เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิด้าโพล เปิดผลสำรวจ พรีเมียร์ลีก-ไทยลีก 2569
Sport นิด้าโพล เปิดผลสำรวจ พรีเมียร์ลีก-ไทยลีก 2569
หุ้นลีสซิ่งกำไรพุ่งยกแผง ‘MTC-SAWAD’ โชว์ครึ่งปีโต 2 หลัก
Finance หุ้นลีสซิ่งกำไรพุ่งยกแผง ‘MTC-SAWAD’ โชว์ครึ่งปีโต 2 หลัก
‘อสังหาฯ’ ซึมรีเจ็กต์พุ่งไม่หยุด สะเทือนแบ็กล็อก 1.85 แสนล้าน
Real Estate ‘อสังหาฯ’ ซึมรีเจ็กต์พุ่งไม่หยุด สะเทือนแบ็กล็อก 1.85 แสนล้าน
สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (จบ)
Columns สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (จบ)
ชงแบตเตอรี่พาสปอร์ตเข้าบอร์ด ค่ายรถผลิตส่งออกยุโรปต้องมี QR Code
Automotive ชงแบตเตอรี่พาสปอร์ตเข้าบอร์ด ค่ายรถผลิตส่งออกยุโรปต้องมี QR Code
ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (16 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 0.28% อยู่ที่ 63,045 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (16 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 0.28% อยู่ที่ 63,045 เหรียญสหรัฐ
ส่องไฮไลต์ Character Fest Thailand 2026 ‘Pop Star Party’
Business ส่องไฮไลต์ Character Fest Thailand 2026 ‘Pop Star Party’
EGAT Innovation ESG ปั้นต้นแบบสังคมคาร์บอนต่ำ
SD EGAT Innovation ESG ปั้นต้นแบบสังคมคาร์บอนต่ำ
สปส. ปลดล็อกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม  ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ยันเข้าคูหา 27 ก.ย.
Politics สปส. ปลดล็อกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ยันเข้าคูหา 27 ก.ย.
ดูทั้งหมด

ธปท.ผนึกธนาคารกลางอินโดนีเซีย เปิดบริการชำระเงินผ่าน QR Code 

17 ส.ค. 2564 | 14:58น.

ธปท.ร่วมมือกับธนาคารกลางอินโดนีเซีย ประกาศเปิดตัว “บริการชำระเงินด้วยนวัตกรรม QR Code” เชื่อมโยงระบบการชำระเงินระหว่างทั้ง 2 ประเทศ หนุนใช้ชำระค่าสินค้าและบริการ-ภาคการท่องเที่ยว พร้อมเดินหน้าเพิ่มบริการโอนเงินระหว่างประเทศแบบเรียลไทม์ ส่งเสริมการชำระเงินในระดับภูมิภาค  

วันที่ 17 สิงหาคม 2564 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia: BI) ได้ร่วมกันแถลงเปิดตัวการเชื่อมโยงด้านการชำระเงินระหว่าง

สองประเทศเป็นครั้งแรกผ่านโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินของประเทศไทยและประเทศอินโดนีเซีย และเปิดให้บริการชำระเงินด้วยนวัตกรรม QR Code ที่เป็นมาตรฐานส่งผลให้ลูกค้าและร้านค้าของทั้งสองประเทศสามารถทำรายการชำระเงินและรับเงินระหว่างกันผ่าน QR Code ได้ทันที นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงการชำระเงินในอาเซียน (ASEAN Payment Connectivity) ที่ส่งเสริมการบูรณาการทางการเงินในระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ ในระยะแรก ลูกค้าในประเทศไทยสามารถใช้แอปพลิเคชั่นบนมือถือของธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ สแกน QRIS (Quick Response Code Indonesian Standard) ซึ่งเป็น QR มาตรฐานของประเทศอินโดนีเซีย ชำระค่าสินค้าและบริการที่ร้านค้าในประเทศอินโดนีเซีย ส่วนลูกค้าในประเทศอินโดนีเซียสามารถใช้แอปพลิเคชั่นบนมือถือของหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการสแกน Thai QR Code ชำระค่าสินค้าและบริการร้านค้าของธนาคารที่เข้าร่วมโครงการในประเทศไทย การให้บริการในระยะแรกนี้นับเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับลูกค้า ร้านค้า และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินระหว่างประเทศก่อนที่จะขยายการให้บริการอย่างเต็มรูปแบบต่อไป 

