เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฮอนด้า อ้อนรัฐปรับฐานภาษีนำ-ยืดกรอบเวลาภาษีไฮบริด เพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้ค่ายญี่ปุ่น
Automotive ฮอนด้า อ้อนรัฐปรับฐานภาษีนำ-ยืดกรอบเวลาภาษีไฮบริด เพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้ค่ายญี่ปุ่น
BEM ทุบสถิติ Q2 กำไร 1,012 ล้าน พร้อมส่งรถไฟฟ้าสายสีส้มขบวนแรกถึงไทย ปลาย พ.ย.นี้
Business BEM ทุบสถิติ Q2 กำไร 1,012 ล้าน พร้อมส่งรถไฟฟ้าสายสีส้มขบวนแรกถึงไทย ปลาย พ.ย.นี้
PROPFINN เปิดแพลตฟอร์มตัวกลางเชื่อม SMEs อสังหาฯขาดสภาพคล่อง เข้าถึงแหล่งทุน ชูผลตอบแทน 10-15%
Real Estate PROPFINN เปิดแพลตฟอร์มตัวกลางเชื่อม SMEs อสังหาฯขาดสภาพคล่อง เข้าถึงแหล่งทุน ชูผลตอบแทน 10-15%
‘แอลจี’ ชู AI-Subscription ปั๊มยอดขาย 1.4 หมื่นล้าน
Business ‘แอลจี’ ชู AI-Subscription ปั๊มยอดขาย 1.4 หมื่นล้าน
เปิด 10 โมง 28 ส.ค. M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวอัมพวา-หัวหิน
Economic เปิด 10 โมง 28 ส.ค. M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวอัมพวา-หัวหิน
CPNREIT โชว์กำไรจากการลงทุนสุทธิ 1,073 ล้านบาท พุ่ง 7% เคาะจ่ายประโยชน์ตอบแทน 0.2800 บาทต่อหน่วย
Finance CPNREIT โชว์กำไรจากการลงทุนสุทธิ 1,073 ล้านบาท พุ่ง 7% เคาะจ่ายประโยชน์ตอบแทน 0.2800 บาทต่อหน่วย
‘ค่าเหยียบแผ่นดิน’ ลากยาว! กระทรวงท่องเที่ยวฯ เคาะอัตราใหม่เก็บ 450 บาท
Economic ‘ค่าเหยียบแผ่นดิน’ ลากยาว! กระทรวงท่องเที่ยวฯ เคาะอัตราใหม่เก็บ 450 บาท
เปิด 4 ไฮไลต์นิทรรศการภาพถ่ายศิลปะ ‘Between Sun and Moon’ จากศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง จัดแสดงในไทย
Biz Movement เปิด 4 ไฮไลต์นิทรรศการภาพถ่ายศิลปะ ‘Between Sun and Moon’ จากศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง จัดแสดงในไทย
เบญจรงค์ดอนไก่ดี สืบสานภูมิปัญญากว่า 50 ปี พร้อมต่อยอดสู่งานร่วมสมัย
Biz Movement เบญจรงค์ดอนไก่ดี สืบสานภูมิปัญญากว่า 50 ปี พร้อมต่อยอดสู่งานร่วมสมัย
‘เอกนิติ’ เผย Q2 เงินลงทุนผ่าน BOI โต 2.5 แสนล้าน เกาะกระแสเอไอ พยุงจีดีพีระยะสั้น
Finance ‘เอกนิติ’ เผย Q2 เงินลงทุนผ่าน BOI โต 2.5 แสนล้าน เกาะกระแสเอไอ พยุงจีดีพีระยะสั้น
ดูทั้งหมด

“บิ๊กตู่”ฉายภาพไทย 5 ปีหน้า กระจายความเจริญชนบท รักบ้านเกิด-หันหลังให้กับการเสี่ยงโชคในเมือง

21 ก.ค. 2560 | 21:05น.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า ผมขอฉาย “ภาพอนาคต” ของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม ทุกระบบของประเทศ ในภาพรวม ว่าอีก 5 ปีข้างหน้า 2565 จะมีการเปลี่ยน แปลงอะไรบ้าง ประชาชนคนไทยทั่วทุกภูมิภาค จะได้รับอานิสงจากการเปลี่ยนแปลง การลงทุนเพื่ออนาคตอย่างไร รายละเอียดตามหน้าจอ ดังนี้

