เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ ชนะคดีจี้ สปส. ลุยเลือกตั้งบอร์ดตามนัดสกัดบอร์ดรักษาการยาว
Politics ‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ ชนะคดีจี้ สปส. ลุยเลือกตั้งบอร์ดตามนัดสกัดบอร์ดรักษาการยาว
ภูเก็ตคึกคักรับวันแม่ ราคาดอกมะลิพุ่งกก. ละ 1,500 บาท
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตคึกคักรับวันแม่ ราคาดอกมะลิพุ่งกก. ละ 1,500 บาท
เอกนิติ จ่อประชุมนัดพิเศษบอร์ด ธ.ก.ส. พิจารณาข้อร้องเรียนจากสหภาพฯ
Finance เอกนิติ จ่อประชุมนัดพิเศษบอร์ด ธ.ก.ส. พิจารณาข้อร้องเรียนจากสหภาพฯ
พาณิชย์เช็กไข่ไก่โคราช ยันไม่ขาดตลาด ชี้ข่าวเร่งส่งออกทำของขาด ‘คลาดเคลื่อน’
Economic พาณิชย์เช็กไข่ไก่โคราช ยันไม่ขาดตลาด ชี้ข่าวเร่งส่งออกทำของขาด ‘คลาดเคลื่อน’
มะลิวันแม่พุ่งแตะลิตรละ 1,000 บาท พาณิชย์ลงปากคลองตลาดคุมเข้ม ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา
Economic มะลิวันแม่พุ่งแตะลิตรละ 1,000 บาท พาณิชย์ลงปากคลองตลาดคุมเข้ม ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา
รัฐบาลวางเป้า “ปฏิรูปราชการ” ลดหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค 200 กว่าภายในปีงบ 70
Politics รัฐบาลวางเป้า “ปฏิรูปราชการ” ลดหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค 200 กว่าภายในปีงบ 70
เอกนิติ สั่งสรรพสามิตเร่งเครื่องภาษีสร้างความเป็นธรรม ‘รถ EV-สันดาป’ ตั้งโรงงานในไทย
Finance เอกนิติ สั่งสรรพสามิตเร่งเครื่องภาษีสร้างความเป็นธรรม ‘รถ EV-สันดาป’ ตั้งโรงงานในไทย
โปแลนด์ ขึ้นแท่นขนาดเศรษฐกิจใหญ่ อันดับ 6 ของยุโรป แซงหน้าเบลเยียม สวีเดน
World โปแลนด์ ขึ้นแท่นขนาดเศรษฐกิจใหญ่ อันดับ 6 ของยุโรป แซงหน้าเบลเยียม สวีเดน
เปิดโจทย์เปลี่ยน ‘ตุ๊กตุ๊ก’ สู่ EV ใครจ่ายต้นทุนเปลี่ยนผ่าน
Business เปิดโจทย์เปลี่ยน ‘ตุ๊กตุ๊ก’ สู่ EV ใครจ่ายต้นทุนเปลี่ยนผ่าน
‘ชัชชาติ’ ยกระดับความปลอดภัยโรงเรียน กทม. ป้องกันเชิงรุก 5 มิติ เข้าถึงปัญหา
Politics ‘ชัชชาติ’ ยกระดับความปลอดภัยโรงเรียน กทม. ป้องกันเชิงรุก 5 มิติ เข้าถึงปัญหา
ดูทั้งหมด

เปิดขั้นตอน- วิธีการใช้สิทธิ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ สั่งฟู้ดเดลิเวอรี่ ผ่านแอปเป๋าตังค์

15 มิ.ย. 2569 | 21:08น.
เปิดขั้นตอน- วิธีการใช้สิทธิ 'ไทยช่วยไทยพลัส' สั่งฟู้ดเดลิเวอรี่ ผ่านแอปเป๋าตังค์

สรุปให้ฟังเข้าใจง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน กับคู่มือการใช้สิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” สั่งอาหารผ่าน 4 แอปดัง Grab, LINE MAN, ShopeeFood และ Robinhood รัฐบาลใจดีช่วยออกค่าอาหารให้ 60% เราจ่ายเองแค่ 40% เริ่มเปิดระบบ 15 มิ.ย. เป็นต้นไป เช็กเลยต้องกดยังไงและมีเงื่อนไขอะไรบ้าง ไม่ให้พลาดสิทธิ

“ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” รอบนี้มุ่งเป้าไปที่พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล โดยการผสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มผู้ให้บริการส่งอาหารชั้นนำ (Food Delivery) ระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Grab, LINE MAN, ShopeeFood และ Robinhood เพื่อกระจายรายได้ตรงไปยังผู้ประกอบการรายย่อย ร้านอาหารริมทาง (Street Food) และโชห่วยที่จดทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้บริโภค ร้านค้า และไรเดอร์ ในการดีเดย์เปิดระบบอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน เป็นต้นไป “NewsPulse” ได้ทำการรวบรวม ขั้นตอนการใช้งานอย่างละเอียด เพื่อให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างราบรื่น