การให้บริการชำระเงินระหว่างกันด้วย QR Code มาตรฐานนี้ จะรองรับธุรกรรมการชำระเงินจากการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะจากธุรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับภาคการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างกันสูงถึง 8 แสนคนในปี 2562 และคาดว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกหลังสถานการณ์การเดินทางกลับสู่ภาวะปกติ รวมทั้งบริการนี้ยังสามารถรองรับการซื้อขายออนไลน์ระหว่างประเทศได้อีกด้วย 

และในระยะต่อไป ช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 จะเพิ่มจำนวนธนาคารและ non-bank ที่ให้บริการมากขึ้น รวมทั้งในอนาคตจะขยายบริการโอนเงินระหว่างประเทศแบบทันทีโดยใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้รับแทนเลขที่บัญชีด้วย 

นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ธปท. เห็นความสำคัญของการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ และได้ดำเนินการกับหลายประเทศในอาเซียนแล้ว 5 ประเทศ ได้แก่ ลาว กัมพูชา สิงคโปร์ เวียดนาม และมาเลเซีย ตามแผน ASEAN Payment Connectivity ซึ่งถือว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่สำคัญที่จะช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภูมิภาค 

ธปท. เชื่อมั่นว่าบริการการชำระเงินด้วย QR Code ระหว่างประเทศเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และมีค่าธรรมเนียมที่เหมาะสมและจูงใจต่อผู้ใช้บริการ ทั้งผู้ที่ทำการค้าขายออนไลน์ และนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 คลี่คลายลง นอกจากนี้ การเชื่อมโยงกับประเทศที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนครั้งนี้จะเป็นปัจจัยเร่งสำคัญในการเปลี่ยนแปลงวิถีการชำระเงินของประชาชนในอาเซียน อันจะช่วยส่งเสริมให้เศรษฐกิจของอาเซียนเติบโตและก้าวไปสู่สังคมดิจิทัลอีกด้วย

นายซูเกง รองผู้ว่าการ BI เปิดเผยเพิ่มเติมว่า การเชื่อมโยงการชำระเงินในครั้งนี้เป็นอีกก้าวในแผนกลยุทธ์ระบบการชำระเงินอินโดนีเซียปี 2568 โดยเฉพาะในส่วนของระบบการชำระเงินรายย่อยหรือการชำระเงินระหว่างประเทศผ่านการเชื่อมโยงมาตรฐาน QR Code นอกจากนี้ การเชื่อมโยงดังกล่าวยังเป็นการส่งเสริมการใช้เงินสกุลท้องถิ่นโดยการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรงสำหรับการชำระดุลระหว่างประเทศ ซึ่งจะลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและทำให้ต้นทุนในการทำธุรกรรมต่ำลง

โดยการทำธุรกรรมผ่านธนาคารตัวแทนในการให้บริการธุรกรรม (Appointed Cross Currency Dealer: ACCD) ในแต่ละประเทศ นอกจากการเชื่อมโยงนี้จะส่งเสริมการท่องเที่ยวแล้วยังจะช่วย SME ที่อยู่ในเมืองท่องเที่ยวให้เข้าถึงบริการทางการเงินในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น โดยระยะแรกของการเชื่อมโยงนี้ที่ BI เรียกว่า ‘industrial sandbox’ จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการผลักดันการเชื่อมโยงการชำระเงินระหว่างประเทศในระดับภูมิภาคต่อไป

ความสำเร็จของโครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมืออย่างดีของทุกฝ่าย ภายใต้การผลักดันของธนาคารกลางของทั้งสองประเทศ คือ ธปท. และ BI รวมถึงความร่วมมือของ สมาคมธนาคารไทย สมาคมการชำระเงินของประเทศอินโดนีเซีย ผู้ให้บริการ QRIS 13 ราย ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินของทั้งสองประเทศ ได้แก่ เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ็กซ์ (NITMX) และ RAJA (Rintis, Artajasa, Jalin และ Alto) และธนาคารที่เข้าร่วมโครงการและทำหน้าที่ชำระดุลระหว่างประเทศ  ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ของประเทศไทย และ Bank Central Asia (BCA) Bank Negara Indonesia (BNI) และ Bank Rakyat Indonesia (BRI) ของประเทศอินโดนีเซีย