เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ภูเก็ตยังไม่กระทบภัยแล้ง 3 อ่างมีน้ำ 55.3% เร่งเพิ่มแหล่งกักเก็บรับเมืองโต
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตยังไม่กระทบภัยแล้ง 3 อ่างมีน้ำ 55.3% เร่งเพิ่มแหล่งกักเก็บรับเมืองโต
รัฐบาลไทย ยันไม่นำความร่วมมือทางทหาร แลกดีลการค้าสหรัฐ
Politics รัฐบาลไทย ยันไม่นำความร่วมมือทางทหาร แลกดีลการค้าสหรัฐ
Autoclik อัดโปรเดือนสิงหาคม ซื้อยางรถยนต์ ซื้อ 3 แถม 1 
Automotive Autoclik อัดโปรเดือนสิงหาคม ซื้อยางรถยนต์ ซื้อ 3 แถม 1 
ประมวล รุจนเสรี อดีต รมช.มหาดไทย เจ้าของผลงาน “พระราชอำนาจ” เสียชีวิต
Politics ประมวล รุจนเสรี อดีต รมช.มหาดไทย เจ้าของผลงาน “พระราชอำนาจ” เสียชีวิต
มท.สั่งคุมเข้มอาวุธปืนทั้งระบบ เร่งปรับ กม.ใน 60 วัน
Politics มท.สั่งคุมเข้มอาวุธปืนทั้งระบบ เร่งปรับ กม.ใน 60 วัน
พม.จับมือ Apple เสริมระบบป้องกัน ควบคุมเนื้อหาตามช่วงอายุ
Politics พม.จับมือ Apple เสริมระบบป้องกัน ควบคุมเนื้อหาตามช่วงอายุ
ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) ร่วง 50 บาท รูปพรรณขายออก 69,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) ร่วง 50 บาท รูปพรรณขายออก 69,600 บาท
“การบินไทย” อ่วมพิษราคาน้ำมันโลก กำไรไตรมาส2/69 วูบหมื่นล้านบาท
Business “การบินไทย” อ่วมพิษราคาน้ำมันโลก กำไรไตรมาส2/69 วูบหมื่นล้านบาท
ตระกูลศรีวัฒนประภา ตั้ง ซิตี้กรุ๊ป ร่อนโปรไฟล์ดึงทุนใหม่ซื้อ ‘เลสเตอร์’
Business ตระกูลศรีวัฒนประภา ตั้ง ซิตี้กรุ๊ป ร่อนโปรไฟล์ดึงทุนใหม่ซื้อ ‘เลสเตอร์’
กรมการแพทย์ เปิด 7 คลินิกพรีเมี่ยมด้านทันตกรรม เช็กวัน-เวลาให้บริการ
News กรมการแพทย์ เปิด 7 คลินิกพรีเมี่ยมด้านทันตกรรม เช็กวัน-เวลาให้บริการ
ดูทั้งหมด

นายกฯ ประชุมทูตทั่วโลก ย้ำไทยแลนด์ต้องคึกคักทั้งการค้าและการทูต

09 มิ.ย. 2568 | 09:53น.
นายกฯ ประชุมทูตทั่วโลก ย้ำไทยแลนด์ต้องคึกคักทั้งการค้าและการทูต

นายกฯ มอบนโยบายเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ทั่วโลก ขอทำงานเชิงรุกต่อยอดจุดแข็งของไทย พร้อมแสวงหาโอกาสภายใต้ความท้าทาย เร่งส่งเสริมบทบาทไทยในประชาคมโลก นำผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและการค้าขายให้ประเทศและประชาชน

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายผ่านบันทึกวีดิทัศน์ ในพิธีเปิดการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ทั่วโลก ประจําปี 2568 ภายใต้หัวข้อ “การทูตเชิงรุกที่ตอบโจทย์ประชาชน : จากนโยบายสู่การปฏิบัติ” โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีต่อการจัดการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ทั่วโลกในครั้งนี้ พร้อมเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ ในฐานะด่านหน้าของประเทศไทยในประชาคมโลก โดยการประชุมในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และจัดทำแผนการดำเนินงานขับเคลื่อนประเทศไทยร่วมกัน ภายใต้หัวข้อการประชุมซึ่งมุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล เพื่อประโยชน์ของประชาชนคนไทยทุกคน

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงบริบทโลกในปัจจุบันที่กำลังปรับสู่โครงสร้างโลกหลายขั้วอำนาจ (Multipolar World) โดยระบบพหุภาคีกำลังเสื่อมถอยลง และการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะสงครามการค้าและเทคโนโลยี การแย่งชิงทรัพยากร ซึ่งส่งผลกระทบต่อความร่วมมือระหว่างประเทศ เศรษฐกิจโลก และส่งผลกระทบถึงไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทำให้เกิดคำถามสำคัญคือ “ไทยจะวางยุทธศาสตร์อย่างไรในบริบทการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญและมีความท้าทายอย่างรอบด้านนี้ เพื่อให้ไทยและประชาชนชาวไทยได้ประโยชน์สูงสุด ภายใต้โครงสร้างอำนาจและระเบียบโลกใหม่ที่จะเกิดขึ้นต่อไป”

โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำ 2 ประเด็นสำคัญ ภายใต้บริบทปัจจุบัน ได้แก่ 1) การเสริมสร้างและต่อยอดจุดแข็งของประเทศ และ 2) การแสวงหาและช่วงชิงโอกาสใหม่ ๆ ภายใต้ความท้าทายได้อย่างฉับไวทันท่วงที โดยไทยมีจุดยืนทางการทูตที่ชัดเจนคือ ความเป็นมิตรและเข้าได้กับทุกฝ่าย รวมถึงมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับนานาประเทศ เพื่อส่งเสริมสันติภาพและความมั่งคั่งร่วมกัน ทำให้ไทยสามารถรักษาผลประโยชน์ ควบคู่กับการสร้างโอกาสได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะในบริบทโลกในปัจจุบัน

นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 46 และเห็นถึงความสอดคล้องในทิศทางการต่างประเทศของไทยกับอาเซียนหลายประการ ได้แก่ (1) การมุ่งหาโอกาสและเสริมสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศและภูมิภาคให้มากขึ้น (2) การหาเพื่อนและหุ้นส่วนใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพ (3) การยึดมั่นในระบบพหุภาคีและระบบการค้าพหุภาคี

(4) ความมุ่งมั่นในการรับมือกับความท้าทายทั้งในปัจจุบันและอนาคต และ (5) การดำเนินนโยบายที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งจากความสอดคล้องเหล่านี้ นายกรัฐมนตรีเห็นว่าไทยควรร่วมกันขับเคลื่อนการทูตในเชิงรุกที่ฉับไวและเป็นเอกภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก โดยเฉพาะการเร่งจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTAs) กับประเทศหรือกลุ่มประเทศเป้าหมาย เพื่อรักษาโอกาสในการขับเคลื่อนเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ทั้งภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว

พร้อมใช้โอกาสนี้ในการสตาร์ตเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ ผ่านการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์แห่งอนาคต และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนไทยให้มีความอยู่ดีกินดี มีรายได้ที่มั่นคง

นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยต่อยอดจุดเด่นด้านที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ของไทย ผ่านการส่งเสริมความเชื่อมโยงทั้งทางบก เรือ และอากาศ โดยเฉพาะโครงการ Landbridge ตลอดจนการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการยกระดับทักษะที่จำเป็น เพื่อวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคต

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีขอให้ที่ประชุมใช้โอกาสนี้ร่วมกันกำหนดแนวทางและกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนการต่างประเทศของไทย ตามแนวนโยบายรัฐบาล ในบริบทโลกที่กำลังแปรผันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ไทยยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญ (Relevant Player) ในประชาคมโลก และนำมาซึ่งผลประโยชน์ต่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที พร้อมนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เสริมจุดแข็งผ่าน Soft Power กระตุ้นการค้าการลงทุน การท่องเที่ยว และยกระดับบทบาทไทยในภูมิภาคและเวทีโลก

อนึ่ง การประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ทั่วโลกประจําปี 2568 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-14 มิถุนายน 2568 ที่กรุงเทพฯ เพื่อให้เอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ได้รับฟังและแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงาน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ภายใต้บริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงและผันผวนอย่างมาก