เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘3 กองทรัสต์’ แจกปันผล ชูผลประกอบการเติบโต
Finance ‘3 กองทรัสต์’ แจกปันผล ชูผลประกอบการเติบโต
ดร.ก้องเกียรติ ผู้ก่อตั้ง “เอเซีย พลัส” อำลาตำแหน่ง เกษียณอายุ 30 ก.ย.นี้
Finance ดร.ก้องเกียรติ ผู้ก่อตั้ง “เอเซีย พลัส” อำลาตำแหน่ง เกษียณอายุ 30 ก.ย.นี้
ชงรัฐฟื้นเศรษฐกิจ 3 ชายแดนใต้ หนุนซอฟต์โลน – รถไฟทางคู่เชื่อมมาเลย์
Economic ชงรัฐฟื้นเศรษฐกิจ 3 ชายแดนใต้ หนุนซอฟต์โลน – รถไฟทางคู่เชื่อมมาเลย์
Hyrox ในไทย สร้างประวัติศาสตร์
Columns Hyrox ในไทย สร้างประวัติศาสตร์
UBE เร่งเครื่องครึ่งปีหลัง ปั้นร้านอาหารเป็น New S Curve “Oshinei” จ่อครบ 31 สาขา
Business UBE เร่งเครื่องครึ่งปีหลัง ปั้นร้านอาหารเป็น New S Curve “Oshinei” จ่อครบ 31 สาขา
ราช กรุ๊ป โชว์ครึ่งปีแรกกำไร 2,628 ล้าน รายได้ทะลุ 2.6 หมื่นล้าน จ่อ COD โรงไฟฟ้าใหม่ 2 โครงการ
Business ราช กรุ๊ป โชว์ครึ่งปีแรกกำไร 2,628 ล้าน รายได้ทะลุ 2.6 หมื่นล้าน จ่อ COD โรงไฟฟ้าใหม่ 2 โครงการ
นครพนมฝนถล่ม 84 มม. “สุริยะ” เร่งแผนแก้น้ำท่วม-แล้ง หลังพื้นที่ชลประทานมีแค่ 20%
Economic นครพนมฝนถล่ม 84 มม. “สุริยะ” เร่งแผนแก้น้ำท่วม-แล้ง หลังพื้นที่ชลประทานมีแค่ 20%
จาก “กากกาแฟ-ใบห้อม” สู่นวัตกรรมทำเงิน กรมวิชาการเกษตรเปิดบ้าน 2 วัน
Economic จาก “กากกาแฟ-ใบห้อม” สู่นวัตกรรมทำเงิน กรมวิชาการเกษตรเปิดบ้าน 2 วัน
“ศุภจี” ชูร้านอาหารไทยฐานราก 6.74 แสนล้าน ปั้น Thai SELECT สร้างความเชื่อมั่น
Economic “ศุภจี” ชูร้านอาหารไทยฐานราก 6.74 แสนล้าน ปั้น Thai SELECT สร้างความเชื่อมั่น
เปิดเกมสกัด “น้ำมะพร้าวปลอม” เช็กสมดุลผลผลิต 4 จังหวัด หวังดันราคาหน้าสวน
Economic เปิดเกมสกัด “น้ำมะพร้าวปลอม” เช็กสมดุลผลผลิต 4 จังหวัด หวังดันราคาหน้าสวน
ดูทั้งหมด

อาคมโชว์ตัวเลข จัดเก็บรายได้ 7 เดือน ทะลุ 1.27 ล้านล้าน

01 มิ.ย. 2565 | 15:31น.
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ

อาคม แจง ขยานเพดานหนี้สาธารณะ เปิดพื้นที่ทางการคลัง-กู้เพิ่ม โชว์ตัวเลข ปี’65 จัดเก็บรายได้ 7 เดือนแรก ทะลุ 1.27 ล้านล้านบาท ลุ้น 5 เดือนหลังสูงกว่าเป้าหมายเล็กน้อย

วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ที่รัฐสภา นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวชี้แจงการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2566 วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท ในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 1 ว่า มี 2 ประเด็น 1.ประเด็นรายจ่าย และ 2.ประเด็นรายได้

นายอาคมกล่าวว่า สำหรับประเด็นรายได้ เป้าหมายการจัดเก็บรายได้ 2.49 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบประมาณปี’65 ที่ประมาณการรายได้ 2.4 ล้านล้านบาท เทียบประมาณการจัดเก็บรายได้ 3 ปีที่ผ่านมา ปี 59-62 มากกว่าประมาณการ ส่วนที่ต่ำกว่าประมาณการก็มีเหตุผลในการจัดเก็บต่ำกว่าประมาณการ เพราะเมื่อใดก็ตามที่เศรษฐกิจขยายตัว เรื่องของการจัดเก็บรายได้ก็จะได้ตามไปด้วย แต่เมื่อใดที่เศรษฐกิจชะลอตัวลง รายได้ก็ชะลอตัวด้วยเช่นเดียวกัน

ดังนั้นการจัดเก็บรายได้ไม่เป็นไปตามเป้า หรือไม่ได้เพิ่มขึ้นก็มีเหตุผล ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 57 – ปัจจุบัน ในช่วงการจัดเก็บรายได้ลดลงก็จะมีช่วงปี’57 และ ปี’60 แต่แนวโน้มแม้จะเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ แต่ในแง่ปีต่อปีเก็บได้เพิ่มขึ้น 4 ปี คือ ปี’57 ปี’60 ปี’63 และ ปี’64

“ก่อนปี’57 มีเหตุผลให้การจัดเก็บลดลง 4 % ประเด็นสำคัญ คือ มีการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในปี’55 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้สามารถเทียบเคียงกับประเทศในกลุ่มอาเซียนได้ ซึ่งอัตราภาษีนิติบุคคลเดิมอยู่ที่ 30 % ลงมาเหลือ 23 % และ ปี’56 ลดลงมาเหลือ 20 % เท่ากับประเทศสิงคโปร์ ทำให้การจัดเก็บรายได้ในปี’57 ลดลง 4 % แต่ในปี’60 เนื่องจากปี’59 มีรายได้พิเศษเข้ามาในเรื่องของผลประโยชน์ เทคโนโลยี 4 G ทำให้มีรายได้เพิ่มเติมเข้ามาเป็นพิเศษ” นายอาคมกล่าว

นายอาคกล่าวว่า ส่วนปี’63 กับปี’64 การจัดเก็บลดลงเนื่องจากสาเหตุการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพราะต้องปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวชั่วคราว ซึ่งคาดว่าจะจบลงใน 1 ปี แต่ยืดเยื้อมาถึงปี’64 แต่เหตุผลที่สำคัญ ปี’63 นอกจากมาตรการออก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 ยังมีมาตรการลดภาษี การช่วยเหลือภาคธุรกิจต่าง ๆ การช่วยเหลือภาคประชาชน เช่น การขยายเวลาการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในปี’63 และปี’64 และการลดภาระหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายจาก 3 % เป็น 1.5 % ในปี’63

รวมถึงภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายทางอิเล็กทรอนิกส์ จาก 3 % เป็น 2 % หรือการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม จากการนำเข้าและยกเว้นภาษีเงินได้จากการนำเข้าจากยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาโควิด และมาตรการจูงใจให้ประชาชนทำประกันสุขภาพ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนและการส่งเสริมการออมระยะยาว เป็นเหตุผลทำให้รายได้ลดลงในปี’63 ปี’64 แน่นอนว่า รายได้ที่ลดลงส่งผลให้การจัดทำงบประมาณส่วนที่ขาดดุลต้องมีการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล

นายอาคมกล่าวว่า ในปี’65 จากการรรายงานผลการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐ ข้อมูลล่าสุด 7 เดือนแรก ปีงบประมาณ 65 (ต.ค. 64-เม.ย. 65) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ หักเรื่องการคืนภาษีและรายได้จัดสรรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดเก็บได้ 1.277 ล้านล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 45,804 ล้านบาท หรือ คิดเป็น 3.7 % และสูงกว่าปีที่แล้ว 4.5 %

ซึ่งจากการคาดการณ์ของหน่วยจัดเก็บกระทรวงการคลังคาดว่า 5 เดือนหลัง หรือ สิ้นปีงบประมาณ 65 รายได้การจัดเก็บภาษีจะเป็นไปตามประมาณการงบประมาณ อาจจะสูงกว่าไม่มากนัก เนื่องจากส่วนหนึ่งมาจากสาเหตุการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน รอบแรก 3 บาทต่อลิตร รอบสอง 5 บาทต่อลิตรเป็นระยะเวลา 2 เดือน

นายอาคมกล่าวว่า อย่างไรก็ตามในปี’65 อาจจะมีประเด็นว่า เนื่องจากเราอยู่ในสภาวะได้รับผลกระทบจากราคาอาหาร ราคาพลังงานทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน นักวิเคราะห์ทั้งหลายอาจจะมองว่า เราอาจจะได้รับผลกระทบ เศรษฐกิจอาจจะไม่ได้โตอย่างที่คาดไว้

แต่หากพิจารณาจากดัชนีชี้วัดหลายตัว เฉพาะการส่งออก เรายังทำได้ดี ปี’64 ขยายตัวเกือบ 20 % ปี’65 ตั้งแต่ ม.ค.อยู่ที่ 12-25 % ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าพอใจ คาดว่าในปี’66 รายได้ส่วนหนึ่งที่จะได้กลับมา คือ เรื่องของการเปิดประเทศ การรับนักท่องเที่ยวเข้ามา ซึ่งจะทำให้ฐานรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งการนำเข้าสินค้าต่าง ๆ มาใช้จ่ายในการลงทุน จึงคาดว่าจะจัดเก็บรายได้ 2.49 ล้านล้านบาท

นายอาคมยังชี้แจงการจัดทำงบประมาณขาดดุลในปี’57-ปี’64 เป็นเวลานาน ซึ่งไม่เป็นผลดีในเรื่องของความเชื่อมั่นในการดำเนินนโยบายการคลัง โดยเฉพาะสถานการณ์หลังโควิด-19 การดำเนินนโยบายการคลังก็ต้องเข้าสู่โหมดปกติ

โดยเฉพาะการรักษาวินัยการเงินการคลังไว้ให้ได้ ใช้คำว่า ความยั่งยืนทางการคลัง ในการใช้จ่าย หรือ การลงทุน ไม่ว่าภาครัฐ หรือ ภาคเอกชน ให้มองเรื่องของการลงทุนเพื่อความยั่งยืน ไม่ได้หมายถึงการไม่ลงทุนทางเศรษฐกิจด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องมองในเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องการช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้เราจะต้องมองอนาคต

“การเปิดช่องสัดส่วนงบประมาณในปี’63 รายจ่ายงบกลาง และการใช้จ่ายเงินกู้ของรัฐบาลต่องบประมาณรายจ่ายประจำปี ปรับลดจากเกณฑ์ที่คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังกำหนดไว้ เป็นไปตามกฎหมาย มีการปรับลดโดยขยายกรอบของเพดานบนการใช้งบฯกลางให้มากขึ้น เพื่อที่จะรับเงินโอนเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีเข้าสู่งบฯกลางเพื่อใช้จ่ายแก้ไขปัญหาโควิด

ส่วนการชำระคืนเงินต้น การลดเพดานข้างบนจาก 4 % เหลือ 3.5 % เพื่อเปิดช่องให้มีสภาพคล่องในการใช้เงินกู้” นายอาคมกล่าวและว่า การปรับเกณฑ์งบฯกลางและการชำระคืนเงินต้น ประกาศแรก ปรับเมื่อวันที่ 16 เม.ย. 63 เมื่อสถานการณ์คลี่คลายก็ปรับกลับมาเกณฑ์เดิม เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลัง

นายอาคมกล่าวว่า ส่วนการขยายกรอบเพดานหนี้สาธารณะจาก 60 % เป็น 70 % เพื่อเปิดพื้นที่ทางการคลังในกรณีจำเป็น มีขีดความสามารถในการกู้เงินเพิ่มได้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น หนี้สาธารณะในปัจจุบัน ข้อมูลล่าสุด ณ เดือน มี.ค. 65 อยู่ที่ 60.58 % ต่อจีดีพี ถ้าเราเอาเงินกู้โควิด-19 ออกไป สัดส่วนหนี้สาธารณะจะยังอยู่ที่ 52-55 % ต่อจีดีพี อย่างไรก็ตาม จะกี่เปอร์เซ็นต์ก็ตาม แนวนโยบายในการดำเนินการคลังในอนาคตต้องมองในเรื่องความยั่งยืนทางการคลังเป็นหลัก

“กรณีรายจ่ายในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา ค่อนข้างสูงขึ้น เช่น รายจ่ายประจำ รายจ่ายลงทุน ซึ่งเรามีลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมาจำนวนมาก 179 โครงการ 2.6 ล้านล้านบาท แต่ไม่ได้ใช้งบประมาณประจำปี แต่เป็นงบประมาณของรัฐวิสาหกิจ และงบฯลงทุนของเอกชน โดยความร่วมมือระหว่างรัฐกับเอกชน (PPP)” นายอาคมกล่าวทิ้งท้าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