ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
การเลือกตั้ง กทม. 2569 สิ้นสุดแล้ว โดยผู้คว้าเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ คือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กวาดคะแนนเสียงไปถึง 1.5 ล้านคะแนน จากคะแนนทั้งหมดกว่า 2.3 ล้านคะแนน ซึ่งนับจากนี้ จะเข้าสู่กระบวนการประกาศและรับรองผลอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาต่าง ๆ ของเมืองหลวงแห่งนี้ ยังมีหลากหลายเสียงสะท้อนจากประชาชนที่ต้องการให้ผู้ว่าฯ คนใหม่ เข้ามาแก้ปัญหา
สถาบันพระปกเกล้าเปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ความคาดหวังของประชาชนต่อผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. คนใหม่” โดยได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 22-25 มิ.ย. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามพื้นที่เขตทั่วกรุงเทพมหานคร จำนวน 2,150 ตัวอย่าง
1. อยากให้ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ ทำเรื่องใดมากที่สุดใน 100 วันแรก ? (สำรวจโดย x Line Today)
ผลสำรวจระบุว่า 19.9% อยากให้ผู้ว่าฯ คนใหม่ “แก้ปัญหาน้ำท่วมขังในฤดูฝน” สูงสุด รองลงมา 15.9% ระบุว่า “ดูแลเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนเมือง แสงสว่าง กล้อง CCTV”, 14.5% “แก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น ส่วย วิ่งเต้น ใน กทม.”, 10.0% “ปรับปรุงถนน ทางเท้าที่ชำรุด ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ตามปกติ”, 9.5% “แก้ปัญหาฝุ่น มลภาวะในเมือง” ที่เหลือเป็นปัญหาด้านอื่น ๆ
ปัญหาที่ประชาชนอยากให้ผู้ว่าฯ ทำทันทีไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องปัญหาพื้นฐานที่กดทับการดำเนินชีวิตประจำวัน ดังนั้น ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่จะถูกจับตาตั้งแต่ช่วงต้นว่า สามารถเปลี่ยน “เรื่องเล็กที่เป็นเรื่องใหญ่ของคนเมือง” ให้เห็นผลได้หรือไม่ โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมซึ่งขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง สะท้อนว่า ประชาชนต้องการมาตรการที่เป็นรูปธรรม เช่น จุดเสี่ยงน้ำท่วม แผนลอกท่อ ระบบแจ้งเตือน และการรายงานผลแบบเปิดเผย
2. ประชาชนอยากเห็น ส.ก. คนใหม่ “ผลักดันข้อบัญญัติ” มากกว่าตรวจสอบ/แก้ปัญหาเฉพาะหน้า-เขตชั้นกลางเน้น “แก้ปัญหาพื้นที่” เขตชั้นใน-ชั้นนอกให้ความสำคัญกับ “ข้อบัญญัติที่เป็นประโยชน์”
ผลสำรวจระบุว่า 25.0% คาดหวังให้ ส.ก.คนใหม่ “ผลักดันข้อบัญญัติหรือมาตรการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน” สูงสุด รองลงมา 21.7% “รับฟังและแก้ปัญหาเฉพาะพื้นที่” ตามด้วย 15.5% ตรวจสอบการทำงานของผู้ว่าฯ กทม. และฝ่ายบริหาร กทม., 13.9% รายงานความคืบหน้าการทำงานให้ประชาชนรับทราบสม่ำเสมอ, 13.0% ประสานงานกับสำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ 10.9% ตรวจสอบการใช้งบประมาณของ กทม.
เมื่อมองตามเขตชั้น เขตชั้นในให้ความสำคัญกับการ “ผลักดันข้อบัญญัติหรือมาตรการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน” 25.4% สูงสุด ขณะที่เขตชั้นกลางให้ความสำคัญกับ “รับฟังและแก้ปัญหาเฉพาะพื้นที่” 28.6% สูงสุด
ส่วนเขตชั้นนอกให้ความสำคัญกับ “ผลักดันข้อบัญญัติหรือมาตรการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน” 26.0% สูงสุด และให้ความสำคัญกับ “การประสานงานกับสำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” 16.9% มากกว่าเขตอื่น
ประชาชนไม่ได้มอง ส.ก. เพียงในฐานะ “ผู้ตรวจสอบ” เท่านั้น แต่ต้องการเห็น ส.ก. เป็นผู้ผลักดันงานเชิงนโยบายและมาตรการที่จับต้องได้ ควบคู่กับการแก้ปัญหาพื้นที่ คาดหวังในบทบาท “นักนิติบัญญัติท้องถิ่น” มากขึ้น ต้องสามารถยกระดับปัญหาในพื้นที่ไปสู่ข้อบัญญัติ มาตรการ หรือระบบการแก้ไขที่มีผลต่อประชาชนในวงกว้าง รวมทั้ง ความแตกต่างตามเขตชั้น ยังสะท้อนความคาดหวังต่อการแก้ปัญหาเชิงระบบมากขึ้น
สถาบันพระปกเกล้าระบุเพิ่มเติมว่า ผลสำรวจสะท้อนว่า ประชาชนต้องการให้ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่เร่งแก้ปัญหาพื้นฐานโดยเฉพาะน้ำท่วม ความปลอดภัย คอร์รัปชั่น และถนนทางเท้า ขณะเดียวกันคาดหวังให้ ส.ก. คนใหม่ทำหน้าที่มากกว่าการตรวจสอบหรือรับเรื่องร้องเรียน แต่ต้องสามารถผลักดันข้อบัญญัติและมาตรการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้จริง เพื่อให้กรุงเทพฯ เดินหน้าได้ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อประชาชน
