที่จะช่วยประชาชน

“ผมเป็น สส. มา 3 ปี แต่ก่อนเป็น สส. ไม่เคยรู้เรื่องกฎหมายเท่าไหร่หรอก แต่พอได้มาเป็น สส. ปั๊บ ผมไม่ได้ว่าเฮ้ย ไปนั่งแล้วกดโหวตอย่างเดียว แต่เรียนรู้ด้วยว่า การแก้กฎหมาย การออกกฎหมายแต่ละครั้ง สามารถใช้เป็นกลไกที่แก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องได้ สามารถพัฒนาประเทศได้”

“เพราะฉะนั้น พอได้มาอยู่กระทรวงปั๊บ ผมถามข้าราชการเลยว่า กฎหมายอะไรที่ล้าหลัง กฎหมายอะไรที่อยากจะเสนอใหม่ ต้องแก้ ผมก็เร่งพัฒนา”

ในระยะเวลาประมาณ 90 กว่าวันในตำแหน่ง “นิกร” บอกว่า ใช้กำลัง กำลังกาย กำลังสติปัญญาเต็มที่ในการทำงาน

“อย่างแรกคือ ภารกิจของกระทรวง เราต้องเข้าใจของทุกกรม ทุกหน่วยงาน เป้าหมายของกระทรวง เราเป็นผู้บริหารกระทรวงเราต้องเซตเป้าหมายกระทรวงให้ชัดเจน แล้วที่สำคัญไม่พอ เราต้องเอาเป้าหมายของกระทรวง ลงไปถึงทีมงาน พม. ส่วนหน้าให้ได้ แล้วก็บ่อยที่สุด สิ่งเหล่านี้ต้องย้ำกัน”

“แต่ผมเซอร์ไพรส์ ผมเข้ามาอยู่กระทรวงนี้ ทำให้ผมรู้ว่า กระทรวงนี้เป็นกระทรวงที่มีศักยภาพมาก ทุกกรมเลย ทุกกรมเลย (พูดย้ำ) ไม่ว่าจะเป็นกรมเด็กและเยาวชน กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งอันนี้ก็ ซึ่งเป็นกรมที่ดูแลทั้งอาสาสมัคร อพม. ทั้งประเทศ 390,000 คน เป็นมดงานให้กับกระทรวง พม. แล้วก็มีดูแลพื้นที่ของนิคมสร้างตนเองทั้งประเทศ”

“3-4 เดือนที่ผ่านมา ผมคิดว่าผมจุดประกายความตื่นตัวเรื่องปัญหาโครงสร้างสังคมในประเทศบ่อยมาก ทั้งเรื่องผู้สูงอายุ เงินเพิ่มคนพิการ ทั้งที่มีอยู่ในบัญชี ทั้งตกหล่น แนวทางการแก้ไขปัญหาคนพิการ ทั้งการจ้างงานคนพิการ การจ้างงานผู้สูงอายุ ปัญหาเด็กเกิดน้อยลง”

“สิ่งที่เราต้องทำคือ เราต้องไปคุยกับกระทรวงต่าง ๆ คุยกับท้องถิ่น คุยกับมหาดไทย คุยกับทุกคน เวลาเราลงไปในพื้นที่ เป็นการทำงานเชิงรุกไปคุยกับข้าราชการกระทรวงต่าง ๆ ในพื้นที่ว่า คุณควรจะดูเรื่องศูนย์เด็กเล็ก คุณควรจะดูแลเรื่องคนพิการที่มากขึ้น ในกระบวนการของคุณนะ”

“ที่ผมทำ ลงไปพื้นที่ไม่ใช่เพื่อไปถ่ายรูป…ไม่ใช่ เรามีหน้าที่ไปเล่าให้เขาฟังว่า ความท้าทายของประเทศเป็นยังไง พม.จะขับเคลื่อนยังไง แล้วท่านช่วยเราได้อย่างไรบ้าง เราจะสนับสนุนท่านได้อย่างไรบ้าง อันนี้คือสิ่งที่พยายามทำ สิ่งที่ทำตอนนี้ กระตุ้นพลังของคนใน พม.ได้ไม่น้อย”

ลมใต้ปีกแป้งมัน

จากที่เคยอยู่เบื้องหลัง เป็นนักการเมืองในกลุ่มโรงแป้งมัน วันนี้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี เป็นการออกมาบินด้วยตัวเองหรือไม่ “นิกร” มองตัวเองว่า 

