เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เรียล สมาร์ท’ คว้ารางวัลอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ดีเด่น ประจำปี 2568
Uncategorized ‘เรียล สมาร์ท’ คว้ารางวัลอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ดีเด่น ประจำปี 2568
โอมานเร่งคุมน้ำมันรั่วจากเรือบรรทุกน้ำมัน ลามพื้นที่ 400 ตารางกิโลเมตร
World โอมานเร่งคุมน้ำมันรั่วจากเรือบรรทุกน้ำมัน ลามพื้นที่ 400 ตารางกิโลเมตร
พาณิชย์บุกหัวหินเช็กบิล ‘นอมินีอสังหาฯ’ ค้น 15 จุด พบเสียหายกว่า 300 ล้าน
Economic พาณิชย์บุกหัวหินเช็กบิล ‘นอมินีอสังหาฯ’ ค้น 15 จุด พบเสียหายกว่า 300 ล้าน
ไอคอนสยาม ชู“THE BEST MUM DESERVES THE BEST” จัดเต็มกิจกรรมวันแม่
Biz Movement ไอคอนสยาม ชู“THE BEST MUM DESERVES THE BEST” จัดเต็มกิจกรรมวันแม่
ปกรณ์​ ยัน ‘หมอสรณ​’ หลุดประธาน​ กสทช.​ ไม่กระทบงาน เหตุมี​กฎหมายรองรับ​
Politics ปกรณ์​ ยัน ‘หมอสรณ​’ หลุดประธาน​ กสทช.​ ไม่กระทบงาน เหตุมี​กฎหมายรองรับ​
ครม.รับทราบ คุมเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้เพิ่มแล้ว ทยอยยุบหน่วยงานส่วนกลางตามภูมิภาค
Politics ครม.รับทราบ คุมเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้เพิ่มแล้ว ทยอยยุบหน่วยงานส่วนกลางตามภูมิภาค
ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,250 บาท
หอการค้าไทย-KADIN Indonesia ผนึกตลาดคาร์บอน ดันลงทุนสีเขียว เชื่อมธุรกิจ
Economic หอการค้าไทย-KADIN Indonesia ผนึกตลาดคาร์บอน ดันลงทุนสีเขียว เชื่อมธุรกิจ
ฟาร์มไข่ชี้ ‘ไม่ขาดตลาด’ พ่อค้าคนกลางเร่งซื้อเพิ่ม 20% ดันราคาปลีกพุ่งฟองละ 6.20 บาท
Economic ฟาร์มไข่ชี้ ‘ไม่ขาดตลาด’ พ่อค้าคนกลางเร่งซื้อเพิ่ม 20% ดันราคาปลีกพุ่งฟองละ 6.20 บาท
LUXEED ย้ำ ‘ไทย’ ศูนย์กลางอาเซียน ลั่นเปิดตัวลุยตลาดไตรมาส4
EV LUXEED ย้ำ ‘ไทย’ ศูนย์กลางอาเซียน ลั่นเปิดตัวลุยตลาดไตรมาส4
ดูทั้งหมด

แผนลุยกำราบยักษ์ไอที เมื่อ ‘จีน’ ยกหินทุ่มขาตัวเอง

06 ส.ค. 2564 | 08:19น.
ชีพจรเศรษฐกิจโลก

ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

 

รัฐบาลจีนสร้างความประหลาดใจและแตกตื่นเอาไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งสั่งระงับ “ไอพีโอ” ของบริษัทฟินเทค ระดับหัวแถวของประเทศอย่าง “แอนท์ กรุ๊ป” เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา

บีบบังคับให้บริษัทปรับปรุงโมเดลธุรกิจจาก “แอสเซต-ไลต์” ตามแนวทางการปฏิวัติดิจิทัล จนเหลือสภาพแทบไม่ต่างจากธนาคารธรรมดา ๆ แห่งหนึ่ง

เท่านั้นยังไม่พอ ทางการจีนยังจัดการกับบริษัทไอทีระดับโลกอย่าง “อาลีบาบา” และ “เทนเซนต์” ด้วยข้อกล่าวหาว่า “ผูกขาด” ตามด้วยการสั่งถอดแอปพลิเคชั่น “ตีตี ชูสิง” ผู้ให้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชั่นออกจากแอปสโตร์ เพียงไม่กี่วันหลังจากที่บริษัทเปิดการระดมทุนจากตลาดหุ้นนิวยอร์ก โดยอ้างปัญหาเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

ล่าสุดคือเมื่อ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทางการจีนลงดาบบริษัทให้บริการด้านการศึกษาออนไลน์ทั้งหลายด้วยการห้าม “ทำกำไร” และห้ามการใช้กลไกออฟชอร์ในการระดมทุนที่ช่วยให้บริษัทสามารถนำหุ้นออกไปซื้อขายในต่างแดนได้

ผลก็คือ หุ้นของ “ติวเตอร์ออนไลน์” ที่จดทะเบียนอยู่ในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็น ทีเอแอล เอดูเคชั่น, นิว โอเรียนท์ หรือกัวะถู พากันร่วงลงระนาว มูลค่าหายไปทันทีไม่น้อยกว่า 18,000 ล้านดอลลาร์ ลามไปถึงหุ้นของบริษัทจีนทั้งหมด ซึ่งตอนพีกสุดมูลค่ารวมกันเกินกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ให้ทรุดตามไปด้วย

รายงานของดิ อีโคโนมิสต์ระบุว่า ดัชนีโกลเด้น ดรากอน ไชน่า อินเด็กซ์ ซึ่งรวม 100 บริษัทจีนที่ใหญ่ที่สุดในตลาดแนสแดค ร่วงลงมากถึง 19% ในเวลาแค่ 3 วัน ก่อนขยายตัวไปถึงตลาดฮ่องกง ทุบดัชนีหุ้นเทคโนโลยีของตลาดลง 16% ในเวลาไม่กี่วันเช่นเดียวกัน

ที่สำคัญก็คือ นักลงทุนต่างชาติพากันแห่เทขายหุ้นในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่กันจ้าละหวั่น “เงินทุนไหลออกมหาศาล” ถึงขนาดทำให้ค่าหยวนอ่อนค่าลงอย่างชัดเจนเมื่อ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในจีนครั้งนี้ตรงกันอยู่อย่างหนึ่งนั่นคือ จีนเริ่ม “เป็นกังวล” มากขึ้นตามลำดับว่าไม่สามารถ “ควบคุม” บริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ให้อยู่ในกำมืออย่างที่ต้องการได้ แล้วก็ตัดสินใจเรียงลำดับความสำคัญใหม่ “ยึดเอาความมั่นคงและเสถียรภาพ” ของพรรคและรัฐ เป็นอันดับหนึ่ง แทนที่จะยึดเอาผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจเป็นสำคัญเหมือนอย่างแนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจที่อดีตผู้นำอย่าง “เติ้ง เสี่ยวผิง” เคยวางเอาไว้ ผ่านวาทกรรมที่ว่า “ไม่ว่าแมวขาวหรือแมวดำ ขอเพียงจับหนูได้ก็คือแมวที่ดี” ซึ่งเป็น “โมเดล” ที่ช่วยให้เศรษฐกิจจีนรุ่งโรจน์จนกลายเป็นเขตเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกเช่นทุกวันนี้

ช่วยยกระดับชีวิตของชาวจีนหลายสิบล้านคนให้หลุดพ้นจากความยากจนได้ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์หลายคนรวมทั้ง “เชลซี แทม” จากบริษัทวิจัย มอร์นิ่งสตาร์ เชื่อว่า ทางการจีนจะยังไม่ยุติการดำเนินความพยายามเพื่อเข้าไปควบคุมกิจการเอกชนของตนไว้เพียงเท่านี้ เหยื่อลำดับต่อ ๆ ไปอาจอยู่ในอุตสาหกรรมเกม ซึ่งไม่เพียงทำเงินมหาศาลแต่ยังมีข้อมูลยูสเซอร์อยู่ในมือมากมายอีกด้วย อาจด้วยการผ่านกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ ออกมาควบคุม ทำนองเดียวกับคำสั่งเมื่อ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ให้ “วีแชต” หยุดขึ้นทะเบียนยูสเซอร์ใหม่ไปจนกว่าจะ “จัดการตัวเอง” ให้อยู่ในร่องในรอยของข้อบังคับใหม่ที่ประกาศใช้

อุตสาหกรรม “ออนไลน์เฮลท์” และ “รถยนต์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต” ก็อยู่ในข่ายที่จะถูก “บังคับให้เปลี่ยนแปลง” ครั้งนี้อยู่ด้วยเช่นกัน

แต่คำถามที่หลายคนยังหาคำตอบไม่ได้ก็คือ ความเคลื่อนไหวในทำนองนี้จะส่งผลกระทบอย่างไรในระยะยาวต่อทิศทางของจีน

รัฐบาลจีนจะไปไกลถึงขนาดไหน จะถึงขนาดส่งผลให้จีน “โดดเดี่ยว” เศรษฐกิจของตนเองออกจากทั้งโลกที่ไม่ต้องการทำธุรกิจกับกิจการใด ๆ ที่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิดหรือไม่

ถ้าถึงขนาดนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะไม่จำกัดอยู่แค่เพียงชาวจีนและเศรษฐกิจจีนเท่านั้น แต่อาจหมายถึงเศรษฐกิจของทั้งโลกอีกด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน ไอที