4 ขั้นตอนสั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่เชื่อม “เป๋าตัง”

เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านและการตัดจ่ายงบประมาณภาครัฐมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ระบบการทำงานของ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” จึงถูกออกแบบมาบนฐานเทคโนโลยีเดิมที่ประชาชนคุ้นเคย คือการเชื่อมต่อระหว่างแอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี่เอกชนและแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย โดยมี 4 ขั้นตอนหลักที่ผู้ใช้สิทธิต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ดังนี้

[ขั้นตอนที่ 1: อัปเดตแอปฯ] ➔ [ขั้นตอนที่ 2: เชื่อมต่อบัญชี] ➔ [ขั้นตอนที่ 3: สั่งอาหาร] ➔ [ขั้นตอนที่ 4: ชำระเงินใน 5-10 นาที]

1. อัปเดตแอปพลิเคชันให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

ข้อผิดพลาดส่วนใหญ่ที่มักเกิดขึ้นในวันแรกของการเปิดโครงการรัฐ คือ “ระบบล่ม” หรือ “ไม่ปรากฏเมนูให้กด” ปัญหานี้ป้องกันได้โดยก่อนถึงวันที่ 15 มิถุนายน ผู้ใช้สิทธิต้องเข้าไปตรวจสอบและทำการอัปเดตแอปพลิเคชันหลัก 2 ส่วน ได้แก่

  • แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
  • แอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี่ที่ต้องการใช้งาน (Grab, LINE MAN, ShopeeFood หรือ Robinhood)

โดยสามารถทำการอัปเดตให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบันผ่านระบบปฏิบัติการของสมาร์ทโฟน ทั้ง App Store (สำหรับผู้ใช้ iOS) และ Google Play Store (สำหรับผู้ใช้ Android) เพื่อให้สถาปัตยกรรมของระบบ (System Architecture) รองรับ API การเชื่อมต่อสิทธิระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชนได้อย่างสมบูรณ์

2. เข้าเมนูโครงการและเชื่อมต่อบัญชี

เมื่ออัปเดตแอปพลิเคชันเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้ใช้สิทธิเปิดแอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี่ที่ตนเองต้องการใช้งานขึ้นมา จากนั้นสังเกตและกดเลือกแบนเนอร์ (Banner) หรือไอคอนสัญลักษณ์โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40”

ในขั้นตอนนี้ ระบบของแอปพลิเคชันเดลิเวอรี่จะทำการเชื่อมต่อไปยังแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยอัตโนมัติ (Auto-redirect) เพื่อให้ผู้ใช้บริการกดยืนยันการผูกบัญชี (Account Binding) และกดให้ความยินยอมในการเข้าถึงสิทธิ (Consent) ถือเป็นการเปิดสวิตช์การใช้งานร่วมกันระหว่างสองแพลตฟอร์ม

3. เลือกร้านค้าและสั่งอาหาร

หลังจากผูกบัญชีสำเร็จ ผู้ใช้สิทธิสามารถค้นหาร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องการ โดยสังเกตสัญลักษณ์ของโครงการที่ปรากฏอยู่บนโปรไฟล์ของร้านค้า จากนั้นเลือกเมนูอาหารลงตะกร้าตามปกติ (เงื่อนไขสินค้าต้องเป็นไปตามที่โครงการกำหนด เช่น ห้ามซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสินค้าที่ไม่เข้าข่าย)

เมื่อเลือกเสร็จสิ้นและกดไปที่หน้าสรุปคำสั่งซื้อ (Check out) เพื่อ “สั่งซื้อ” ระบบอัลกอริทึมจะทำการคำนวณสัดส่วนมูลค่าอาหารให้อัตโนมัติในทันที โดยแบ่งเป็น สัดส่วนที่รัฐบาลสนับสนุนให้ 60% และสัดส่วนที่ผู้ใช้สิทธิต้องชำระเอง 40% ทำให้ผู้บริโภคเห็นยอดเงินที่ต้องจ่ายจริงอย่างชัดเจนก่อนดำเนินขั้นตอนต่อไป

4. ชำระเงินผ่านแอปเป๋าตัง

นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดและมีมิติของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อกดยืนยันออเดอร์ในแอปฟู้ดเดลิเวอรี่แล้ว ระบบจะส่งคำสั่งชำระเงินไปยังแอปพลิเคชันเป๋าตังโดยอัตโนมัติ

ข้อควรระวังสำคัญ: ผู้ใช้สิทธิต้องรีบสลับหน้าจอเข้าไปยังแอปพลิเคชันเป๋าตังเพื่อกดชำระเงินในส่วน 40% ของตนเอง ภายในเวลาที่กำหนด (Time Limit) เช่น ภายใน 5-10 นาที (ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดทางเทคนิคของแต่ละแพลตฟอร์ม) หากผู้ใช้สิทธิละเลยหรือชำระเงินเกินเวลาที่กำหนด ระบบจะทำการยกเลิกออเดอร์ (Auto-canceled) ทันที เพื่อคืนสิทธิและไม่ให้เกิดการค้างของคำสั่งซื้อในระบบของร้านค้าและไรเดอร์

กางเงื่อนไข-ข้อควรระวัง 3 ด้าน ป้องกันการเสียสิทธิระหว่างวัน

จากการชี้แจงของกระทรวงการคลังและหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ประชาชนผู้รับสิทธิมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจ “เงื่อนไขเชิงเทคนิค” และข้อจำกัดทางนโยบาย เพื่อวางแผนการใช้จ่ายในแต่ละวันได้อย่างคุ้มค่า และไม่เกิดปัญหากระทบกระทั่งกับผู้ให้บริการขนส่งหรือร้านค้า โดยมีรายละเอียดสำคัญที่สามารถสรุปเป็นตารางเปรียบเทียบและประเด็นวิเคราะห์ได้ดังนี้:

เงื่อนไขและข้อจำกัด “ไทยช่วยไทยพลัส ” ผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่

เงื่อนไขรายละเอียดและข้อกำหนดของโครงการสิ่งที่ผู้ใช้สิทธิต้องบริหารจัดการ
1. วงเงินรวมและรายวันรัฐช่วยจ่าย 60% ผู้ใช้จ่าย 40% ภายใต้กรอบวงเงินสูงสุดที่รัฐกำหนดต่อวันหากมูลค่าอาหารเกินวงเงินสิทธิรายวัน ผู้ใช้สิทธิต้องจ่ายส่วนเกินเอง 100%
2. ค่าบริการจัดส่ง (Delivery Fee)สนับสนุนเฉพาะ “ค่าอาหารและเครื่องดื่ม” เท่านั้น ไม่รวมค่าจัดส่งผู้ใช้สิทธิต้องจ่ายค่าส่งเต็มจำนวนตามอัตราของแอปฯ ไม่มีส่วนลด 60% ในค่าส่ง
3. เวลาเปิด-ปิดระบบเปิดให้กดใช้สิทธิเฉพาะช่วงเวลาที่กำหนด (06.00 น. – 23.00 น.)ไม่สามารถสั่งอาหารนอกช่วงเวลาดังกล่าวได้ แม้ร้านค้าจะเปิด 24 ชั่วโมงก็ตาม

เปิด 3 เงื่อนไขห้ามละเลย

กรอบเวลาการเปิด-ปิดระบบ

เพื่อการควบคุมระบบธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการเคลียริ่ง (Clearing) ยอดเงินระหว่างธนาคารและแพลตฟอร์ม โครงการได้กำหนดช่วงเวลาในการบล็อกสิทธิและเปิดสิทธิไว้อย่างชัดเจน โดยจะสามารถทำธุรกรรมสั่งซื้อและใช้สิทธิผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่ได้เฉพาะในช่วงเวลา 06.00 น. ถึง 23.00 น. ของทุกวันเท่านั้น หากผู้ใช้สิทธิพยายามทำรายการก่อนเวลาหกโมงเช้า หรือหลังเวลาสองทุ่ม ระบบจะไม่คำนวณส่วนลดให้ และจะไม่สามารถเชื่อมโยงการชำระเงินไปยังแอปพลิเคชันเป๋าตังได้ แม้ว่าร้านอาหารแห่งนั้นจะเป็นร้านที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงก็ตาม

วงเงินรวมและวงเงินรายวัน

กลไกของโครงการมีการจำกัดเพดานความช่วยเหลือในแต่ละวัน เพื่อให้เกิดการกระจายเม็ดเงินอย่างทั่วถึงและไม่ให้งบประมาณกระจุกตัว ดังนั้น ก่อนการสั่งซื้ออาหารในทุก ๆ วัน ผู้บริโภคจำเป็นต้องตรวจสอบยอดเงินคงเหลือในแอปพลิเคชันเป๋าตังของตนเอง หากมีการใช้สิทธิจนครบเพดานสูงสุดที่รัฐกำหนดไว้ในวันนั้น ๆ แล้ว ยอดสั่งซื้อในคำสั่งซื้อถัดไปจะถูกคิดราคาเต็ม โดยที่ผู้ใช้สิทธิต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนเกินทั้งหมดเอง

ค่าบริการจัดส่ง (Delivery Fee) ที่ต้องจ่ายแยก

ถือเป็นประเด็นที่สร้างความสับสนบ่อยครั้งในโครงการระยะแรก ๆ ภาครัฐและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มได้ย้ำชัดเจนว่า มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” จะเข้าไปอุดหนุน เฉพาะมูลค่าของอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งตรงจากร้านค้าเท่านั้น ในส่วนของ “ค่าบริการจัดส่ง” หรือ Delivery Fee จะไม่ถูกนำมารวมในสูตรคำนวณ 60/40 หมายความว่า ไม่ว่าระยะทางในการจัดส่งจะใกล้หรือไกล และมีค่าส่งเท่าใด ผู้ใช้สิทธิต้องเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าส่งเต็มจำนวน (100%) ตามอัตราค่าบริการจริงที่แอปพลิเคชันนั้น ๆ กำหนด