เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Hyrox ในไทย สร้างประวัติศาสตร์
Columns Hyrox ในไทย สร้างประวัติศาสตร์
UBE เร่งเครื่องครึ่งปีหลัง ปั้นร้านอาหารเป็น New S Curve “Oshinei” จ่อครบ 31 สาขา
Business UBE เร่งเครื่องครึ่งปีหลัง ปั้นร้านอาหารเป็น New S Curve “Oshinei” จ่อครบ 31 สาขา
ราช กรุ๊ป โชว์ครึ่งปีแรกกำไร 2,628 ล้าน รายได้ทะลุ 2.6 หมื่นล้าน จ่อ COD โรงไฟฟ้าใหม่ 2 โครงการ
Business ราช กรุ๊ป โชว์ครึ่งปีแรกกำไร 2,628 ล้าน รายได้ทะลุ 2.6 หมื่นล้าน จ่อ COD โรงไฟฟ้าใหม่ 2 โครงการ
นครพนมฝนถล่ม 84 มม. “สุริยะ” เร่งแผนแก้น้ำท่วม-แล้ง หลังพื้นที่ชลประทานมีแค่ 20%
Economic นครพนมฝนถล่ม 84 มม. “สุริยะ” เร่งแผนแก้น้ำท่วม-แล้ง หลังพื้นที่ชลประทานมีแค่ 20%
จาก “กากกาแฟ-ใบห้อม” สู่นวัตกรรมทำเงิน กรมวิชาการเกษตรเปิดบ้าน 2 วัน
Economic จาก “กากกาแฟ-ใบห้อม” สู่นวัตกรรมทำเงิน กรมวิชาการเกษตรเปิดบ้าน 2 วัน
“ศุภจี” ชูร้านอาหารไทยฐานราก 6.74 แสนล้าน ปั้น Thai SELECT สร้างความเชื่อมั่น
Economic “ศุภจี” ชูร้านอาหารไทยฐานราก 6.74 แสนล้าน ปั้น Thai SELECT สร้างความเชื่อมั่น
เปิดเกมสกัด “น้ำมะพร้าวปลอม” เช็กสมดุลผลผลิต 4 จังหวัด หวังดันราคาหน้าสวน
Economic เปิดเกมสกัด “น้ำมะพร้าวปลอม” เช็กสมดุลผลผลิต 4 จังหวัด หวังดันราคาหน้าสวน
นบข.เร่งเคาะช่วยชาวนารอบใหม่ ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต พยุงข้าว 11.5 ล้านตัน
Economic นบข.เร่งเคาะช่วยชาวนารอบใหม่ ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต พยุงข้าว 11.5 ล้านตัน
‘ปกรณ์ ’ ผ่าตัดระบบราชการ ลดคน ลดเงิน วาระ 2 รัฐบาล 8 ปี
Politics ‘ปกรณ์ ’ ผ่าตัดระบบราชการ ลดคน ลดเงิน วาระ 2 รัฐบาล 8 ปี
แทรกแซงค่าเงินเยน ‘ส่อเหลว’ ขึ้นดอกเบี้ย-เพิ่มลงทุน ‘ยั่งยืน’ กว่า
World แทรกแซงค่าเงินเยน ‘ส่อเหลว’ ขึ้นดอกเบี้ย-เพิ่มลงทุน ‘ยั่งยืน’ กว่า
ดูทั้งหมด

ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา

14 ก.ค. 2569 | 20:44น.
ยชัยรัตน์ แสงอรุณ ทนายความผู้รับผิดชอบคดีช่วยเหลือผู้บริโภคกรณีซานติก้าผับ

เปิดแนวทางรักษาสิทธิ์ผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ดัง นายชัยรัตน์ แสงอรุณ ทนายความคดีซานติก้าผับ แนะญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเร่งแจ้งความดำเนินคดี-เก็บหลักฐานแพทย์ พร้อมชวนรวมกลุ่มยื่นฟ้องคดีผู้บริโภคตามมาตรา 44/1 ชี้เรียกค่าเสียหายได้ทั้งค่ารักษาอนาคต ขาดรายได้ และค่าอุปการะเลี้ยงดู

รายงานข่าวจากสภาผู้บริโภคระบุว่า เหตุเพลิงไหม้ภายในโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เมื่อกลางดึกวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ได้จุดกระแสตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบริการอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อหลายฝ่ายเปรียบเทียบกับเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงซานติก้าผับเมื่อปี 2552 ที่เคยสร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ รวม 67 ชีวิต มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 200 คน นำไปสู่การเรียกร้องให้ยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยของอาคารสาธารณะ

นายชัยรัตน์ แสงอรุณ ทนายความผู้รับผิดชอบคดีช่วยเหลือผู้บริโภคกรณีซานติก้าผับ เปิดเผยว่า แม้เวลาจะผ่านมากว่า 17 ปี แต่จากข้อมูลเบื้องต้นของเหตุการณ์ล่าสุดกลับพบลักษณะปัญหาที่คล้ายคลึงกับคดีซานติก้า ทั้งในแง่ของมาตรการป้องกันอัคคีภัย การจัดการทางหนีไฟ และการกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐ

“ผมมองว่าแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากคดีซานติก้า การกำกับดูแลสถานบริการยังมีช่องโหว่ ทั้งเรื่องจำนวนผู้ใช้บริการ ทางหนีไฟ ระบบป้องกันอัคคีภัย และการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานที่รับผิดชอบ”

นายชัยรัตน์กล่าวว่า แม้สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ทั้งสองเหตุการณ์จะแตกต่างกัน โดยคดีซานติก้าเกิดจากการจุดพลุภายในสถานบันเทิง ส่วนเหตุล่าสุดมีข้อมูลเบื้องต้นว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรและมีการระเบิดที่เกี่ยวข้องกับแก๊ส แต่สิ่งที่สะท้อนปัญหาเหมือนกันคือ การขาดมาตรการป้องกันที่เพียงพอในสถานบริการที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก

หากสถานที่มีการจัดระบบความปลอดภัยอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดจำนวนผู้ใช้บริการตามขนาดพื้นที่ การติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติ การจัดให้มีทางหนีไฟที่เพียงพอ และสามารถใช้งานได้จริง ก็อาจช่วยลดความสูญเสียได้อย่างมาก

อีกประเด็นที่น่ากังวล คือ ผู้เสียชีวิตจำนวนมากมักกระจุกตัวอยู่บริเวณทางออก ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับที่เกิดขึ้นในคดีซานติก้า สะท้อนว่าปัญหาการอพยพหนีไฟยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับการเยียวยาและเรียกค่าเสียหาย
นายชัยรัตน์กล่าวว่า ผู้ใช้บริการถือเป็นผู้บริโภคที่มีสิทธิได้รับบริการในสถานที่ที่ปลอดภัย หากผู้ประกอบการละเลยมาตรการด้านความปลอดภัยจนก่อให้เกิดความเสียหาย ย่อมถือเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภค และสามารถดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายได้

สำหรับขั้นตอนสำคัญที่ผู้ประสบเหตุและญาติควรทำทันที ได้แก่

1.เก็บหลักฐานทางการแพทย์ ขอใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล และประวัติการรักษาไว้ทั้งหมด

2.แจ้งความที่สถานีตำรวจ โดบระบุให้ชัดเจนว่าไม่ใช้การลงบันทึกประจำวัน แต่เป็นการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐ

3.หากมีปัญหาหรือได้รับความไม่เป็นธรรม สามารถรวมกลุ่มเพื่อฟ้องคดี ปัจจุบันสามารถใช้ช่องทางฟ้องเป็นคดีผู้บริโภคเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทน ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค หรือยื่นคำร้องขอรับค่าสินไหมทดแทนในคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ ตามมาตรา 44/1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อความรวดเร็วและลดภาระในการพิสูจน์หลักฐานของผู้บริโภค

โดยผู้ได้รับบาดเจ็บ สามารถฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องค่ารักษาพยาบาล ค่ารักษาในอนาคต ค่าขาดรายได้ระหว่างรักษาตัว และค่าเสียหายจากการสูญเสียโอกาสในการประกอบอาชีพ ซึ่งจะพิจารณาตามข้อเท็จจริงของแต่ละรายส่วนกรณีผู้เสียชีวิต ทายาทสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ประกอบการได้ เช่น ค่าอุปการะเลี้ยงดูของบิดามารดา คู่สมรส หรือบุตร รวมถึงค่าเสียโอกาสในการดำรงชีพและค่าเสียหายอื่นตามที่กฎหมายกำหนด

    ผู้ถือหุ้นอาจต้องร่วมรับผิด หากละเลยความปลอดภัยอย่างร้ายแรง

    นายชัยรัตน์ กล่าวอีกว่า นอกจากผู้ประกอบการแล้ว คดีลักษณะนี้ควรพิจารณาดำเนินคดีกับผู้ถือหุ้นหรือผู้มีอำนาจบริหารกิจการด้วย หากพบว่ามีการประกอบกิจการโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เนื่องจากผู้ประกอบการย่อมทราบดีว่าสถานบริการมีความเสี่ยงด้านอัคคีภัย และมีหน้าที่จัดให้มีมาตรการความปลอดภัยที่เพียงพอ หากละเลยจนก่อให้เกิดความสูญเสีย ผู้ถือหุ้นหรือผู้มีอำนาจควบคุมกิจการอาจต้องร่วมรับผิดตามกฎหมาย

    ในอีกมุมหนึ่ง สำนักงานเขตที่เกิดเหตุ ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่อนุญาตและกำกับดูแลการใช้ประโยชน์อาคารก็อาจต้องร่วมรับผิด หากพบว่าละเลยการบังคับใช้กฎหมายหรือปล่อยให้สถานประกอบการเปิดดำเนินการโดยไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย โดยยกตัวอย่างคดีซานติก้า ซึ่งศาลปกครองเคยมีคำพิพากษาให้สำนักงานเขตวัฒนารัฐร่วมชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหาย เนื่องจากละเลยการปฏิบัติหน้าที่ในการกำกับดูแลสถานบริการ ในกรณีโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว สำนักงานเขตจตุจักรก็ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการรับผิดชอบเช่นกัน

    “หากหน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบและอนุญาตปล่อยปละละเลยจนเกิดความสูญเสีย ก็อาจต้องร่วมรับผิดเช่นเดียวกับผู้ประกอบการ” นายชัยรัตน์กล่าว

    จี้รัฐ “ขันน็อต” การตรวจสอบสถานบริการ ป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำ

    นายชัยรัตน์กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า หน่วยงานรัฐควรบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการตรวจสอบมาตรฐานด้านอัคคีภัย ทางหนีไฟ ระบบดับเพลิง และจำนวนผู้ใช้บริการ ก่อนอนุญาตให้เปิดดำเนินกิจการ รวมถึงต้องมีบทลงโทษที่ชัดเจนหากพบการฝ่าฝืน

    ขณะเดียวกันเพื่อความปลอดภัย ผู้บริโภคควรสังเกตเส้นทางเข้า – ออกและทางหนีไฟทุกครั้งก่อนใช้บริการสถานบันเทิงหรือสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก เพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาตัวรอดหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
    “การดูแลความปลอดภัยไม่ควรเป็นภาระของผู้บริโภคเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการและหน่วยงานรัฐที่จะต้องทำให้สถานบริการมีความปลอดภัยตามมาตรฐาน เพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก” นายชัยรัตน์กล่าวทิ้งท้าย

    สำหรับผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว และไม่ได้รับความเห็นธรรม สามารถปรึกษา – ร้องเรียน กับสภาผู้บริโภคได้ที่ เบอร์ 1502 หรือเว็บไซต์ www.tcc.or.th