(1) การขนส่งทางถนน เราจะมีทางหลวงขนาด 4 ช่องทางจราจรขึ้นไป “เพิ่มขึ้น” อีกราว 700 กิโลเมตร มีทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง “เพิ่มขึ้น” จากเดิมมีเพียง 146 กิโลเมตร เป็น 636 กิโลเมตร มีการพัฒนาทางหลวงชนบท เพื่อแก้ปัญหาการจราจรในเขตเมือง “เพิ่มขึ้น 2 เท่า” มีการสร้างสะพานข้าม อุโมงค์ลอดรถไฟ “เพิ่มขึ้น” กว่า 100 แห่ง และสร้างสะพานข้ามแม่น้ำขนาดใหญ่ อีก 5 แห่ง เป็นต้น

(2) การขนส่งทางราง เราจะมีรถไฟทางคู่ เพิ่มขึ้น 15 เท่า จาก 250 เป็น 3,500 กว่ากิโลเมตร มีการพัฒนาราง 4 เส้น ทาง กว่า 1,039 กิโลเมตร และมีรถไฟฟ้า เพิ่มเป็น 11 เส้นทาง ระยะทางรวม 439 กิโลเมตร สิ่งที่ได้จากการพัฒนา ทั้งทางถนนและทางรางนี้ จะช่วยลดปริมาณการจราจรบนถนนเช่นการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เดินทางระหว่างเมือง จาก 59% เหลือ 40% และเพิ่มความเร็วเฉลี่ยให้กับการเดินทางโดยรถไฟ จาก 60 เป็น 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวมทั้ง สามารถลดอุบัติเหตุ และลดความสิ้นเปลืองพลังงานลงได้ด้วย

(3) การขนส่งทางน้ำ เราจะมีท่าเรือชายฝั่งทะเล “เพิ่มขึ้น 5 แห่ง” รวมเป็น 23 แห่ง และพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ให้สามารถรองรับตู้สินค้า เพิ่มจาก 11 ล้าน เป็น 18.8 ล้านTEUs ต่อปี ทั้งนี้ ประหยัดน้ำมันเชื่อเพลิงได้มากกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี และลดต้นทุนโลจิสติกส์ลง มากกว่า 2% ต่อ GDP
และ (4) การขนส่งทางอากาศ เราจะมีท่าอากาศยานเบตงเพิ่มขึ้น และมีการยกระดับสนามบินอู่ตะเภา ดอนเมือง สุวรรณภูมิ ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความ สามารถในการรองรับเที่ยวบิน “เพิ่มขึ้น” ราว 3 แสนเที่ยวบินต่อปี และรองรับผู้โดยสาร “เพิ่มขึ้น” ราว 60 ล้านคนต่อปี

ที่น่าสนใจอีกประการ คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งที่กล่าวมานั้น จะทำให้เกิดความต้องการทั้งบุคลากรและวัสดุก่อสร้างเป็นจำนวนมากภายในระยะ 5 ปีข้างหน้า โดยคาดการณ์ความต้องการบุคลากรในภาพรวม ราว 1 แสน 3 หมื่น อัตรา แยกเป็นช่างต่างๆ 5,280 อัตรา วิศวกร 5,213 อัตรา เป็นต้น

ส่วนความต้องการวัสดุในภาพรวมมีความต้องการวัสดุจำพวกหิน 117 ล้าน ลบ.ม., ปูนซีเมนต์ 21 ล้านตัน, เหล็ก 7 ล้านตันเป็นต้น ซึ่งต้องการวางแผนเพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว ทั้งในด้านการผลิตและจัดหาวัสดุอุปกรณ์ สรรหาบุคลากร และแรงงาน เพื่อภาคเอกชน จะได้วางแผนเตรียม การผลิตได้ทันตามความต้องการใช้งานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และบริหารจัดการโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

“สำหรับประโยชน์ที่จะได้ถึงมือประชาชนนั้น ในรูปแบบการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค, ความสะดวกและปลอดภัย มีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น, ยกระดับคุณภาพชีวิต สามารถหาเลี้ยงชีพในถิ่นเกิด โดยไม่ต้องเสี่ยงโชคในเมือง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถ้าเสร็จจะสามารถสร้างความเชื่อมโยง สร้างงาน สร้างอาชีพ มีทางเลือกและโอกาสมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการกระจายรายได้ถึงคนไทยทุกคน”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว