UBE เร่งเครื่องครึ่งปีหลัง ปั้นร้านอาหารเป็น New S Curve “Oshinei” จ่อครบ 31 สาขา
UBE กางแผนครึ่งปีหลัง 2569 เดินเกม “Beyond Ethanol” ลดการพึ่งพาธุรกิจเดิม เร่งสร้าง New S Curve หลังธุรกิจร้านอาหารโตสวนทาง รายได้ไตรมาส 2 เพิ่ม 19.3% จากปีก่อน เตรียมขยาย Oshinei ทั้งใน-ต่างประเทศ ตั้งเป้าสิ้นปีครบ 31 สาขา พร้อมศึกษาโมเดลร้านอาหารใหม่เติมพอร์ต ขณะที่เอทานอลรับมือต้นทุนขาขึ้นด้วยระบบ Multi-feed ส่วนแป้งและฟลาวมันสำปะหลังเตรียมออกผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เจาะตลาดใหม่ หลังไตรมาส 2/2569 มีรายได้จากการขายรวม 1,106.9 ล้านบาท
นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE เปิดเผยว่า แผนธุรกิจครึ่งปีหลัง 2569 ของ UBE Group และบริษัท อุบลซันฟลาวเวอร์ จำกัด จะเดินหน้าการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ (Transformation) ภายใต้แนวทาง “Beyond Ethanol” โดยยังคงเอทานอลเป็นธุรกิจหลัก ควบคู่กับการสร้าง New S Curve เพื่อเปิดโอกาสการเติบโตใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบและความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
หนึ่งในธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่องคือธุรกิจร้านอาหาร โดยไตรมาส 2/2569 มีรายได้ 211.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 3.6% จากไตรมาสก่อนหน้า จากกลยุทธ์ส่งเสริมการขายที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภค
บริษัทจึงเตรียมเร่งขยาย Oshinei ร้านอาหารญี่ปุ่นรูปแบบบุฟเฟต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านทั้งการลงทุนเองและการขายแฟรนไชส์ จากปัจจุบันมี 29 สาขา และคาดว่าภายในปี 2569 จะเพิ่มเป็น 31 สาขา
นอกจากนี้ UBE อยู่ระหว่างศึกษาธุรกิจร้านอาหารรูปแบบใหม่เพิ่มเติม นอกเหนือจากร้านอาหารสไตล์บุฟเฟต์ เพื่อสร้างความหลากหลาย ขยายฐานลูกค้าใหม่ และเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตธุรกิจอาหาร
“Beyond Ethanol” รับมือต้นทุนขาขึ้น
สำหรับธุรกิจเอทานอล UBE จะมุ่งยกระดับความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการ (Operational Excellence) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมพัฒนาศักยภาพการใช้วัตถุดิบแบบ Multi-feed โดยนำกากน้ำตาลมาใช้ในกระบวนการผลิตเอทานอลร่วมกับวัตถุดิบหลัก เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน
บริษัทมองว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมเอทานอลในไตรมาส 3/2569 ยังมีปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เป็นตัวเร่ง โดยปริมาณการใช้ E20 อยู่ในระดับใกล้เคียงไตรมาส 2 ขณะที่ต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องบริหารต้นทุนอย่างรัดกุมควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพการผลิต
ด้านวัตถุดิบมันสำปะหลัง ต้นทุนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณวัตถุดิบลดลงจากสภาพภูมิอากาศและปัจจัยแวดล้อม ส่วนตลาดแป้งมันสำปะหลังและฟลาวมันสำปะหลัง มีแนวโน้มความต้องการและราคาขายอยู่ในระดับสูงขึ้น จากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นและภาวะอุปทานตึงตัว (Short Supply)
ดันแป้ง-ฟลาวมันสำปะหลังสู่ High Value Products
นางสาวสุรียสกล่าวว่า ธุรกิจแป้งและฟลาวมันสำปะหลังจะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value Products) และเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากฟลาวมันสำปะหลังออร์แกนิกปราศจากกลูเตน (Gluten-Free)
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายขยายตลาด พร้อมพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น และสอดรับกับเทรนด์สุขภาพระดับโลก
Q2 รายได้ 1.1 พันล้าน ร้านอาหารโต 19.3%
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขาย 1,106.9 ล้านบาท ลดลง 15.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 5.0% จากไตรมาสก่อน
แบ่งเป็นรายได้ในประเทศ 789.9 ล้านบาท หรือ 71.4% ของรายได้จากการขาย และรายได้จากการส่งออก 317.0 ล้านบาท หรือ 28.6%
ธุรกิจเอทานอลมีรายได้ 441.2 ล้านบาท ลดลง 29.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 2.8% จากไตรมาสก่อน แม้ปริมาณการใช้ E20 ของผู้บริโภคในไตรมาส 2 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 22% จากไตรมาสแรก จากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น รวมถึงนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน E20
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ เคมี และเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัว ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้น้ำมัน
ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมีรายได้ 443.2 ล้านบาท ลดลง 4.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 8.9% จากไตรมาสก่อน ส่วนธุรกิจร้านอาหารมีรายได้ 211.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.3% จากปีก่อน แต่ลดลง 3.6% จากไตรมาสก่อน ขณะที่ธุรกิจอื่นมีรายได้ 11 ล้านบาท ลดลง 74.4% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 120% จากไตรมาสก่อน
ด้านกำไรขั้นต้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 138.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 10.4% จากไตรมาสก่อน โดยการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนส่วนหนึ่งมาจากไตรมาสเดียวกันของปี 2568 มีการบันทึกผลขาดทุนจากมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับ (NRV)
“ปีนี้ธุรกิจของ UBE เผชิญกับความท้าทายในหลายมิติ ทั้งโอกาสในการสร้างการเติบโต และแรงกดดันด้านการบริหารต้นทุน สิ่งที่ทำให้เรามั่นใจได้คือสัญญาณการฟื้นตัวที่เริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นผลจากการยึดหลัก Operational Excellence อย่างจริงจัง ทั้งการควบคุมต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เพื่อวางรากฐานให้ทุกกลุ่มธุรกิจเติบโตได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว” นางสาวสุรียสกล่าว