“ผมเป็น สส. อยู่ในกลุ่มของโรงแป้ง ทำงานด้วยกัน เห็นทิศทางการทำงาน วิสัยทัศน์การทำงานของบ้านนี้ ที่ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนจริง ๆ เราก็ซึมซับตรงนั้นมา เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นท่านรัฐมนตรีวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ท่านนายกยลดา หวังศุภกิจโกศล”

“แม้แต่ท่านรัฐมนตรีสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ผมคิดว่าแต่ละท่าน เป็นคนที่ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน เพื่อพี่น้องเกษตรกร ผมเห็นแล้วว่าการที่มีแนวคิดแบบนี้ สามารถเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนระยะยาวได้นะครับ ก็ถือว่าโชคดี สำหรับผม มีโอกาสเรียนรู้”

สำหรับ “นิกร” มองคำนิยามกลุ่มโรงแป้งว่า เป็นกลุ่มของคนโคราชกลุ่มหนึ่ง ที่ทำธุรกิจโรงแป้งแค่นั้นเอง ผู้สื่อข่าวเอาไปตีความว่าเป็นกลุ่มโรงแป้ง แต่ว่าก็น่าจะเป็นแค่เบื้องหลังเฉย ๆ ว่าเขาทำธุรกิจอะไรกัน

แต่บทบาทของ สส.กลุ่มโรงแป้ง นับวันยิ่งเข้มแข็งทางการเมือง “นิกร” ปฏิเสธ “ผมว่ากำลังพอดี ๆ โคราชเราก็เข้มแข็งขึ้น”

“โรงแป้งมันเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีพี่น้องเกษตรกรเข้าถึง แต่ผมจะไม่มองว่าเป็นฐานเสียงนะ ผมจะมองว่าเป็นกลุ่มที่ผู้บริหารเขาเข้าใจวิถีเกษตรกร ทำงานใกล้ชิดเกษตรกร ถ้าวันหนึ่งเขาไปลงสมัคร สส. แล้ว เขาอาจจะเข้าใจปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรมากกว่ากลุ่มอื่น อันนี้คิดเองนะ”

แต่ถ้ากลุ่มโรงแป้งย้ายไปที่ไหนก็จะสะเทือนวงการ “นิกร” กล่าวว่า “ไม่สะเทือนหรอกครับ ไม่ได้คิดว่ามันจะสะเทือนอะไรขนาดนั้นเลย”

แต่เป็นกลุ่มที่พรรคเพื่อไทยขาดไม่ได้หรือเปล่า นิกรตอบว่า “ก็ต้องไปถามท่านหัวหน้าพรรค (จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์) ว่าขาดได้ไหม ผมว่าเราก็ทำงานให้กับพรรคเพื่อไทย ก็ยึดมั่นในแนวทางการทำงานนโยบายของพรรค”

พรรคเพื่อไทยครอง สส.โคราชมากที่สุด 10 เขต จาก 16 เขตเลือกตั้ง ถูกภูมิใจไทย และพรรคประชาชน ครองไปพรรคละ 3 เขต อนาคตกลุ่มแป้งมันจะกวาด สส.ยกจังหวัดได้ไหม “นิกร” ตอบทันที “โอ้โห คงไม่ง่ายหรอกครับ” แล้วเพื่อไทยจะกวาดทั้งจังหวัดไหวไหม “ก็ไม่ง่ายเหมือนกันครับ”

“จังหวัดมันใหญ่ มันท้าทาย แต่ละอำเภอ แต่ละเขต บริบทมันต่างกันมาก ผมคิดว่า ไม่ว่าพรรคไหน ก็ไม่ง่าย แต่ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้”

ปัจจัยชี้ขาดชนะเลือกตั้งในโคราช เขามองว่า ต้องมีทั้งตัวบุคคล และนโยบายพรรค ทั้ง 2 ส่วน มีสัดส่วนใกล้ ๆ กัน

แต่พรรคเพื่อไทยมีอาวุธ (ไม่) ลับที่ชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” ชื่อนี้ยังขายได้ไหม เขาตอบว่า คิดว่าก็ยังมีคนเคารพท่าน หลาย ๆ คนเห็นถึงความสามารถของท่าน ผมคิดว่าคนเคารพท่านจะเยอะ คนรักท่านเยอะ

“มีผลอยู่แล้ว แต่มากน้อยก็ต้องประเมินกันอีกรอบ ผมว่าแล้วแต่สถานการณ์นะ ต้องดูในช่วงใกล้ ๆ อีกที”

KPI เพื่อไทย

ในช่วงที่รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยถูกคาดโทษ 3 เดือน หากใครผลงานไม่ดีถูกปรับออกจาก ครม. แล้วตัวชี้วัดพรรคเพื่อไทยมีหรือไม่ และคืออะไร นิกรกล่าวว่า “คิดว่าน่าจะมีนะ”

“คนทำงานก็ต้องมีเป้าหมาย ขนาดผมวันนี้ประชุมผู้บริหาร ผมก็ยังตั้งเป้าไว้ให้ทางหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารเลยว่า 30 กันยายน เดี๋ยวเรามาเช็กพอยต์กันนิดหนึ่งนะว่า กรมเด็กฯทำอะไรไปแล้วบ้าง เป้าหมายตัวเลขเป็นยังไง ปฏิบัติการผู้สูงอายุ อัตราการจ้างงานผู้สูงอายุดีขึ้นไหม อันนี้ก็คือ เนี่ยผมว่าทุกคนต้องมีเช็กพอยต์ ต้องมีเคพีไอ”

“คิดว่าหัวหน้าพรรคน่าจะมีตัวชี้วัด คงเป็นเรื่องนโยบายสำคัญ ๆ พรรค การทำงานในกระทรวงราบรื่น การขับเคลื่อนนโยบาย การทำภารกิจของกระทรวง มันไปได้ทุกเรื่อง ทุกมิติ อันนี้ผมคิดว่าก็น่าจะผ่านนะ”

แล้วโจทย์ของพรรคเพื่อไทย มีอะไรบ้างคะที่เราต้องเคลื่อนแน่ ๆ ไม่เคลื่อนไม่ได้ “นิกร” ตอบว่า กระทรวงนี้เป็นกระทรวงที่ดูแลคนยากไร้ เพราะฉะนั้นการดูแลของพี่น้องคนยากไร้ คนกลุ่มเปราะบางสำคัญ สวัสดิการที่มีอยู่จำกัดต้องทำให้ทั่วถึง

ยกระดับสายด่วนฮอตไลน์ของกระทรวง 1300 ปรับปรุงเรื่องของคู่สายได้ไหม ก็มีทั้งการเพิ่มคู่สาย ใช้ระบบ Social Listening มา Plug-in อนาคตก็จะเชื่อมกับทราฟฟี่ ฟองดูว์ (Traffy Fondue) ของ อว. และกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งเคสให้เร็วขึ้น ครอบคลุมมากขึ้น เป็นสิ่งที่กระทรวงเพื่อไทยต้องการจะทำเป็นพื้นฐาน

ต่อยอดเชื่อมเศรษฐกิจ

วันนี้ “นิกร” ประเมินตัวเองว่า ได้แค่ 6-7 เต็ม 10 เท่านั้น เพราะเป้าหมายของเขาอยากให้กระทรวง พม.เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน “ทุนมนุษย์” และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ

“ผมคิดว่ามันเป็นโอกาสของพรรคเพื่อไทยที่พิสูจน์ว่า การขับเคลื่อนทุนมนุษย์ มันเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ในอนาคต ซีเรียสนะ”

วันนี้ 4-5 กระทรวงของพรรคเพื่อไทย ก็พยายามต่อยอดว่าจะเชื่อมโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างไรได้บ้าง แม้แต่ผมเอง ก็ต้องดูกลุ่มที่มีศักยภาพที่สามารถไปต่อยอดให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจได้ อาจจะมีส่วนในการเพิ่ม GDP ให้ประเทศได้ 

ยกตัวอย่างเรื่อง Silver Economy เรื่องผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นทุกปี ดูว่าธุรกิจอะไรที่จะรองรับผู้สูงอายุเหล่านี้ Senior Complex, Medical สิ่งเหล่านี้สามารถนำไปสู่การสร้างรายได้ได้

“แล้วเราจะได้ประโยชน์จากตรงนี้ จากการที่มันไปกระตุ้นเศรษฐกิจ GDP เราโตขึ้น แต่แค่นั้นไม่พอ เรามีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ถ้าเราสามารถหา Job Matching โดยใช้ประสบการณ์ของกลุ่มคนที่เกษียณอายุ 60 ปี 65 ปี สามารถไปทำงานอะไร ที่เป็นการสร้าง GDP ได้ในอนาคต”

“ผมว่าได้นะ” เขากล่าวปิดท้าย