เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ภูเก็ตยังไม่กระทบภัยแล้ง 3 อ่างมีน้ำ 55.3% เร่งเพิ่มแหล่งกักเก็บรับเมืองโต
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตยังไม่กระทบภัยแล้ง 3 อ่างมีน้ำ 55.3% เร่งเพิ่มแหล่งกักเก็บรับเมืองโต
รัฐบาลไทย ยันไม่นำความร่วมมือทางทหาร แลกดีลการค้าสหรัฐ
Politics รัฐบาลไทย ยันไม่นำความร่วมมือทางทหาร แลกดีลการค้าสหรัฐ
Autoclik อัดโปรเดือนสิงหาคม ซื้อยางรถยนต์ ซื้อ 3 แถม 1 
Automotive Autoclik อัดโปรเดือนสิงหาคม ซื้อยางรถยนต์ ซื้อ 3 แถม 1 
ประมวล รุจนเสรี อดีต รมช.มหาดไทย เจ้าของผลงาน “พระราชอำนาจ” เสียชีวิต
Politics ประมวล รุจนเสรี อดีต รมช.มหาดไทย เจ้าของผลงาน “พระราชอำนาจ” เสียชีวิต
มท.สั่งคุมเข้มอาวุธปืนทั้งระบบ เร่งปรับ กม.ใน 60 วัน
Politics มท.สั่งคุมเข้มอาวุธปืนทั้งระบบ เร่งปรับ กม.ใน 60 วัน
พม.จับมือ Apple เสริมระบบป้องกัน ควบคุมเนื้อหาตามช่วงอายุ
Politics พม.จับมือ Apple เสริมระบบป้องกัน ควบคุมเนื้อหาตามช่วงอายุ
ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) ร่วง 50 บาท รูปพรรณขายออก 69,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) ร่วง 50 บาท รูปพรรณขายออก 69,600 บาท
“การบินไทย” อ่วมพิษราคาน้ำมันโลก กำไรไตรมาส2/69 วูบหมื่นล้านบาท
Business “การบินไทย” อ่วมพิษราคาน้ำมันโลก กำไรไตรมาส2/69 วูบหมื่นล้านบาท
ตระกูลศรีวัฒนประภา ตั้ง ซิตี้กรุ๊ป ร่อนโปรไฟล์ดึงทุนใหม่ซื้อ ‘เลสเตอร์’
Business ตระกูลศรีวัฒนประภา ตั้ง ซิตี้กรุ๊ป ร่อนโปรไฟล์ดึงทุนใหม่ซื้อ ‘เลสเตอร์’
กรมการแพทย์ เปิด 7 คลินิกพรีเมี่ยมด้านทันตกรรม เช็กวัน-เวลาให้บริการ
News กรมการแพทย์ เปิด 7 คลินิกพรีเมี่ยมด้านทันตกรรม เช็กวัน-เวลาให้บริการ
ดูทั้งหมด

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เสนอ 4 โจทย์รับโลกรวน-วิกฤตน้ำ

28 ม.ค. 2569 | 09:09น.

ท่ามกลางความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรง น้ำท่วมจึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่วัดความพร้อมของการบริหารจัดการ “ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล” ชี้ไทยต้องเร่งเชื่อมข้อมูลและปรับการจัดการน้ำทั้งระบบ หากไม่ต้องการเผชิญวิกฤตซ้ำรอยในอนาคต

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ บนเวทีเสวนาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “กันก่อนท่วม : น้ำแปรปรวน เมืองต้องพร้อม” ในหัวข้อ “บทเรียนจากอดีตสู่การเตรียมอนาคต” ว่า ปัญหาการจัดการน้ำของประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนข้อมูล แต่ปัญหาอยู่ที่ข้อมูลกระจัดกระจายและไม่เชื่อมโยงกัน โดยหน่วยงานด้านน้ำของไทยมีถึง 38 หน่วย แต่ละหน่วยถือข้อมูลของตนเองและไม่แบ่งปันกัน

หน่วยงานน้ำบ้านเรามี 38 หน่วย กรมชลประทานมีชุดหนึ่ง กรมน้ำบาดาลซึ่งอยู่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีอีกชุด สำนักงานสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ก็มีอีกชุด และทั้ง 3 หน่วยนี้ไม่มีการรวบรวมประมวลข้อมูลร่วมกัน แถมยังแข่งกันอีกด้วย

ดร.สุเมธ เล่าต่อว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระองค์ท่านทรงเน้นย้ำเสมอว่า “เราไปห้ามน้ำไม่ได้หรอก น้ำมันจะมาตามหน้าที่ของมัน แต่วิธีการคือเราต้องบริหารจัดการน้ำ” พระองค์ท่านไม่ได้ทรงสั่งให้ไปสู้กับน้ำหรือกั้นน้ำ แต่ให้หาทางให้น้ำไปในที่ที่มันควรจะไป

จากพระราชดำริดังกล่าว จึงเกิดโครงการ “แก้มลิง” ขึ้น โดยพระองค์ท่านทรงเปรียบเทียบกับลิงที่กินกล้วย ซึ่งไม่กลืนทันที แต่เก็บไว้ที่กระพุ้งแก้มก่อนแล้วค่อยกินทีละน้อย น้ำก็เช่นกัน เมื่อมาเยอะเกินกว่าที่จะรับได้ ต้องมีพื้นที่พักน้ำเพื่อชะลอไว้ก่อน แล้วค่อยระบายออกไปเมื่อระดับน้ำลดลง

ชี้กรุงเทพฯ เป็นปลาน้ำจืดลอยในทะเล

ดร.สุเมธ อธิบายว่า กรุงเทพมหานครตั้งอยู่บนพื้นที่ราบลุ่มและทรุดตัวลงเรื่อย ๆ เปรียบเสมือน “ปลาน้ำจืดที่ลอยอยู่ในทะเล” เมื่อเกิดเหตุ 3 น้ำ คือ น้ำจากเหนือ น้ำฝนที่ตกลงมา และน้ำทะเลหนุนเข้ามา จะบีบคั้นกรุงเทพฯ อยู่ตลอดเวลา

“คำถามไม่ใช่ว่าทำไมกรุงเทพฯ น้ำท่วม แต่ควรถามว่าทำไมกรุงเทพฯ น้ำจึงไม่ท่วม เพราะธรรมชาติของมันเป็นอย่างนั้น แต่เราสามารถบริหารจัดการได้ด้วยความเข้าใจ”

เขาชี้ว่า บทเรียนจากอดีตคือ การแก้ปัญหาเป็นจุด ๆ โดยเห็นน้ำท่วมตรงไหนก็ไปทำคันกั้นน้ำตรงนั้น ทำให้น้ำไปท่วมที่อื่นต่อ กลายเป็นการผลักภาระกันไปมา บทเรียนที่สำคัญคือต้องมองภาพรวมทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ

เตือนภัยความมั่นคงอาหาร

ดร.สุเมธ เน้นย้ำว่า ในยุคที่มีความขัดแย้งทั่วโลก ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) กลายเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ประเทศไหนมีกิน ประเทศนั้นรอด

สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงทำมา 70 ปี โดยทรงใช้เวลานอกกรุงเทพฯ ปีละ 8 เดือน มุ่งเน้นเรื่อง ดิน น้ำ ลม ไฟ เพราะทรัพยากรธรรมชาติและอาหารอยู่ข้างนอกกรุงเทพฯ ในขณะที่เมืองใหญ่เป็นเพียงที่บริโภคและถ่ายของเสีย

ในโอกาสนี้ ดร.สุเมธ แสดงความยินดีที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับเป็นศูนย์ประสานงานกลาง เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ต่างจากหน่วยงานราชการที่อาจมีปัญหาเรื่องการเมืองและการแบ่งพรรคแบ่งพวก

“ถ้าคณะวิศวะฯ จุฬาฯ สามารถรวบรวมข้อมูลได้ แล้วจัดเป็นหมวดเป็นหมู่ เป็นมาตรฐานเดียวกัน เรื่องนี้ความสำเร็จมีไปเกินครึ่งแล้ว เพราะข้อมูลเป็นพื้นฐานที่จะนำไปสู่การบริหารจัดการที่ถูกต้องต่อไป”

4 ประเด็นเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ดร.สุเมธ เตือนว่า อนาคตที่ต้องเตรียมตัวคือความไม่แน่นอนของภูมิอากาศ การพยากรณ์อากาศยากขึ้นทุกที ฝนที่ไม่ควรตกก็ตก ฝนที่ควรมาก็ไม่มา หรือมาทีเดียวจนรับไม่ทัน ความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการน้ำจึงสำคัญมาก โดยได้ฝากข้อคิด 4 ประเด็นสำคัญสำหรับอนาคต ได้แก่

  1. ข้อมูล – ต้องเป็นหนึ่งเดียว เชื่อมโยงกัน และเข้าถึงได้ การที่จุฬาฯ เป็นตัวกลางถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะความรู้จากมหาวิทยาลัยเป็นความรู้ที่บริสุทธิ์ ไม่มีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง
  2. การบริหารจัดการเชิงพื้นที่ – ต้องเลิกคิดแบบ “ตัวใครตัวมัน” กรุงเทพฯ จะรอดคนเดียวไม่ได้ถ้าจังหวัดข้างเคียงไม่รอด การจัดการน้ำต้องทำตามลุ่มน้ำ เพราะธรรมชาติของลุ่มน้ำไม่แบ่งเขตจังหวัด
  3. การปรับตัวและอยู่ร่วมกับธรรมชาติ – ต้องยอมรับว่าสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนไปแล้ว ไม่สามารถฝืนธรรมชาติได้ ต้องหาพื้นที่ให้น้ำมีที่อยู่ ที่ไป และที่พัก
  4. ความร่วมมือ – น้ำท่วมปี 2554 เป็นบทเรียนราคาแพงที่ไม่ควรให้เกิดซ้ำอีก

“ผมอายุ 87 ปีแล้ว คงไม่ได้อยู่ดูอนาคตไปอีกนาน แต่อยากเห็นรากฐานที่เรากำลังช่วยกันทำในวันนี้เป็นมรดกส่งต่อให้คนรุ่นหลัง ให้เขาอยู่รอดได้ท่ามกลางความผันผวนของโลก” ดร.สุเมธ กล่าวทิ้งท้าย พร้อมฝากให้นำข้อมูลและความรู้ไปปฏิบัติจริงเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติ